mrl

คุณแม่ต้องปรับตัวพยายามอ่านใจลูก ว่าเขาเป็นอย่างไร ต้องการอะไร และลูกเองก็กำลังเรียนรู้ ที่จะตอบสนองกับคุณแม่ด้วยเช่นกัน เพราะเด็กแต่ละคนนั้น จะมีความแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องการกิน การนอน และแม้แต่การร้องกวน  คุณจึงควรต้องใช้ความช่างสังเกต และสัญชาติญาณของความเป็นแม่ ปรับเปลี่ยนการดูแลลูก ไปตามที่เห็นสมควร

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแล ลูกน้อยวัย 30 วันแรก

1.การอุ้ม ท่าอุ้ม เน้นการประคองคอ เพราะกระดูกคอยังไม่เเข็งแรง และศีรษะทารกเป้นอวัยวะที่หนักมากที่สุดในร่างกาย ในช่วง 1 เดือนนี้ จึงสำคัญมากๆที่ต้องอุ้มประครองศีรษะและลำคอ

2.การให้นม ท่าให้นม  สำหรับนมแม่ควรให้ลูกดูดเต้า ทุก 2-3 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน หากนมมีปริมาณมากลูกดูดแล้วไม่เกลี้ยงเต้า แนะนำให้ปั๊มและเก็บเข้าตู้เย็น ส่วนการป้อนนมผสม ควรให้ลูกได้ดื่มทุก 3 ชั่วโมง การคำนวณนมรายละเอียดตามนี้  = สูตรคำนวณน้ำนมที่ลูกควรได้รับ 0-12เดือน

3.การนอน เวลาหลับและเวลาตื่น เด็กวัย 30 วันแรก การหลับนอนยังไม่สนิทดีนักหรือหลับไม่ลึก อาจหลับๆตื่นๆเป็นภาวะปกติ ในช่วงกลางวันหากหลับนานเกิน 3 ชั่วโมงแนะนำให้ปลุกเพื่อดูดนมแม่

4.การขับถ่าย  ในช่วงแรกๆนั้น ส่วนใหญ่เด็กจะตื่นมาทานนม และถ่ายค่อนข้างบ่อย ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของเด็กเมื่อหิว เด็กยังไม่รู้จักเวลา ว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน และมักจะถ่าย หลังการทานนมแทบทุกมื้อ เนื่องจากเป็นรีเฟลกซ์ (การทำงานของระบบประสาท ที่ไม่ต้องคอยคำสั่งจากสมอง) ที่ลำไส้จะเตรียมที่ไว้ สำหรับรับนมที่เพิ่งทานเข้าไปในกระเพาะ ดื่มนมแม่อาจพบว่าไม่ถ่านนานนับสัปดาห์ เป็นภาวะปกติไม่ต้องกังวล เพราะนมแม่ย่อยง่าย ลำไส้สามารถดูดซึมได้เกือบทั้งหมด จึงไม่มีกากให้ขับถ่ายออกมาในทุกวัน

5.การอาบน้ำ  อาบน้ำวันละ 1 ครั้ง สระผมวันละ 1ครั้ง ในสัปดาห์แรก ควรอาบไม่เกิน 10นาที เพราะลูกอาจหนาวสั่นได้   หลัง 7 วันเริ่ม อาบเช้า – เย็น ด้วยน้ำอุ่น สระผมวันละ 1 ครั้ง  หลัง 1 เดือนเปลี่ยนเป็นน้ำอุณหภูมิห้อง

