kai

ไข่เป็นแหล่งโปรตีนสมบูรณ์ มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน มีเลซิทิน วิตามินเอ ดี อี เค บี 12 มีกำมะถัน โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ลูทีน ซีแซนทีน และ เหล็ก ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ป้องกันโรคหัวใจ บำรุงสมอง สายตา ผิวหนัง เส้นผม เล็บ กระดูก และเลือด

แม้ว่าไข่จะอุดมไปด้วยสารอาหาร แต่ผู้บริโภคก็ยังต้องกังวลถึงคอเลสเตอรอลที่มีอยู่ในปริมาณสูง เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ แม้ภายหลังจะมีการวิจัยพบว่าคอเลสเตอรอลในไข่มีผลทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูงเพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่เพื่อความอุ่นใจของผู้บริโภค จึงมีคำแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลในเลือดสูง กลุ่มผู้ที่มีพันธุกรรมที่ร่างกายไวต่อการดูดซึมคอเลสเตอรอล และผู้สูงอายุไม่ควรกินไข่เกิน 3 ฟอง/สัปดาห์ หรือกินเฉพาะไข่ขาว

ส่วนเด็กซึ่งเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโตและผู้ใหญ่วัยทำงานสุขภาพดีสามารถกินไข่ได้วันละ 1 ฟอง ไม่แนะนำให้กินไข่มากกว่า 1 ฟอง/วันเพราะอะไรที่กินมากเกินไป อาจทำให้แพ้ได้

ข้อควรระวังในการบริโภคไข่

1. ความสะอาด อาจมีเชื้อแบคทีเรีย Salmonella ปนเปื้อนมากับเลือดหรือขี้ไก่บนเปลือกไข่ หรือมีเชื้ออยู่ในไข่แดงเนื่องจากแม่ไก่ป่วยติดเชื้อ หากได้รับเชื้อเข้าไปในร่างกายจะทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย จึงต้องทำไข่ให้สุกเต็มที่ ควรเช็ดเปลือกไข่ให้สะอาดก่อนเก็บ และควรเก็บไข่ไว้ในตู้เย็น เพราะอุณหภูมิต่ำจะทำให้เชื้อโรคแบ่งตัวช้าลง

2. เมนูไข่สำหรับเด็ก ไม่ควรให้ลูกกินไข่ที่ไม่สุกเต็มที่หรือไข่ลวก เพราะอาจทำให้เกิดภาวะขาดวิตามินบี 7 เพราะในไข่ขาวดิบจะมีสารยับยั้งการดูดซึมวิตามินดังกล่าว ส่วนจะเป็นเมนูไหน แล้วแต่ความชอบ และความเหมาะสม เช่น

– ไข่ต้ม ไข่น้ำ ไข่ตุ๋น เหมาะสำหรับผู้ต้องการหลีกเลี่ยงน้ำมัน

– ไข่ดาว ไข่เจียว เหมาะสำหรับผู้ต้องการเมนูง่ายๆ ทำเมนูอื่นไม่เป็นอย่างเช่นป้าหมอเป็นต้น แต่ถ้าต้องการควบคุมน้ำหนัก เวลาทอดอย่าใช้น้ำมันเยอะ

– ไข่ลูกเขย ไข่ระเบิด ออมเล็ต ไข่พะโล้ เหมาะสำหรับลูกที่ต้องการบรรยากาศใหม่ๆไม่ให้เบื่อ

– ไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า เป็นการถนอมอาหาร คุณค่าน้อยกว่าไข่สด และไข่เยี่ยวม้าบางร้านค้า มีการใช้สารตะกั่วในการผลิต ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่เหมาะสำหรับเด็กๆ

– ไข่ออร์แกนิคหรือไข่ปลอดสาร ได้จากเลี้ยงแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ ไม่ขังกรง ไม่ให้อาหารที่มีการตัดแต่งพันธุกรรม ไม่ใช้สารเร่งโต ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ

– ไข่ดีเอชเอ มาจากแม่ไก่ที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีดีเอชเอ เช่น สาหร่าย เมล็ดแฟล็กซ์ น้ำมันคาโนล่า ไข่ประเภทนี้จะมีราคาสูงกว่าไข่ทั่วไป

ปัจจุบันมีเด็กแพ้อาหารมากขึ้น พบว่าไข่เป็นอาหารที่แพ้บ่อยเป็นอันดับ 2 รองจากนมวัว ทำให้มีอาการผิดปกติหลายระบบ เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบ ระบบทางเดินอาหารอักเสบ ระบบทางเดินหายใจผิดปกติ เช่น หายใจเสียงดัง นอนกรน เจ็บป่วยไม่สบายบ่อย ซึ่งสาเหตุเกิดจากแพ้ไข่ขาวบ่อยกว่าไข่แดง

การให้อาหารตามวัยแก่ทารก ควรเริ่มไข่แดงหลัง 6 เดือน เริ่มปริมาณน้อย แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณจนกินได้ไม่เกินวันละ 1 ฟอง โดยทำให้กินแบบไข่ต้มสุกแข็ง แล้วเอาเฉพาะไข่แดงมาให้ลูกกิน ถ้าแยกไข่แดงไข่ขาวตอนเป็นไข่ดิบ อาจมีไข่ขาวปนเปื้อน ทำให้มีโอกาสแพ้ได้ แนะนำให้กินไข่ขาวหลัง 1 ขวบ ในกรณีที่ลูกแพ้ไข่ เพื่อไม่ให้ขาดสารอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ หรือ นักโภชนาการ รับคำแนะนำเรื่องการกินอาหารชนิดอื่นทดแทน เพื่อไม่ให้ขาดโปรตีน ธาตุเหล็ก แร่ธาตุ และวิตามินที่จำเป็นต้องร่างกาย

บทความแนะนำ :
ขอบคุณข้อมูลจาก :  พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด , amarinbabyandkids

บทความที่เกี่ยวข้อง