air

โรคที่มากับเครื่องปรับอากาศแบ่งใหญ่ๆได้ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ โรคภูมิแพ้ เกิดจากเชื้อราซึ่งจะอยู๋ในเครื่องกรองอากาศ ลองสังเกตดูว่าปกติแล้วเครื่องกรองอากาศในแอร์จะมีแผ่นกรองอยู่ ถ้าไม่ทำความสะอาดก็จะเกิดเชื้อรา เพราะฉะนั้นถ้าบ้านไหนมีใครที่แพ้เชื้อรา เมื่อสูดอากาศที่มีสปอร์ของเชื้อราปะปนอยู่เข้าไปก็จะเกิดอาการลักษณะคล้ายๆภูมิแพ้ คือมีอาการของหลอดลมอุดตันได้ ซึ่งโรคในกลุ่มนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อย

อีกชนิดหนึ่งก็คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า ลีเจียนแนร์ ดีซีส(Legionaire” disease) หรือโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ในต่างประเทศมักมีการระบาดในชุมชนที่ใช้เครื่องปรับอากาศเป็นท่อรวม เช่น โรงแรมขนาดใหญ่ ในแคมป์ทหาร ในโรงเรียนที่ใช้เครื่องปรับอากาศที่เป็นท่อรวม เพราะ เชื้อนี้จะออกมาจากท่อพักน้ำด้านบนของตึก(COOLING TOWER)ซึ่งก็คือ หอคอนโทรลความเย็นสำหรับตึกใหญ่ๆ จะมีน้ำไหลวนอยู่ในนี้ตลอดเวลา เชื้อแบคทีเรียจึงมีโอกาสเจือปนอยู่ได้ และลักษณะการแพร่กระจายของโรคก็จะเป็นการ “ระบาด” เช่น ถ้ามีผู้ป่วยที่พักในโรงแรมที่มีเชื้อตัวนี้ระบาดอยู่ ในเวลาไล่เลี่ยกันก็จะมีผู้ป่วยที่มาจากโรงแรมเดียวกัน มารักษาด้วยอาการเดียวกัน โรคนี้ในบ้านเราถือเป็นโรคใหม่ที่ยังไม่ค่อยพบเท่าไหร่ เนื่องจากเรามีห้องวิเคราะห์เชื้อตัวนี้ไม่ทั่วถึง แต่ก็มีงานวิจัยออกมามากมายว่าประเทศไทยของเรามีการติด เชื้อนี้มากพอสมควร และมีแนวมีแนวโน้มจะพบมากขึ้น อาการของโรคนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็คงต้องสังเกตดูว่าถ้าลูกมีอาการ ไอแห้งๆ หรือบางทีก็ไอแบบมีเสมหะ มีไข้ หอบ ก็อาจเป็นลักษณะของปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย หรือลีเจียแนร์ ดีซีส คนไข้ที่มีอาการรุนแรงก็มักจะมีน้ำท่วมปอด ต้องมีการใช้เครื่องช่วยหายใจ

วิธีที่จะทำให้นอนแอร์ได้อย่างสบายใจ ดังนี้

1. ปรับอุณหภูมิให้ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป ที่ประมาณ 25-27 องศาเซลเซียส

2. ตั้งปรับพัดลมของแอร์ให้เป็นระบบ Auto Swing และตั้ง Sleep โหมด เพื่อทำให้อุณหภูมิในห้องไม่เย็นจนเกินไป และกระจายความเย็นทั่วห้อง

3. หลีกเลี่ยงทิศทางลม ไม่ให้อยู่ในระดับทางลมแอร์พัดโดยตรง เพราะเมื่อลมแอร์ตกลงที่ศีรษะเด็กอย่างจัง อาจทำให้ไม่สบายได้

4. เปิดห้องให้อากาศบริสุทธิ์ภายนอกไหลเวียนเข้ามาบ้าง อย่างน้อยวันละ 3-4 ชั่วโมงขึ้นไป รวมทั้งเปิดม่านให้แดดส่องเพื่อฆ่าเชื้อโรคในห้อง

5. ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเฟอร์นิเจอร์ให้ปราศจากฝุ่นดีกว่าการปัดฝุ่น เพราะการปัดจะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายยิ่งขึ้น

6. หลีกเลี่ยงการใช้แอร์เคลื่อนที่ชนิดเติมน้ำหรือเติมน้ำแข็ง เพราะว่าจะทำให้ลูกหายใจเอาละอองน้ำเข้าไปด้วย ส่งผลให้ปอดบวมหรือปอดชื้นได้

7. ตรวจสอบอีกครั้งว่า แอร์ที่ใช้อยู่มีระบบฟอกอากาศอยู่หรือไม่

 

บทความแนะนำ :

คุณแม่ควรรู้ “ลำไส้ที่ดี” ของลูก สร้างได้แบบนี้…
เตือนพ่อแม่!! “ยาอมแก้เจ็บคอ” เสี่ยงลูกอาจเสียชีวิตได้
คุณแม่ควรรู้!! ลูกน้อยสมาธิสั้นได้อย่างไร?
ลูกพูด “พูดติดอ่าง” ปัญหาที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม!!

ขอบคุณข้อมูลจาก : mamymedia

ภาพจาก :  Kanigas







บทความที่เกี่ยวข้อง

Spread the love