fung

จากผลงานวิจัยพบว่า เมื่อคุณมีลูกชาย คุณไม่จำเป็นต้องเลี้ยงเขาให้แข็งแกร่งเสมอไป อย่าไปคิดว่าเด็กผู้ชายต้องอึด ต้องอดทน แต่กับลูกสาวคุณเลือกที่จะทะนุถนอม อ่อนโยน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่ว่าจะเป็น ลูกชาย หรือ ลูกสาว คุณควรเลี้ยงในมาตรฐานเดียวกันจะทำให้เด็กได้ดีกว่า ถ้าเลี้ยงต่างกันจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการและทำให้เด็กเกเรได้

คุณไม่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกชายแบบหักดิบ ถ้าลูกร้องไห้คุณสามารถปลอบโยน หรือกอดไว้ได้ เพราะถ้าคุณไม่สนใจปล่อยให้ร้องไห้ด้วยการไม่มีเหตุผลอาจส่งผลเสียโดยที่คุณคาดไม่ถึง เพราะการเลี้ยงลูกด้วยความแตกต่างของเพศจะทำให้เด็กเกิดความเครียด ส่งผลให้พัฒนาการของเด็กไปในทางที่ไม่ดี

ในทางกายภาพแล้วเด็กผู้ชายจะพูด เดิน และพัฒนาทางร่างกายช้ากว่าเด็กผู้หญิงอยู่แล้ว ถ้าโดนกระตุ้นด้วยการเลี้ยงแบบผิด ๆ จะยิ่งทำให้เด็กเครียดเกิดความรู้สึกสับสน พัฒนาการก็ช้าลง ดูง่าย ๆ จากการที่เด็กชายหญิงอายุ 6 เดือนการตอบสนองและพัฒนาการจะต่างกัน เด็กหญิงจะตอบสนองได้เร็วกว่า

คุณพ่อคุณแม่ หรือ บ้านไหนที่มีทั้งลูกชายและลูกสาว ควรเปลี่ยนความคิด และวิธีการเลี้ยงลูกดังนี้

1. เด็กผู้ชายไม่จำเป็นจะต้องได้รับความรัก ความอ่อนโยน น้อยกว่าเด็กผู้หญิง เพราะไม่ว่าจะเป็นเด็กทารก เด็กเล็กทุกเพศควรได้รับความรักแบบเท่าเทียมกัน

2. ควรสัมผัสลูกด้วยการกอด จริง ๆ แล้ว เมื่อมีลูกไม่ว่าจะ ชาย หรือ หญิง คุณแม่ส่วนมากก็จะรักมากและกอดกันอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็ก แต่เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นพ่อแม่หลายคนกลับเห็นว่าการกอดกับลูกสาวเป็นเรื่องปกติ แต่การกอดกับลูกชายรู้สึกเปลี่ยนไป ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าลูกจะโตขึ้น เป็นเด็กวัยซน หรือ วัยปฐม การแสดงความรักที่ดีที่สุดก็คือการกอด เด็ก ๆ ทุกคนต้องการแน่นอนค่ะ

3. เลี้ยงให้เหมือนกัน เลี้ยงด้วยความใส่ใจและความอ่อนโยนเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหญิงหรือเด็กชาย ควรได้รับการเลี้ยงดูให้เหมือนกัน เด็กจะออกมาเป็นเด็กดีเหมือนกัน จะไม่มีคำว่า เด็กผู้ชายเลี้ยงยาก หรือ เด็กผู้ชายซนกว่าเด็กผู้หญิง แน่นอน ถ้าพ่อแม่และครอบครัวเลี้ยงลูกไปในทิศทางเดียวกันค่ะ

 

บทความแนะนำ :

เช็คสิ! ลูกเราเป็นเด็กเลี้ยงยากหรือเปล่า
6 สิ่งที่ต้องรู้ เพื่อดูแลลูก 1 เดือนแรกหลังคลอด
4 เหตุผลนี้ กับการ “ให้เวลา” และ “ใช้เวลาด้วยกัน” ให้ลูกได้ไหม?
4 ความใจร้ายเพื่ออนาคตของลูกน้อย!

ขอบคุณข้อมูลจาก : maerakluke

บทความที่เกี่ยวข้อง