mom

เนื่องจากการเลี้ยงดูลูกน้อยเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมาก ด้วยความที่เด็กเล็กๆไม่สามารถพูดบอกความต้องการของตัวเองกับพ่อและแม่ได้โดยตรง ก็เลยมีหลากหลายคำแนะนำออกมาให้สับสนกันบ่อยๆ หนำซ้ำวิธีการดูแลลูกน้อยของคุณแม่แต่ละคนก็ออกจะแตกต่างกันไปตามสไตล์และสัญชาตญาณอีกด้วย คราวนี้ก็เลยเป็นเรื่องให้มีประเด็นโต้เถียงกันอยู่เยอะพอสมควร วันนี้เลยชวนมาแอบดูกัน ว่าประเด็นโต้เถียงเรื่องการเลี้ยงดูลูกเรื่องไหนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยบ่อยๆ

     1. การให้นมบุตร ตั้งแต่เรื่องการให้นมบุตรแบบธรรมชาติ คือเด็กดูดนมจากเต้านมของแม่โดยตรง หรือการปั๊มน้ำนมแม่ใส่ขวดไว้แล้วเอาให้ลูกดื่ม และประเด็นการให้นมบุตรในที่สาธารณะก็ดุเดือดไม่แพ้กัน นอกจากนี้ระยะเวลาในการให้นมบุตร ก็ยังเป็นประเด็นที่ไม่ได้รับข้อตกลงที่แน่นอนในขณะนี้ด้วยค่ะ

2. เวลาเข้าเรียนที่เหมาะสมของเจ้าตัวเล็ก การศึกษาไม่ได้ให้แค่ความรู้อย่างเดียว แต่ยังพ่วงเรื่องสังคม และการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่นเข้ามาด้วย คุณแม่หลายคนจึงไม่แน่ใจว่าจะให้ลูกเริ่มเข้าโรงเรียนตอนไหนดี บ้างก็บอกว่าให้เตรียมอนุบาลก่อนก็ได้ แล้วเมื่อถึงเกณฑ์เข้าเรียนก็ทำไปตามกระบวนการ แต่คุณแม่บางส่วนก็แย้งว่า เด็กๆควรได้ใช้ชีวิตของเขากับจิตนาการส่วนตัว และพัฒนาการที่เป็นธรรมชาติมากกว่าการยัดเยียดความรู้และสังคมให้เขาตั้งแต่ยังเด็ก จนตอนนี้ก็ยังเถียงกันเรื่องนี้ไม่เลิกเลยล่ะ

3. การฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาด เด็กเล็กๆกับการฉีดวัคซีนบางอย่างเข้าร่างกาย เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจสำหรับคุณแม่ไม่น้อย และเรื่องสุขภาพของลูกรักก็ไม่พ้นเป็นประเด็นโต้เถียงระหว่างคุณแม่ที่มีความเห็นแตกต่างกันอีกเช่นกัน อย่างไรก็ยึดตามคำแนะนำจากกุมารแพทย์ก็น่าจะชัวร์ที่สุดนะคะ

4. วิธีเลี้ยงดูลูกวัยรุ่น โดยเฉพาะสภาพสังคมที่ล่อแหลมทุกวันนี้ ยิ่งทำให้ความห่วงของคนเป็นพ่อและแม่ขยายวงกว้างมากขึ้นไปอีก พ่อและแม่บางคนเลยเสนอว่า ในเมื่อห่วงมากนัก ก็เริ่มจากการสอนให้เขาเรียนรู้ชีวิตในมุมมืดอย่างมีขอบเขตดีกว่าหรือเปล่า เด็กๆหลายคนก็เลยได้รับอนุญาติให้ดื่มแอลกอฮอล์บางๆได้ในบางครั้ง แต่อีกฝ่ายกลับโต้เถียงว่า การปล่อยให้เด็กดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งไม่เหมาะสม รอเขาโตเขาก็จะเรียนรู้ทางที่ถูกที่ควรได้ด้วยตัวเองมากกว่า

5. พาลูกเดินทางไกลโดยเครื่องบิน คุณแม่หลายคนอาจกังวลว่า หากจะพาลูกน้อยเดินทางทางอากาศ น่าจะไม่ปลอดภัยสำหรับลูกสักเท่าไร เรื่องการพาลูกโดยสารเครื่องบิน จึงเป็นประเด็นที่ใครต่อใครโต้เถียงกันอยู่ไม่น้อย

