po

1.ส่งสัญญาณที่ตรงกัน ลูกวัยขวบปีแรกทำได้เพียงร้องไห้กับทุกสิ่งที่เขาต้องการสื่อสารออกมา คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตและเรียนรู้ว่าการร้องไห้ของลูกในแต่ละครั้งนั้นลูกต้องการอะไร จากนั้นก็ตอบสนองต่อสัญญาณของลูกให้ถูกต้องเหมาะสมกับเวลา ลูกจะเกิดความไว้ใจและมีความสุขในที่สุด
2.สัมผัสสร้างอารมณ์ดี ลูกจะเรียนรู้และรับความรู้สึกผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 เด็กๆจะชอบให้คุณพ่อคุณแม่กอด อุ้ม และเล่นโยกเยก กิจกรรมนี้จะช่วยให้ลูกรู้สึกอบอุ่น ผูกพัน และรับรู้ถึงความรักที่พ่อแม่มีให้ โดยการให้ลูกนอนบนตักแล้วโยกตัว ลูกจะรับรู้ถึงความปลอดภัยในอ้อมอกแม่ เมื่อลูกร้องไห้การอุ้มเป็นการปลอบโยนที่ดีก่อนที่จะตอบสนองตามความต้องการของลูกให้ถูกต้อง
3.พ่อแม่อารมณ์ดี หากอยากให้ลูกอารมณ์ดี คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องอารมณ์ดีก่อน เพราะลูกน้อยสามารถรับรู้ความรู้สึกของคุณพ่อคุณแม่ได้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่เครียดหรือหงุดหงิดแล้วมาเล่นกับลูก ถึงแม้ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ทำให้ลูกสนุก ลูกน้อยก็จะไม่สนุก และหากให้ลูกรับรู้ถึงความรู้สึกเครียดจากคุณพ่อคุณแม่บ่อยๆ ลูกน้อยก็จะซึมซับความรู้สึกเหล่านี้ได้
4.เล่น เล่น เล่น นอกจากการเล่นจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาแล้ว ยังช่วยเสริมพัฒนาการทางจิตใจและอารมณ์ได้ดีอีกด้วย เพราะเมื่อเด็กเล่นสนุก ความรู้สึกมีความสุขและอารมณ์ดีก็จะตามมา คุณพ่อคุณแม่เป็นของเล่นชั้นหนึ่งสำหรับลูก ทั้งการเล่นสัมผัสกัน โดยใช้นิ้วไต่ไปตามลำตัวของลูก เล่นจ๊ะเอ๋ ร้องเพลงแล้วปรบมือ ทำหน้าตาแปลกๆ ให้ลูกหัวเราะ และถ้าลูกถึงวัยคลานก็ให้ลูกคลานขึ้นมาบนตัวคุณพ่อคุณแม่ เมื่อเล่นกับลูก คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเล่นด้วยความสนุกสนาน โดยใช้น้ำเสียงสูงๆต่ำๆ และมีรอยยิ้มให้ลูกเสมอ ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดในช่วงที่พ่อแม่ลูกเล่นด้วยกัน และความสนุกสนานของกิจกรรม จะช่วยเสริมสร้างให้ลูกอารมณ์ดีและรู้สึกอบอุ่นใจ
อย่าปล่อยให้ความเครียดมาทำลายอารมณ์อันสดใส ร่างกายที่แข็งแรง พัฒนาการที่ดีและสมวัยของลูกน้อยนะคะ

 

บทความแนะนำ :

สานสายใยแนบแน่น ระหว่างแม่กับลูกน้อย!
10 เคล็ดลับดูแลลูกง่ายๆ ที่คุณแม่อาจไม่เคยรู้!
สายสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก ในช่วงวัยขวบปีแรก
วิธีเลี้ยงเด็กแรกเกิด กับ 5 เส้นทางสร้างความสุขของคุณแม่

ขอบคุณข้อมูลจาก : rakluke