05

ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่รักลูก แต่ว่าการให้ความรักแบบไหนล่ะที่จะเหมาะเจาะพอดีต่อการเติบโต พัฒนาการทั้งกายใจและความต้องการของลูกจริงๆ

คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็ก ผศ.นพ.วิฐารณ บุญสิทธิ หัวหน้าหน่วยจิตเวชเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มาช่วยให้คำตอบ โดยใช้ทฤษฎี 3 L มาอธิบายเรื่องรัก(ลูก)ให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจให้ชัดเจนกัน

L ที่ 1 Love : ความรักและการแสดงออก

     สิ่งสำคัญที่ลูกวัยเตาะแตะต้องการไม่ใช่แค่คำบอกรักลูกเท่านั้น ต้องมีการแสดงให้รู้ว่ารักประกอบกันไปด้วย ซึ่งการแสดงออกดังกล่าวก็คือ

ดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด สิ่งที่เด็กเล็กๆ 1-3 ขวบต้องการก็คือ การดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ให้ลูกได้รู้ว่าโลกที่เขาอยู่มีความมั่นคง ปลอดภัย มีคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วย คอยตอบสนองความต้องการของลูก หรือแสดงความรักด้วยความใกล้ชิด ลูบไล้ สัมผัส คอยกอดลูก ซึ่งการดูแลเอาใจใส่ลูกอย่างใกล้ชิดนี้ จะทำให้เกิดสิ่งที่สำคัญ 2 อย่างคือ ความผูกพันหรือที่เรียกว่าสายสัมพันธ์ทางใจระหว่างพ่อแม่กับลูก และลูกจะเติบโตขึ้นด้วยความรู้สึกมั่นใจได้ว่าโลกนี้มั่นคงปลอดภัย

มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน การที่ลูกได้เล่น ได้สนุกกับพ่อแม่ หรือว่าเมื่อลูกทำอะไรได้แล้ววิ่งมาอวดความสำเร็จ แล้วพ่อแม่แสดงความชื่นชม ภูมิใจไปกับลูก ลูกก็จะเกิดความรู้สึกภูมิใจ มีภาพพจน์ที่ดีต่อตัวเอง และหากเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วไม่ทะเลาะกัน เพราะเด็กในวัย 1 ขวบขึ้นไปจะเป็นวัยที่เริ่มดื้อ เริ่มต่อต้าน ไม่ชอบให้ใครขัดใจ เวลาที่พ่อแม่จะห้ามปราม ไม่อยากให้ลูกทำอะไรก็ควรหลีกเลี่ยงการขัดใจกันตรงๆ อาจจะใช้วิธีเอาของอื่นที่เล่นได้มาแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่เราจะห้ามแทน ซึ่งวิธีที่จะควบคุมเด็กไม่ให้ทำอะไรนั้น ควรจะใช้คำพูดที่นุ่มนวลให้กำลังใจกัน แต่ว่าในที่สุดเราก็คุมเขาในที อย่าใช้คำพูดตำหนิติเตียน

อย่าทำให้ลูกหวั่นไหว ด้วยการทำหรือบอกว่าพ่อแม่ไม่รัก เช่น เมื่อลูกทำผิด หรือดื้อ คุณพ่อคุณแม่ก็มักจะว่าทำตัวอย่างนี้เดี๋ยวพ่อแม่ไม่รักนะ หรือว่าไม่อยากจะเลี้ยงแล้ว เพราะจะเป็นการทำให้ลูกหวั่นไหวในความรักของพ่อแม่เป็นอย่างมาก แนะนำว่า สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่พูดได้ดีกว่านั้นก็คือว่า หนูทำอย่างนี้ไม่ได้ เพราะคุณพ่อคุณแม่รักหนู จึงไม่ปล่อยให้หนูทำอย่างนั้น อย่าเอาความรักมาเป็นเครื่องต่อรอง เป็นเงื่อนไขในการอบรมพฤติกรรมลูก ส่วนการจะลงโทษ สอนระเบียบวินัยเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความรัก ดังนั้นคำพูดที่ต้องหลีกเลี่ยงก็คือ คำพูดขู่ว่าจะไม่รัก ไม่อยากเลี้ยง ขู่ว่าจะทอดทิ้ง หรือจะส่งไปอยู่กับคนอื่น คำพูดขู่จะไปบั่นทอนความมั่นใจของลูก

