23

 ในวัย 3-6 ปี เด็กจะเรียนรู้การช่วยเหลือตนเองได้แล้ว เริ่มแยกจากพ่อแม่และบ้านมากขึ้น เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในโรงเรียนอนุบาล เด็กๆจะมีการพัฒนาการด้านภาษาอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการพูด และได้เริ่มต้นเรียนรู้การอ่าน เขียน เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมได้มาก แต่ขณะเดียวกัน วัยนี้ก็เป็นช่วงวัยที่เด็กจะเริ่มมีปัญหาที่อาจส่งผลต่อพัฒนาการและพฤติกรรมที่เป็นปัญหาในอนาคตได้ หลายปัญหาหากพ้นเลยวัยนี้ไปจะยิ่งแก้ไขได้ยาก เช่น เด็กพัฒนาการช้า พูดช้า ซน สมาธิสั้น พฤติกรรมดื้อรั้น ก้าวร้าว เป็นต้น ดังนั้นคุณแม่ควรตรวจสอบพัฒนาการที่ลูกควรทำได้ตามวัยกันดีกว่าค่ะ

3 ขวบ พูดสื่อสารได้เก่งขึ้น

ควรบอกชื่อสัตว์ในหนังสือที่ดูด้วยกันได้อย่างน้อย 1 รูป สามารถนั่งฟังนิทานได้อย่างน้อย 5 นาที สามารถถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านด้วยกันได้ สามารถพูดคุยสื่อสารให้ผู้ใหญ่ทั่วไปฟังเข้าใจได้ ไม่ใช่พูดแล้วคนใกล้ชิดเท่านั้นที่ฟังรู้เรื่อง ช่วยหยิบของยกของได้ ตอบได้ว่าตัวเองเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย บอกสีได้อย่างน้อย 1 สี พูดคุยเป็นประโยชน์ที่มีอย่างน้อย 3 คำเป็นหลัก ใช้คำถาม อะไร ทำไม ได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรพูดคุยกับเขาบ่อยๆ ถามและตอบคำถามของพวกเขาอย่างสนใจ

4 ขวบ เข้าใจกฎเกณฑ์ต่างๆมากขึ้น

จะขี่จักรยาน 3 ล้อได้ รู้จักการเล่นซ่อนหา วิ่งไล่จับ หรือเกมอื่นๆที่มีกฎเกณฑ์ รู้จักการทำตามกฎกติกานั้นได้ พลิกหน้าหนังสือได้ทีละหน้า เล่าเรื่องหรือนิทานที่ได้ฟังบ่อยๆได้ สามารถบรรยายภาพที่เห็นได้ ด้านการพูดเขาจะใช้คำได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคำที่แสดงกริยาอาการ รู้จักใช้ประโยคที่ซับซ้อนขึ้น รู้จักการเล่นสมมุติ โดยเล่นกับตุ๊กตาคน สัตว์ เด็กบางคนอาจเล่นหรือพูดคุยกับเพื่อนในจินตนาการ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจค่ะ ด้านการใช้มือลูกวัยนี้สามารถวาดรูปวงกลมได้เมื่อเห็นแบบ ชอบทำท่าเขียนหนังสือ ขีดเขียนสิ่งต่างๆในกระดาษแล้วอ่านออกมาแบบสมมติได้

5 ขวบ ไม่งอแงแล้วล่ะ

ควรจะช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น เช่น ติดกระดุมเสื้อผ้าของตัวเองได้ รับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำเองได้ ระหว่างปิดเทอมคุณแม่ควรให้ลูกทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง เหมือนเวลาที่ไปโรงเรียนนะคะ และลูกวัยนี้จะไม่งอแงเวลาคุณแม่บอกให้เขารออยู่กับพี่เลี้ยง ครู หรือเวลาปล่อยให้เขาเล่นกับเพื่อนๆ เด็กวัยนี้ควรจะนั่งนิ่งๆ ฟังเรื่องเล่าได้นานกว่า 10-20 นาที วาดรูปสี่เหลี่ยมได้เมื่อเห็นแบบ บอกชื่อพยัญชนะบางตัวได้ บอกชื่อตัวเองได้และบอกพยัญชนะที่สะกดชื่อตัวเองได้ โดยอย่างน้อยควรจะบอกพยัญชนะที่สะกดชื่อตัวเองได้ บอกจำนวนได้ ชี้และนับสิ่งของได้อย่างน้อย 3 ชิ้น รู้จักสีอย่างน้อย 3 สี เดินลงบันไดแบบสลับเท้าได้ กระโดดสลับเท้าได้