6. นอนเตียงเดียวกับลูกรัก เนื่องจากบางฝ่ายเสนอว่า ความหวังและห่วงใยโดยไม่คิดให้รอบคอบของผู้ปกครองเด็กๆ อาจทำให้เด็กเกิดภาวะ SIDS เอาได้ ซึ่งอาการของโรคนี้ก็คือ การที่เด็กทารกไหลตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งหนึ่งข้อสันนิษฐานของแพทย์ก็บอกว่า เกิดจากการที่พ่อ แม่ ลูกนอนร่วมกัน แล้วเด็กอึดอัด ขาดอากาศหายใจ หรือไม่บางทีผู้ปกครองเองนั่นแหละที่เผลอนอนทับตัวลูกน้อยจนขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิตในที่สุด

7. ประเด็นโต้เถียงระหว่างแม่และแม่ พูดง่ายๆก็คือ การชิงดีชิงเด่นตำแหน่งสุดยอดคุณแม่นั่นเอง เมื่อแม่คนหนึ่งประกาศกร้าวว่า ลูกฉันเป็นเด็กดีกว่าลูกของเธอเพราะฉันเลี้ยงลูกได้ดีกว่า ส่วนแม่อีกท่านก็อดรนทนไม่ไหว ต้องประกาศอวดลูกตัวเองออกไปเหมือนกัน ว่าฉันก็ดูแลลูกได้ดีไม่แพ้เธอ คราวนี้ก็เลยประชันขันแข่งกันด้วยวิธีการเลี้ยงลูกอย่างไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ

8. ทำงานที่บ้านไปพร้อมๆกับเลี้ยงลูก เนื่องจากความเห็นของคุณแม่บางคนคิดว่า ในเมื่อลูกยังเล็ก คุณแม่ก็ควรทุ่มเวลาทั้งหมดเพื่อดูแลเขา หากต้องพะวักพะวนอยู่กับเรื่องงานไปพร้อมๆกับแบ่งเวลามาเลี้ยงลูกอยู่ด้วย ก็คงดูแลเขาได้ไม่เต็มที่เท่าไร

9. อาหารการกิน และประเด็นเรื่อง GMOs เนื่องมาจากปัจจุบันมีอาหารขยะและขนมที่ไม่มีประโยชน์ออกมาจำหน่ายอยู่เต็มท้องตลาด แถมอาหารเหล่านี้ก็เป็นของโปรดปรานของลูกๆเสียด้วย ดังนั้นเรื่องโภชนาการที่คุณแม่ต้องดูแล ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย บางท่านอาจจะเลี้ยงลูกแบบตามใจ อยากกินอะไรก็กินได้ทุกอย่าง แต่คุณแม่บางคนก็ควบคุมอาหารการกินของลูกน้อยอย่างเคร่งครัด อาหารที่เข้าข่ายเป็นอาหาร GMOs หรือาหารที่ได้รับการตัดแต่งพันธุกรรมก็เลี่ยงไม่ให้ลูกกิน เพราะนอกจากจะเป็นห่วงเรื่องคุณค่าทางสารอาหารแล้ว ก็ยังเป็นห่วงเรื่องน้ำหนักตัว และโรคอ้วนของเขาด้วยนั่นเอง

10. การขลิบให้ลูกชาย ทางการแพทย์ก็ยอมรับได้ แต่ก็ยังมีข้อโต้แย้งอยู่บ้างว่า การขลิบปลายอวัยวะเพศของเด็กชาย เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำให้เขาหรือเปล่า ซึ่งคุณแม่ก็ควรจะปรึกษากับกุมารแพทย์เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจทำด้วยนะคะ

11. วิธีลงโทษด้วยการ Time out วิธีลงโทษเด็กที่ร้องงอแง เอาแต่ใจตัวเอง คุณแม่บางคนก็เลือกใช้วิธี Time out หรือการลงโทษด้วยวิธีการปล่อยให้เขาสำนึกความผิดเองคนเดียวเงียบๆ และหวังจะให้เขาทบทวนสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไปในที่สุด ซึ่งผู้ปกครองบางกลุ่มก็ไม่เห็นด้วย เนื่องจากคิดว่า เด็กยังด้อยวุฒิภาวะเกินไปที่จะคิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้นได้ และการปล่อยให้เขานั่งเงียบๆคนเดียว อาจทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวและคิดว่าไม่มีใครรักเขาเลยก็ได้

