จอแท็บเล็ต
จอแท็บเล็ตกับ 7 เรื่องที่พ่อแม่ต้องรู้ ก่อนลูกเข้าเรียน

จอแท็บเล็ตกับเด็กต่ำกว่า 2 ขวบที่ไม่ควรใช้ เนื่องจากจะมีผลทำให้เด็กสื่อสารได้ช้า มีอาการคล้ายกับออทิสติกและในเรื่องของดวงตาไม่ใช่เฉพาะเด็กเพียงวัยเดียวเท่านั้นยังเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ได้อีกด้วย เพราะไม่ใช่แค่กับแท็บเล็ตอย่างเดียวแต่พวกหน้าจอต่างๆที่มักเป็น Screen เหล่านี้ล้วนปล่อยรังสีอที่มีผลเสียต่อดวงตาของเราอย่างแน่นอนค่ะ แม้ประเทศไทยในปัจจุบันจะยังไม่เจอเคสที่รุนแรงในเด็ก ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงอาการเล็กๆน้อยๆที่ยังรักษาได้ตามอาการ (แต่หากปล่อยไว้ หรือไม่ดูแลก็ย่อมไม่ดีแน่ค่ะ) ได้แก่

1. ตาแห้ง เพราะไม่กระพริบตา

โดยปกติไม่ว่าจะผู้ใหญ่หรือเด็กหากจ้องหรือเพ่งมองอยู่กับอะไรนานๆ มักจะลืมกระพริบตาจนเกิดอาการตาแห้ง พบทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และในวัยรุ่นเป็นส่วนมาก เมื่อสอบถามกลับไปก็พบว่าเกิดจากการจ้องหน้าจอนานๆทั้งวันนั่นเอง

2. ผิวกระจกตาเป็นแผล ต่อเนื่องจากตาแห้ง

มีสาเหตุต่อเนื่องมาจากการที่เราปล่อยให้ตาแห้งนานๆโดยไม่ได้รับการรักษา ซึ่งหากพบตั้งแต่เนิ่นๆหมอจะแนะนำให้ปรับไลฟ์สไตล์ ลดเวลาอยู่กับหน้าจอ หยอดน้ำตาเทียม หรือหากอาการหนักมากก็ต้องให้ยาเพื่อกระตุ้นต่อมน้ำตาให้ผลิตน้ำตามากขึ้นค่ะ

3. สายตาสั้น

ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 10 ขวบ หากใช้อุปกรณ์พวกนี้มากจะกระตุ้นให้สายตาสั้นเร็วขึ้นมาก เพราะบางคนมีกรรมพันธุ์เป็นสายตาสั้นอยู่แล้วและหากใช้มากๆจะกระตุ้นให้มีภาวะสายตาสั้นมากขึ้นเป็นสายตาสั้นถาวรได้ซึ่งความสัมพันธ์อย่างหนึ่งระหว่างดวงตากับจอแท็บเล็ต มีงานวิจัยที่พบว่าการเล่นแท็บเล็ตเป็นการใช้สายตาในระยะใกล้ ทำให้เด็กขาดช่วงเวลาที่จะได้ใช้สายตาในระยะไกล

4. คอนแทกเลนส์ ยังไม่เหมาะกับเด็ก

เพราะจะต้องมีการดูแลทำความสะอาด ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ยังไม่สามารถดูแลด้วยตัวเองได้ดี จนเกิดปัญหาติดเชื้อได้ค่ะ ซึ่งปัจจุบันมีคอนแทกเลนส์ตัดแสงยูวีอยู่แล้ว แต่ไม่มีคอนแท็กเลนส์รุ่นไหนที่ออกแบบพิเศษมาเพื่อการใช้แท็บเล็ตโดยเฉพาะ

5. ตาเขชั่วคราว พบเร็ว รักษาให้เร็ว

หากพบว่าลูกมีอาการตาเหล่ ตาเข ตาส่อน อย่าปล่อยให้เป็นนาน ต้องรีบมารักษาเนื่องจากอาจจะหายได้เอง หรือให้ใส่แว่นปรับสายตา ตาเขชั่วคราวเกิดจากอ่านหนังสือใกล้ๆ ใช้สายตาเขม่นมากเกินไป ตาเขบางประเภทไม่เกี่ยวกับการใช้หน้าจอดังนั้นต้องมาตรวจกับคุณหมอก่อนว่าเด็กมีภาวะกล้ามเนื้อที่ตาบีบตัวมากกว่าปรกติหรือเปล่า

6. ตาขี้เกียจ ไม่พัฒนาไปตามวัย

คือโครงสร้างอวัยวะภายในของดวงตาไม่พัฒนา เกิดจากการมองเห็นได้ไม่ดีในตอนเด็กๆ ทำให้สมองไม่พัฒนาตาม สุดท้ายแล้วดวงตาจะไม่พัฒนาไปตามอายุของเด็ก อาจจะเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นตาข้างที่มัว มองไม่เห็น หากพบตอนเด็กยังพอแก้ไขได้ค่ะ

7. Computor Vision Syndrome กลุ่มอาการคล้ายติดเกมส์

เด็กที่ติดแท็บเล็ตจะมีอาการคล้ายกับติดคอมพิวเตอร์สิ่งที่เพิ่มเติมจากอาการตาแห้งและอื่นๆ คืออาการติดเกมส์ ติดดูหน้าจอ จนรู้สึกขาดไม่ได้ ที่พบแน่ๆ คือทำให้สายตาสั้นมากขึ้น สายตาเปลี่ยนบ่อยๆ และทำให้มึนหัวได้

คุณพ่อคุณแม่บางคนกลัวว่าถ้าไม่ให้ลูกเล่นแท็บเล็ตโตขึ้นอาจจะตามไม่ทันเทคโนโลยี แต่ขอแนะนำให้ใช้อย่างพอประมาณจะดีกว่าค่ะ ไม่ควรให้เล่นเป็นระยะเวลายาว ควรใช้ 30 นาที พัก 15 นาทีเป็นอย่างน้อย ผู้ใหญ่อย่างเราเองก็เช่นเดียวกันค่ะ ดวงตาเป็นอวัยวะที่ต้องใช้งานไปตลอดชีวิต ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน เรามาถนอมดวงตาไว้ใช้ระยะยาวๆดีกว่านะคะ

 

บทความแนะนำ :
12 เทคนิคการเลี้ยงลูกสาว
เรียนเตรียมอนุบาล จำเป็นต่อลูกรักหรือไม่
12 เทคนิคฝึกลูกน้อยพูด 2 ภาษา
10 เป้าหมายสร้างทักษะชีวิตให้ลูกรักช่วงปิดเทอม

ขอบคุณข้อมูลจาก :  อ.พญ. แพร์ พงศาเจริญนนท์ , amarinbabyandkids

บทความที่เกี่ยวข้อง