6 ขวบ ช่วยเหลือตัวเองได้เก่ง

จะช่วยเหลือตัวเองได้เก่งแล้วค่ะ เขาจะแต่งตัวเองได้โดยคุณแม่ไม่ต้องช่วย สวมรองเท้า ผูกเชือกรองเท้าเองได้ รับลูกบอลลูกเล็กที่ส่งให้แบบกระเด้งได้ กระโดดแบบกระต่ายขาเดียวได้ บอกอายุได้ พูดทวนตัวเลขได้อย่างน้อย 4 ตัวติดกันอย่างถูกลำดับ บอกตัวอักษรได้อย่างน้อย 10 ตัว รู้เสียงของตัวอักษรพยัญชนะเกือบทุกตัว อ่านคำที่คุ้นเคยได้มากกว่า 15 คำ เขียนคัดลอกคำง่ายๆจากหนังสือได้ เวลาเล่นในกลุ่มเพื่อน เขาจะมีพฤติกรรมที่ดี ความเอาแต่ใจลดลง เพราะต้องการการยอมรับ ไม่อยากแปลกแยกจากคนอื่น

     Checklist ลูกวัย 3-6 ปี เป็นแนวทางช่วยในการประเมินความสามารถของลูก วัย 3-6 ปีมาฝากด้วยค่ะ ลูกอาจทำได้ไม่ครบทุกข้อ ก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่หากเห็นว่าลูกทำได้ช้ากว่าวัยหลายข้อ ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินพัฒนาการและพฤติกรรมค่ะ

ด้านสังคม

– เริ่มช่วยเหลือตัวเองได้ คุณแม่ไม่ต้องคอยดูแลตลอดเวลา

– ชอบช่วยเหลือผู้อื่น รู้จักแบ่งปันของเล่น เริ่มสนใจเด็กที่เล็กกว่า

– อยากรู้อยากเห็น มีท่าทีเป็นมิตร ต้องการการยอมรับจากเพื่อน

– ดื้อ โกรธง่าย ขี้อิจฉา ชอบทะเลาะกับพี่น้อง

– เริ่มมีอาการฝันร้าย และตื่นขึ้นมาร้องไห้ในตอนกลางคืน

– เปิดเผย คุยเก่ง ชอบคุยโม้ โอ้อวด ซึ่งการพูดเกินจริงของเด็กวัยนี้ไม่ใช่การโกหก

– ชอบทำตัวเลียนแบบผู้ใหญ่ เช่น ทำท่าดุน้อง สัตว์เลี้ยง ของเล่น

ด้านสมอง สติปัญญา

– ชอบดูหนังสือภาพ บอกเล่าเรื่องราวที่เคยเห็นในหนังสือได้ถูกต้อง

– ความจำดี ช่างสังเกต มีความสนใจสิ่งต่าง ๆ นานขึ้น

– วาดภาพคน คร่าวๆได้ มีอวัยวะ 5-7 ส่วน

– นับเลขได้ ถึง 10 บางคนนับได้มากกว่านั้น แต่ความเข้าใจด้านปริมาณ จะมีเพียง 2-3 เท่านั้น

– จัดของเป็นพวกๆ ตามสีและขนาดได้

– เรียนรู้ค่าต่างๆเพิ่มมากขึ้น ชอบฟังคำคล้องจอง

– รู้ความแตกต่างระหว่างเพศ

– เข้าใจเรื่องเวลา-สถานที่มากขึ้น

กิจกรรมและการเล่น

– ชอบต่อบล็อกไม้ เอาของต่างๆวางซ้อนกัน

– ชอบเล่นทราย น้ำ เป่าฟองสบู่

– รู้จักเล่นสมมุติกับตุ๊กตา

– ขีดเขียน ระบายสี และปั้นดินน้ำมันได้

– เล่นเลียนแบบท่าทางที่เห็นจากคนรอบข้าง หรือตัวละครในโทรทัศน์

– รู้จักการเล่นเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆวัยเดียวกัน แต่ถ้าเล่นกับเด็กที่โตหรือเล็กกว่าจะเล่นได้ไม่นาน

 

บทความแนะนำ :

ขอบคุณข้อมูลจาก : motherandchild







บทความที่เกี่ยวข้อง

Spread the love