12. การพาลูกนั่งคาร์ซีท คุณแม่หลายคนเห็นด้วยกับการใช้คาร์ซีท แต่คุณแม่บางคนกลับมองว่า อุปกรณ์คาร์ซีทไม่เหมาะกับโครงสร้างร่างกายของเด็กเล็กๆ ดังนั้นก่อนจะใช้คาร์ซีท ควรพิจารณาก่อนว่าลูกน้อยอายุเท่าไร เหมาะสมจะใช้หรือเปล่า หรือทางที่ดีคุณแม่ควรจะโอบอุ้มเขาไว้ และให้เขานั่งตักจะดีกว่า ส่วนอีกด้านหนึ่งก็แย้งว่า คาร์ซีทมีโครงสร้างที่ปลอดภัยต่อร่างกายของลูกน้อยพอสมควร แถมยังมีสายรัดปกป้องลูกน้อยจากการเคลื่อนไหวระหว่างเดินทางอีกด้วยนะ

13. ปล่อยให้ลูกร้องไห้จนหลับไป เด็กเล็กๆมักจะร้องงอแงทุกครั้งที่ห่างจากอกแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนก่อนนอน คุณแม่ต้องกล่อมเขาจนหลับไป แต่คุณแม่บางคนก็เลือกที่จะไม่กล่อม แล้วปล่อยให้ลูกร้องไห้แบบนั้นจนกว่าจะเหนื่อยและหลับไปเอง ส่วนคุณแม่อีกกลุ่มที่คัดค้านวิธีการนี้ก็บอกว่า หากเด็กร้องไห้จ้าก่อนจะนอน เขามีแนวโน้มสูงที่จะเกิดความอ่อนล้า และทำให้หลับได้ยากขึ้นอีกต่างหาก

14. ระยะห่างของอายุลูกๆ สำหรับคนที่วางแผนครอบครัวมาอย่างดี อาจจะคิดมีลูกมากกว่า 1 คน เพื่อให้ลูกไม่เหงา แต่จุดสำคัญมันอยู่ตรงที่ประเด็นอายุของลูกน้อย เมื่อมีลูกคนแรกแล้ว คนต่อไปควรจะห่างกันสักกี่ปี ซึ่งบางคนก็บอกว่า ปีต่อปีกำลังดี เป็นได้ทั้งเพื่อนและพี่น้อง ส่วนอีกด้านก็โต้แย้งว่า ให้ห่างกันสักหน่อยน่าจะดี คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเหนื่อยมากเกินไปด้วย แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ระยะห่างของอายุลูกก็ไม่น่าเป็นประเด็นสำคัญเท่าไรหรอกเนอะ แค่ให้เขาได้มีพี่น้องที่คลานตามกันออกมาก็น่าจะพอ

15. คลอดลูกที่บ้าน VS โรงพยาบาล สมัยนี้คุณแม่สามารถเลือกสถานที่คลอดลูกได้แล้ว ว่าจะเลือกคลอดลูกที่โรงพยาบาลหรือจะคลอดเองที่บ้านก็ได้ ซึ่งทั้งสองวิธีการคลอดก็น่าจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป และมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องการเลี้ยงดูลูกของคุณแม่แต่ละคน เชื่อว่าไม่น่าจะมีความผิดถูกแตกต่างกันมากมายนัก เพราะคุณแม่ทุกคนก็คงมีสัญชาญตญาณของความเป็นแม่และการปกป้องลูกอย่างเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเลี้ยงสไตล์ไหน เด็กๆก็คงได้รับประโยชน์จากคนที่รักเขามากกว่าโทษอยู่แล้ว อีกทั้งคงไม่มีใครรู้จักธรรมชาติของลูกได้ดีเท่าคนเป็นแม่หรอกจริงไหมคะ

 

บทความแนะนำ :

วิธีเลี้ยงเด็กแรกเกิด กับ 5 เส้นทางสร้างความสุขของคุณแม่
เทคนิคเสริมสร้าง EQ ให้ลูกน้อยขวบปีแรก
7 เกราะป้องกันเสริม ให้เจ้าตัวเล็กไม่ขาดความอบอุ่น!
เลี้ยงลูกอย่างไร? ให้เขามีความสุขอย่างเต็มที่

ขอบคุณข้อมูลจาก :

บทความที่เกี่ยวข้อง