cute

การเลี้ยงลูกที่มีภาวะดื้อและต่อต้านเป็นงานท้าทายอย่างยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ แต่จากผลการศึกษาเด็กที่เป็นโรคดื้อหลาย ๆ ชิ้นก็ชี้ตรงกันว่า เด็กสามารถดีขึ้นได้หากได้รับการดูแลเลี้ยงดูอย่างเหมาะสมจากคนในครอบครัว ตอนนี้จึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่จะหาวิธีเลี้ยงดูที่เหมาะสมต่ออาการดื้อต่อต้านของคุณลูก ซึ่งเราก็มีคำแนะนำในการรับมือดังนี้เลยค่ะ

1. รับมืออย่างใจเย็น ข่มความโกรธให้ได้

สิ่งแรกที่คุณต้องเรียนรู้และทำให้ได้ ก็คือการข่มอารมณ์ตัวเอง และรับมือความดื้อแสนดื้อของลูกอย่างใจเย็น เรื่องนี้นับเป็นสิ่งที่ท้าทาย และทำได้ยากในช่วงแรก ๆ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องพยายามทำให้ได้นะคะ จากนั้นจึงค่อยบอกเขาว่าสิ่งที่เขาทำไม่ดีอย่างไร พ่อแม่ไม่ชอบใจเลยนะคะ บอกว่าลูกควรทำอย่างไรให้ถูกต้อง แล้วจบการโต้เถียงให้สงบที่สุด อย่าพยายามเถียงแย้งกลับ หรือใช้กำลังกับลูกเด็ดขาดเชียว เพราะเด็กอาจซึมซับพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องนี้ไปใช้ด้วย

2. สังเกตพฤติกรรมปัญหาของลูก

คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องสังเกตพฤติกรรมของลูกเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างครอบคลุมและถูกจุด นอกจากสังเกตพฤติกรรมเขาที่บ้านแล้ว ก็ยังต้องขอความร่วมมือไปยังคุณครูให้ช่วยสอดส่องและดูแลพฤติกรรมลูกมากเป็นพิเศษ เพราะเด็กบางคนมีปัญหามากเมื่ออยู่ที่โรงเรียน บ้างมีปัญหามากเมื่ออยู่กับเพื่อน ๆ คุณจึงต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดลูกในเวลานั้น ช่วยดูแลเป็นหูเป็นตาให้ พร้อมทั้งให้ช่วยระบุปัญหาเด่น ๆ ในพฤติกรรมของลูกให้ด้วย เพื่อให้คุณสามารถวางแผนในการปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรมของลูกได้อย่างครอบคลุม

3. ไม่ใจอ่อนกับบทลงโทษที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว

หากลูกทำผิดจากกฎที่ตกลงกันไว้ ก็ต้องลงโทษลูกด้วยบทลงโทษที่ตกลงไว้แล้วว่าเขาจะต้องเผชิญหากมีพฤติกรรมไม่น่ารัก และต้องลงโทษเช่นนั้นทุกครั้ง ไม่มีอ่อนข้อหรือยอมยกเว้นให้ เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าเด็ก ๆ ที่มีอาการดื้อต่อต้านจะได้ใจ และไม่เชื่อหรือเคารพในกฎที่ได้ตกลงกันไว้อีกต่อไป หากได้ผู้ใหญ่ใจอ่อนยอมลงให้แล้วครั้งหนึ่ง อันจะทำให้การปรับปรุงพฤติกรรมของเขายากขึ้นอีกนั่นเอง

4. อย่าเก็บสิ่งที่ลูกดื้อกับคุณมาเป็นอารมณ์

แม้พฤติกรรมของเด็กที่เป็นโรคดื้อนั้นจะเป็นความดื้อด้านชนิดที่คุณแทบทนไม่ได้ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องระลึกให้ขึ้นใจว่า นั่นเป็นเพราะลูกมีภาวะผิดปกติด้านอารมณ์และพฤติกรรม และมีคุณเท่านั้นที่จะช่วยปรับปรุงแก้ไขให้พฤติกรรของเขาดีขึ้นได้ เพราะฉะนั้นแม้จะรู้สึกโกรธที่ลูกทำตัวไม่น่ารักเอาเอาเสียเลย ทำตัวต่อต้านอย่างที่สุด หรือพูดจาเพื่อให้คุณเสียใจ ก็ขออย่าได้เก็บมาเป็นอารมณ์โกรธส่วนตัว จะอย่างไรก็จงให้ความรักความเข้าใจแก่เขา และพยายามช่วยเขาปรับปรุงพฤติกรรม เพื่อให้ลูกเติบโตไปเป็นเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เป็นปัญหาต่อผู้อื่นในอนาคต

 

บทความแนะนำ :

4 ความเชื่อของคุณแม่ที่ควรแก้ไข
เลี้ยงลูกเข้มงวดไปหรือเปล่า…มาดูกัน!!
เตือนพ่อแม่ไม่ควรทำแบบนี้…อาจเป็นการทำลายลูกน้อย!!!
เช็คด่วน!! วันนี้คุณเลี้ยงลูกแบบ “พ่อแม่รังแกฉัน” หรือเปล่า?

ขอบคุณข้อมูลจาก : baby.kapook

บทความที่เกี่ยวข้อง