C

วิตามินซี (ascorbic acid) จัดเป็นสารสำคัญที่มีผลต่อการทำงานหลายระบบของร่างกาย มีสรรพคุณหลายอย่าง อาทิ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดป้องกันโรคในระบบหัวใจ และหลอดเลือด และช่วยป้องกันโรคตับ และโรคไต เป็นต้น ทั้งนี้ วิตามินซีเป็นสารที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ แต่มักไม่เพียงพอกับความต้องการจึงจำเป็นต้องได้รับเพิ่มจากแหล่งอื่น เช่น พืชผัก และผลไม้ต่างๆ

1. พริกหวาน หรือพริกหยวก หรือพริกยักษ์

เป็นพริกที่มีผลสีต่างๆกัน ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีส้ม และสีเขียว ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของพริกที่เผ็ดน้อย ในพริกหวานสีเขียว 100 กรัม จะมีวิตามินซีสูงถึง 80.4 มิลลิกรัม หรือ 97%  ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ทำให้เจริญอาหาร เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ กระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำลาย ผ่อนคลายความเครียด ลดความดันโลหิต ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดดี แก้อาเจียน ขับเหงื่อ ขับเสมหะ ขับลม ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือด และโรคต้อกระจก

894788

2. บร็อคโคลี่

เป็นผักที่จัดอยู่ในตระกูลกะหล่ำ บริโภคส่วนของดอกอ่อน และก้าน มีคุณค่าทางอาหาร โดยเฉพาะวิตามินซี ซึ่งมีอยู่มากในส่วนของลำต้น นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยเบตาแคโรทีน เส้นใยอาหาร และสารอาหารต่างๆ หลายชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติต่อต้านมะเร็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ และป้องกันความผิดปกติของเด็กแรกเกิด

Veg_Blok

3.ฝรั่ง

ฝรั่งเป็นผลไม้ ผลดิบสีเขียวสามารถกินได้ เมื่อสุกจะกลายเป็นสีเหลือง ฝรั่งเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และนิยมนำมาทำพาย และขนมได้หลายชนิด หรือนำไปแปรรูปก็น่ารับประทาน เช่น ฝรั่งดอง ฝรั่งแช่บ๊วย

ฝรั่งมีฤทธิ์เป็นยาสมุนไพร โดยใบฝรั่งช่วยดับกลิ่นปาก น้ำต้มใบฝรั่งสดต้มน้ำ จะช่วยป้องกันลำไส้อักเสบ ท้องเสีย หรือใช้ทาแก้ผื่นคัน พุพองได้ น้ำต้มผลฝรั่งตากแห้ง สามารถช่วยแก้คออักเสบ เสียงแห้ง หรือนำใบมารักษาแผล และแก้ปวดฟัน หรือเหงือกบวม รวมถึงปลือกของต้นฝรั่งสามารถนำมาทำสีย้อมผ้าได้

All images that appear in this set. I used the Lens fix 35 mm and model Nikon D90 only just To test the ability of the lens .35mm

4.ลิ้นจี่

เป็นผลไม้ที่มีเปลือกสีแดง สามารถนำมาแปรรูปได้หลากหลาย ซึ่งในลิ้นจี่ 100 กรัม จะมีวิตามินซีสูงถึง 72 มิลลิกรัม หรือ 87% นอกจากนี้ เปลือกของผลลิ้นจี่ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้อีกด้วย

ลิ้นจี่ อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย และมีกรดไขมัน เช่น กรดปาล์มิติก กรดไลโนเลอิก กรดโอเลอิก ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงร่างกาย ดับกระหาย ป้องกันโรคมะเร็ง และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย สามารถนำเปลือกมาทำเป็นชาเพื่อดื่มแก้หวัด และป้องกันโรคต่างๆ

n20151008110641_47529

5.เงาะ

เป็นผลไม้เมืองร้อน นอกจากนำมารับประทานแล้ว เงาะยังมีสารที่สามารถนำมาย้อมผ้าได้อีกด้วย เงาะสดสามารถแก้อาการท้องร่วงชนิดรุนแรงได้ผลดี ถ้านำมาต้มเอาน้ำ จะใช้เป็นยาแก้อักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รักษาอาการอักเสบในช่องปาก รักษาโรคบิดท้องร่วง แต่ก็ควรระมัดระวังเม็ดในเงาะ เพราะว่ามีพิษ ถึงแม้จะนำไปคั่วจนสุกแล้ว ถ้ารับประทานเข้าไปจะทำให้ปวกท้อง เวียนศีรษะ มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน

art_42286026

6.เกรปฟรุต

เป็นผลไม้กึ่งเขตร้อน มีรสหวานอมเปรี้ยว หรือฝาดปนนิดๆ ในเกรฟรุต ผลดิบ เนื้อในสีขาว 100 กรัม จะมีวิตามินซีประมาณ 33.3 มิลลิกรัม หรือ 40%