6.ลูกผวา มือเท้าสั่นบ่อยๆ  อาการดังกล่าวเป็นอาการปกติ เรียกว่า โมโร่รีเฟลกซ์ (MORO Reflex) เมื่อเด็กร้องหรือตกใจ จะดูเหมือนทำท่าผวา มือเท้าสั่น, รีเฟลกซ์การเข้าหาหัวนม และดูดนม ( Rooting and sucking reflexes), เด็กบางคนจะยังมีรีเฟลกซ์การจาม (sneezing reflex) อยู่บ้าง และเช่นกัน บางครั้งจะเห็นลูกนอนอยู่เฉยๆ แต่ก็ยิ้มอย่างน่ารักได้ ที่ผู้ใหญ่เรียกว่า “ยิ้มกับแม่ซื้อ” ซึ่งก็เป็นรีเฟลกซ์อีกอย่างหนึ่งนั่นเอง

7.ความสะอาด การดูแลตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

ตา เช็ดทำความสะอาดวันละ 2ครั้งเช้าเย็น

สะดือ เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาที่ทางโรงพยาบาลให้มา เช้า – เย็น จนกว่าจะหลัด หากหลุดแล้วแต่ยังแฉะหรือมีเลือดไหล ให้เช็ดต่อจนกว่าจะแห้งสนิท

ช่องปาก หลังดื่มนม ให้ใช้ผ้าสะอาด ชุบน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว เช็ด เช้า – เย็น หรือบ่อยๆ ที่พบว่ามีคราบสีขาวติดตามลิ้น เพราะหากไม่เช็ดอาจทำให้เกิดลิ้นเป็นฝ้า และเชื้อราในปากได้

อวัยวะสืบพันธุ์ หญิงชาย แตกต่างกัน ผู้ชายหลังอาบน้ำ ในสัปดาห์เเรกจะพบว่ามีไขที่ปลายองคชาติ ให้คุณแม่รูดปลายองคชาติลง และใช้สำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดเบาๆ และรูดขึ้น ส่วนเด็กหญิง อาจพบว่ามีไขติดตามแคมเล็กหรือส่วนใหญ่จะไม่มีเพราะพยาบาลเช็ดให้เรียบร้อยแล้วจากโรงพยาบาล ให้คุรแม่ใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว เช็ดทำควงามสะอาดจากบน ลงล่าง 1 ครั้ง ไม่ย้อนไปมา หากดูว่ายังไม่สะอาด ให้ใช้สำลีก้อนใหม่และทำเช่นเดิม การเช็ดแบบนี้ ใช้ได้ในการทำความสะอาดตอนขับถ่าย

8.การร้องไห้ เพราะอะไร ลูกหิว ลูกแฉะ ลูกท้องอืด ลูกไม่สุขสบาย ลูกหนาว ลูกร้อน คุณแม่ต้องพยายามสังเกตว่าเสียงร้องแต่ละแบบที่ต่างกันนั้น หมายถึงอะไร ในเวลาไม่นาน คุณแม่ก็จะเดาใจลูกได้ถูกว่าเสียงร้อง และท่าทางที่เขากำลังแสดงอยู่นี้ หมายความว่าอย่างไร และถ้าตอบสนองได้ถูกต้องลูกก็จะหยุดร้อง แต่ก็อาจจะมีบางครั้ง ที่ลูกอาจจะร้องกวนโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้คุณเริ่มมีความวิตกว่า จะเกิดอะไรผิดปกติกับลูก การตอบสนองโดยการอุ้มกล่อมเด็ก เพื่อให้เขาเกิดความสบายใจ และหยุดร้องอย่างเหมาะสมนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องและดีกว่าการที่จะปล่อยให้ลูกร้องไปจนกว่าจะเหนื่อย จนหยุดร้องไปเอง โดยไม่ยอมตอบสนองต่อความต้องการของเขา

9.นัดตรวจสุขภาพ อายุครบ 1 เดือนเต็ม แพทย์จะนัดตรวจสุขภาพของลูกน้อย อย่าลืมพาลูกไปตามนัดนะคะ สิ่งสำคัญสมุดสุขภาพของลูก คุณแม่ต้องถือไปด้วยทุกครั้งนะคะ

 

Photo credit: maerakluke.com

บทความที่เกี่ยวข้อง