babycute

บ่อยครั้งที่คุณพ่อคุณแม่พากันปวดหัวในพฤติกรรมของลูกที่เป็นปัญหาพาให้ปวดใจ โดยที่คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ใหญ่ในครอบครัวเอง ก็ไม่รู้ว่าจะจัดการและรับมือกับปัญหาและพฤติกรรมนั้นอย่างไร ดังนั้นก่อนจะเริ่มมีการจัดการกับพฤติกรรมของลูก ผู้ปกครองจำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า อะไรเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้ลูกมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว

เป้าหมายของพฤติกรรมของเด็กที่ไม่เหมาะสม แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ และในแต่ละรูปแบบจะมี 2 ลักษณะ ได้แก่

1. เพื่อเรียกร้องความสนใจ เกิดจากความเชื่อว่า เด็กจะได้รับการยอมรับก็ต่อเมื่อมีคนมาสนใจและสังเกตเห็นพฤติกรรมของเขา โดยมีทั้งพฤติกรรมแนวรุก อันได้แก่ การรบกวน การล้อเลียน และพฤติกรรมแนวรับ อันได้แก่ การหลงลืม ไม่ช่วยงาน ความคาดหวัง และการรอคอยการเอาใจจากผู้อื่น สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำคือ อย่าให้ความสนใจในสิ่งที่ลูกเรียกร้อง ควรเพิกเฉยถ้าเป็นไปได้ และไม่เอาใจลูกจนเกินไป ให้ความสนใจเมื่อเด็กทำดีในตอนหลัง เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมและความเชื่อที่ถูกต้อง เช่น การกล่าวของคุณเมื่อลูกช่วยเหลือ เห็นหรือสังเกตเมื่อลูกแสดงพฤติกรรมในการเป็นผู้ให้

2. เพื่อแสดงอำนาจ เกิดจากความเชื่อว่า เขาจะได้รับการยอมรับก็ต่อเมื่อเขาได้เป็นเจ้านายของครอบครัว แม้จะเกิดการทะเลาะกันก็ตาม ดังนั้นถ้าเขาสามารถทำให้พ่อแม่มาร่วมวงทะเลาะกับเขาได้ แสดงว่าเขาจะรู้สึกว่า เขาได้มีอำนาจแล้ว ซึ่งพฤติกรรมแนวรุก ได้แก่ การขว้างปาสิ่งของ โมโหเกรี้ยวกราด เรียกร้อง โต้เถียง และพฤติกรรมแนวรับ ได้แก่ ความดื้อ ทำตามที่ผู้ปกครองบอก แต่อาจจะช้า หรือผิดพลาดไม่สมบูรณ์ สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำคือ ไม่โต้เถียงกับลูก หรือยอมแพ้ลูก ถอนตัวจากการเอาชนะ แต่ถ้าเป็นไปได้พยายามพาตัวเองออกจากห้อง ปล่อยให้ลูกได้รับผลของพฤติกรรม เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมและความเชื่อที่ถูกต้อง โดยยื่นทางเลือก ให้เด็กเป็นผู้ตัดสินใจ และขอความช่วยเหลือ หรือความร่วมมือในภายหลัง

3. เพื่อการแก้แค้น ซึ่งเขามีความเชื่อว่า เขาเป็นเด็กไม่น่ารักและเขาจะได้รับการยอมรับ ก็ต่อเมื่อเขาทำให้พ่อแม่เจ็บปวด โดยเขาต้องการให้บทเรียนกับพ่อแม่ ได้รู้สึกบ้างว่าเวลาเจ็บปวดเป็นอย่างไร ซึ่งจะมีพฤติกรรมแนวรุก อันได้แก่ ความหยาบคาย พูดจาทิ่มแทง และใช้ความรุนแรง ทางด้านพฤติกรรมแนวรับ ได้แก่ การส่งสายตาแบบหดหู่ ปวดร้าว ทุรนทุราย และปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำคือ เลือกที่จะไม่ตกอยู่ภาวะถูกทำร้ายทางจิตใจหรือรู้สึกโกรธ อย่าทำร้ายลูกกลับ ทั้งทางกายและคำพูด สร้างความเชื่อมั่นในภายหลัง ทำให้ลูกรู้สึกว่า เขาได้รับความรัก เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมและความเชื่อที่ถูกต้อง ให้ความความยุติธรรมเท่าที่ทำได้ รวมทั้งกล่าวขอบคุณเมื่อลูกมีน้ำใจช่วยเหลือพ่อแม่ สังเกตและชื่นชมเมื่อลูกมีส่วนร่วมหรือมีการช่วยเหลือ

4. การแสดงความอ่อนด้อย เพราะเชื่อว่าเขาจะได้รับการยอมรับ ก็ต่อเมื่อทำให้พ่อแม่เห็นว่าได้พยายามเต็มที่แล้ว แต่เมื่อทำไม่ได้จริงๆ เขาต้องการให้พ่อแม่แสดงความเห็นใจและยังยอมรับ เพราะเด็กไม่อยากมีความรู้สึกว่าเมื่อทำอะไรผิดพลาดแล้วไม่มีใครยอมรับ จึงมีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็น คือ เลิกทำอะไรโดยง่าย ไม่พยายามทำต่อจนสำเร็จ สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำคือ ไม่ทำให้ลูกเกิดความอับอาย หยุดวิจารณ์ ควรสังเกตเห็นทุกความพยายามไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ไม่ยอมแพ้ลูก เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมและความเชื่อที่ถูกต้อง สนใจข้อดีและความฉลาดของลูก ให้ความใส่ใจเมื่อลูกเลือกทางเลือกที่ฉลาด ใส่ใจเมื่อลูกนึกถึงผู้อื่น รวมทั้งให้การสนับสนุนและให้กำลังใจอย่างเต็มที่

เริ่มต้นที่พ่อแม่

เมื่อผู้ปกครองรู้หลักการปฏิบัติดังกล่าว จะสังเกตเห็นได้ว่าการจัดการกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมของลูก จุดเริ่มต้นอยู่ที่พ่อแม่ เพราะเมื่อใดก็ตามที่พ่อแม่สามารถรับมือ จัดการกับอารมณ์และพฤติกรรมของตนเองได้แล้ว การจัดการและรับมือกับพฤติกรรมของลูก ก็จะเกิดขึ้นอย่างง่ายดาย เพราะปัญหาไม่ใช่ปัญหา แต่วิธีการแก้ปัญหาคือตัวปัญหา

 

บทความแนะนำ :

11 เรื่องของลูก ที่คุณแม่ (อาจ) ยังไม่รู้!!
เช็คด่วน! ลูกของเราเป็นแบบไหน “เทวดา นางฟ้า หรือเจ้าตัวแสบ!”
พ่อแม่ควรรู้!! 6 ประโยค ห้ามเอ่ยกับลูก
เมื่อลูกทำผิด!! การลงโทษไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น จริงหรอ??

ขอบคุณข้อมูลจาก : motherandchild







บทความที่เกี่ยวข้อง

Spread the love