การดื่มน้ำเกปฟรุตจะช่วยบรรเทาอาการอ่อนล้า เมื่อยล้า ช่วยแก้ปัญหานอนไม่หลับ บำรุงผิวพรรณ เผาผลาญไขมันได้ดี ป้องกันหวัด จากการศึกษาทางเภสัชพลศาสตร์ พบว่า เมื่อใช้เกรปฟรูตควบคู่ไปกับการใช้ยารักษามะเร็ง สามารถช่วยลดตัวยาบางชนิดได้ จึงช่วยทำให้ผู้ป่วยมะเร็งประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษา

379

7.ส้ม

ส้มเป็นผลไม้ ที่อุดมไปด้วยแคลเซียม โปแทสเซียม วิตามินเอ และมีวิตามินซีมากเป็นพิเศษ ในส้ม 100 กรัม มีวิตามินซี 50 มิลลิกรัม และยังช่วยรักษาเลือดออกตามไรฟัน ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย ต่อต้านอนุมูลอิสระ สามารถรับประทานได้ทุกวัย ตั้งแต่เด็กอายุมากกว่า 6 เดือน เริ่มโดการให้ดื่มน้ำส้มผสมน้ำเปล่าเท่าๆ กัน เพื่อลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร ส้มช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ช่วยสมานแผล ลดสารพิษ

orange

8.สตรอว์เบอร์รี

สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ ที่มีรสชาติหวาน หรือเปรี้ยวแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ อุดมไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี กรดโฟลิก และเส้นใยอาหาร สตรอเบอร์รี่สดประมาณ 100 กรัม จะมีวิตามินมากถึง 58 มิลลิกรัม

สตรอเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าส้มหนึ่งเท่าครึ่ง มากกว่าองุ่นแดง 2 เท่า มากกว่ากีวี 3 เท่า มากกว่ามะเขือเทศ 7 เท่า มากกว่ากล้วยหอม 7 เท่า และมากกว่าลูกแพร 15 เท่า ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค บำรุงประสาทและสมอง ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคหัวใจ

1517586_430948293723491_7304465336642040928_n

9.มะละกอ

มะละกอ ถ้าเป็นผลดิบจะมีสีเขียว เมื่อสุกเนื้อในจะมีสีเหลืองไปถึงส้ม นิยมนำมารับประทานทั้งสด และนำไปประกอบอาหาร เช่น ส้มตำ หรือแปรรูปอื่นๆ ในมะละกอ 100 กรัม จะมีวิตามินซีอยู่ประมาณ 60.9 มิลลิกรัม

มะละกอมีสรรพคุณมากมาย ใช้เป็นยาสมุนไพร รักษาโรคได้ เช่น เป็นาระบายอ่อนๆ เพิ่มใยอาหาร แก้ท้องผูก เปลือกสามารถนำมาทำน้ำยาขัดรองเท้าได้ ผลสุกช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ยางจากผลดิบเป็นยาช่วยย่อย และฆ่าพยาธิได้ รากช่วยขับปัสสาวะ สามารถนำใบมาพอก ลดอาการบวม แก้เคล็ด

papaya

10.สับปะรด

ในสับปะรดสด 100 กรัม จะมีวิตามินซีอยู่ประมาณ 36.2 มิลลิกรัม หรือ 44% และยังมีเอนไซม์ย่อยโปรตีนชื่อบรอมีเลน ช่วยย่อยโปรตีนไม่ให้ตกค้างในลำไส้ และ มีเกลือแร่ วิตามินซีจำนวนมาก นิยมนำไปใช้ทางการแพทย์เพื่อรักษาอาการอักเสบของเนื้อเยื่อ ช่วยบรรเทาอาการแผลเป็นหนอง ขับปัสสาวะ แก้ร้อน หรือกระหายน้ำ แก้อาการบวมน้ำ บรรเทาอาการโรคบิด ช่วยย่อยโปรตีน

pineapple-2

 

บทความแนะนำ :

อาหารแช่แข็ง อันตรายกับลูกน้อยแค่ไหน?
เตือน! ดื่มนมกล่องบ่อย! ไม่กินผักผลไม้! ต้นเหตุของการขาดวิตามิน!
10 ต้นไม้ไล่ยุง ที่ควรปลูกในบ้าน เพื่อลูกน้อย!
8 ยาสมุนไพรเพื่อลูกน้อย ที่พ่อแม่อาจหลงลืมไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.cheewajit.com  , amarinbabyandkids.com , siamchemi.com

บทความที่เกี่ยวข้อง