10

การกอด เป็นภาษากายที่คุณแม่คุณพ่อสามารถสื่อสารว่ารักให้กับลูกได้รับรู้ได้ตั้งแต่เขาอยู่ในท้อง เช่น พ่อกอดท้องแม่ แม่วางมือบนท้องในลักษณะการกอด การกอดล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน โดยเฉพาะแม่กอดลูกนั้นเปรียบเหมือนอาหารมีความจำเป็นแก่การเติบโตทางร่างกาย และสัมผัสที่แม่มีให้แก่ลูกก็จำเป็นสำหรับการเติบโตทางจิตวิญญาณเช่นกัน

แต่การกอดมีหลายรูปแบบ คุณพ่อคุณแม่ต้องมีความเข้าใจในการแสดงออก เพราะลูกแต่ละช่วงวัยต้องการการกอด ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน

1. กอดลูกวัยแบเบาะ – วัยเตาะแตะ

หนูน้อยวัยนี้ต้องการการสัมผัสรักที่มากเป็นพิเศษ จะเห็นได้ว่าต้องการให้คุณแม่กอดอยู่ตลอดทั้งวัน เพราะการกอดของแม่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย และจะมีผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของลูกในช่วงวัยนี้ด้วยค่ะ คุณแม่ควรตอบสนองทุกช่วงเวลา ถือเป็นโอกาสทองที่จะได้มอบความรู้สึกวิเศษที่อบอุ่นที่สุดให้กับเขา

2. กอดลูกวัยเรียน

ความถี่จะลดลงเมื่อเทียบกับวัยแบเบาะ วัยเตาะแตะ การกอดลูกวัยนี้จะเป็นการกอดเพื่อให้กำลังใจ แนะนำให้กอดลูกทุกครั้งก่อนไปโรงเรียน เพื่อเป็นกำลังใจตลอดทั้งวัน ในการไปพบเจอกับสถานการณ์ที่แปลกใหม่และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การกอดส่งผลต่อสมาธิและการรับรู้ต่อการเรียนของลูก เมื่อลูกกลับมาคุณแม่กอดลูกอีกครั้งเพื่อให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายกับสถานการณ์ต่างๆ ที่ลูกได้เผชิญมาทั้งวัน ลูกบ้านไหนที่ประสบปัญหา งอแงไม่อยากไปโรงเรียนคุณแม่แก้ด้วยการกอดดูนะ จะทำให้ลูกปรับตัวต่อคนรอบข้างได้มากขึ้น เด็กบางคนอาจไม่ชอบการกอดแบบแนบสนิท โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย การกอดไหล่เบาๆ ก็สื่อสารได้ดีไม่แพ้กันค่ะ

3. การกอดลูกวัยรุ่น

การกอดลูกวัยรุ่นต้องมีจังหวะจะโคน มีช่วงเวลาที่เหมาะสมกอดพร่ำเพรื่อไม่ได้ เด็กผู้ชายไม่ต้องการให้แม่กอดต่อหน้าเพื่อนอย่างแน่นอน เนื่องจากลูกของคุณกำลังพัฒนาการความเป็นตัวเอง การกอดลูกต่อหน้าเพื่อนลูกอาจโดนล้อทำให้ลูกอายได้  ลูกสาวกับพ่อก็เช่นกันค่ะ เนื่องจากลูกเป็นวัยรุ่นต้องทำในเวลาที่เหมาะสม ส่วนการกอดของพ่อกับลูกชาย และแม่กอดลูกสาว สามารถทำได้ตามปกติ เพราะลูกยังต้องการเหมือนเดิม

 

บทความแนะนำ :.

เด็กทารกต้องการกอด จริงหรอ?
ลูกติดนอนบนอก ทำอย่างไรดี?

ขอบคุณข้อมูลจาก : mamaexpert

บทความที่เกี่ยวข้อง