รักลูกให้เท่ากัน การปฏิบัติต่อลูกแต่ละคนที่ทำให้ลูกเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ยุติธรรม ถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก เช่น การเปรียบเทียบกันระหว่างพี่น้อง การกระทำนี้จะไปบั่นทอนความรู้สึกของลูกเราคนใดคนหนึ่ง หรืออาจจะทั้งสองคนให้หวั่นไหว รู้สึกว่าพ่อแม่รักพี่หรือน้องอีกคนหนึ่งมากกว่าตัวเอง ในยามที่ลูกสิ่งที่ควรทำเมื่อลูกๆทะเลาะกันก็คือ ไม่เปรียบเทียบหรือตัดสินว่าใครผิดใครถูก เพียงแต่บอกว่า พี่น้องต้องเล่นกันดีๆ ต้องรักกัน ถ้าเล่นกันแล้วทะเลาะกันต้องหยุดเล่น หรือว่าเบี่ยงเบนความสนใจลูกไปเรื่องอื่นๆ หรือใช้วิธีแยกให้พี่ไปทาง น้องไปทาง โดยไม่ต้องไปสอบสวน ไปตัดสินว่าใครผิดใครถูก แค่หยุดพฤติกรรมตรงนั้นก็พอ และเมื่อลูกๆเล่นกันดีๆ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรแสดงความชื่นชม เช่น เล่นกันดีๆอย่างนี้พ่อแม่สบายใจ เป็นการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ลูกๆรู้สึกว่าพ่อแม่ลำเอียง ซึ่งการรักลูกให้เท่าๆกันนี้ ก็ต้องให้ความยุติธรรม ความเสมอภาคกับลูกด้วย ไม่จำเป็นว่าพี่จะต้องได้ทุกๆอย่างเหมือนน้อง หรือน้องต้องได้เหมือนพี่เสมอไป แต่ต้องมีเรื่องของระดับพัฒนาการหรือวุฒิภาวะเข้ามาพิจารณาความเสมอภาคนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะกลับกลายเป็นความไม่เสมอภาคมากกว่า เช่น การให้เงินไปโรงเรียน น้องที่อายุน้อยกว่าก็ต้องได้เงินน้อยกว่าพี่ ถ้าน้องมาประท้วงว่าทำไมเขาได้น้อยกว่าก็ควรตอบว่า “เมื่อหนูโตเท่าพี่หนูก็จะได้เท่าที่พี่ได้”

L ที่ 2 Limitation : รักนี้มีขอบเขต

สิ่งที่พ่อแม่ควรจะมีให้ควบคู่ไปกับความรักลูกก็คือ การมีขอบเขตที่เหมาะสม

ความรักที่พ่อแม่มีให้แก่ลูกไม่มีคำว่ามากไป แต่สิ่งที่มากไปนั้นก็คือการที่ไม่มีขอบเขต การตามใจลูกมากเกินไป ไม่ฝึกให้รับผิดชอบ ไม่ฝึกให้เรียนรู้ผลการกระทำของตัวเอง ตรงนี้ต่างหากที่เป็นปัญหาการแสดงออกถึงความรัก การตามใจลูกจึงต้องมีขอบเขตในการปฏิบัติ ซึ่งลูกจะต้องเรียนรู้การระงับ การควบคุมตัวเอง ระงับความต้องการบางอย่างที่พ่อแม่ให้ไม่ได้ ความรักไม่ใช่การตามใจ เป็นคนละเรื่องกัน การที่พ่อแม่ไม่ตามใจ หรือกำหนดขอบเขตให้กับลูก อันนี้ต่างหากที่เป็นการแสดงความรัก เพราะพ่อแม่ต้องสอนให้ลูกควบคุมตัวเอง สอนให้รู้จักระงับตัวเอง รู้จักอดทนรอคอย คล้ายๆผู้ใหญ่ที่รู้จักระงับกิเลส การกำหนดขอบเขตที่เหมาะสมนี้คุณหมอบอกว่าให้ดูตามวัย ตามพัฒนาการของลูก และงานนี้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ปฏิบัติให้เสมอต้นเสมอปลาย และสอดคล้องกันทั้งพ่อและแม่ด้วย

L ที่ 3 Let them grow : เปิดโอกาสให้ลูกได้โตตามวัย

ไม่ใช่ลูกโตแล้วก็ยังเลี้ยงดูลูกเหมือนเป็นเด็กๆเล็กๆ หรือทำให้ลูกทุกอย่างเลย เรื่องนี้คุณพ่อคุณแม่ควรจะเปิดโอกาสให้ลูกได้ช่วยตัวเองเมื่อถึงวัยอันสมควรด้วยเช่น ให้ลูกได้ตักข้าวเข้าปากเอง ช่วงหัดเดินก็อาจจะมีการหกล้มบ้าง ล้มก้นกระแทกบ้าง ก็ต้องปล่อยให้ลูกได้ฝึก ไม่ใช่ว่ารักแล้วคอยปกป้อง ประคบประหงมจนเกินไป จะทำให้ลูกเป็นเด็กไม่รู้จักโตเสียที

รักลูกอย่างถูกต้อง ถ้าคุณพ่อคุณแม่รักลูกและแสดงความรักอย่างถูกต้องแล้วละก็ จะทำให้ลูกเติบโตเป็นคนที่มีความมั่นใจในตนเอง มองตัวเองดี มองโลกในแง่ดี ข้อสำคัญที่สุดคือเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจคนอื่น และให้ความรักแก่คนอื่นเป็น ตรงกันข้าม เด็กที่ขาดรัก ขาดการดูแลเอาใจใส่ที่ดีจากพ่อแม่ก็จะเป็นคนที่ไม่อิ่มในความรักที่ตัวเองควรจะได้ แล้วก็ไม่สามารถให้ความรักกับคนอื่นได้

 

บทความแนะนำ :

7 ลักษณะที่บ่งบอกว่าลูกน้อยรักคุณมากแค่ไหน
สานสายใยแนบแน่น ระหว่างแม่กับลูกน้อย!
สร้างสุขให้ลูกขวบแรก สมองเติบโตดีได้อย่างไร?
8 ข้อบ่งบอกว่าคุณเป็นพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกได้ดีหรือไม่

ขอบคุณข้อมูลจาก : momypedia

บทความที่เกี่ยวข้อง