07

จากรายงานการสำรวจพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม จริยธรรมของเด็กอายุ 1-14 ปี ซึ่งดำเนินงานโดยแผนงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข มีข้อมูลที่พ่อแม่อาจต้องหันมามองว่าได้ลืมช่วยลูกให้เรียนรู้เรื่องที่สำคัญไปเรื่องหนึ่ง คือความรู้สึกเข้าใจและเห็นใจผู้อื่น ผลการสำรวจครั้งนี้เสนอส่วนที่ควรพัฒนา ในเด็กอายุ 1-5 ปี คือการทำตามระเบียบและความเห็นใจผู้อื่น ในเด็กอายุ 6-9 ปี ด้านความเมตตาและการควบคุมอารมณ์ ในเด็กอายุ 10-14 ปี ด้านความคิดวิเคราะห์ ตระหนักรู้ในตน ความเห็นใจผู้อื่นและคุณธรรมจริยธรรม

ในขณะที่สถานการณ์ทางสังคมมุ่งไปที่การแข่งขัน ความสำเร็จเกิดจากความแข็งแกร่งที่จะต่อสู้ชนะคนอื่น เด็กๆเติบโตกับบรรยากาศที่สอนเรื่องตัวเอง และการเอาตัวรอด ยิ่งเปิดประเทศสู่สนามนานาชาติ ยิ่งต้องพัฒนาคุณสมบัติด้านศักยภาพมากขึ้น ความเก่งและความสำเร็จวัดกันที่ตัวบุคคล ผู้ใหญ่สร้างตัวแบบการสนใจในตนเองและความสำเร็จของตัวเราที่ละเลยคนอื่น ละเลยธรรมชาติ เด็กที่เห็นต้นแบบเช่นนี้จะละเลยเรื่องอารมณ์ความรู้สึก และเริ่มสัมพันธ์กับคนอื่นด้วยความก้าวร้าว เราอยากให้คนอื่นเห็นใจเรา เราก็ต้องสอนลูกให้รู้จักเห็นใจคนอื่น แม้ความเข้าใจเห็นใจผู้อื่นจะเริ่มมาตั้งแต่วัยเด็กเล็ก แต่พ่อแม่สามารถเริ่มต้นสร้างการเรียนรู้ที่จะเข้าใจเห็นใจผู้อื่นได้กับลูกทุกวัย

สอนให้ลูกรับรู้ความรู้สึก

การใช้เรื่องเล่า นิทาน จะทำให้เด็กรับรู้ความรู้สึกได้ เด็กจะเชื่อมโยงเรื่องความรู้สึกได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งในสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นตรงหน้า ถ้าพ่อแม่แสดงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ เด็กจะเรียนรู้อย่างรวดเร็ว แต่เด็กจไม่ได้เรียนรู้ความรู้สึกด้วยการสอนแบบตำหนิหรือสั่งให้รู้สึก เช่น ทำไมลูกแย่อย่างนี้ ไม่แบ่งของให้น้องเล่นเลย คำพูดแบบนี้กลับไปปิดกั้นการทำความเข้าใจความรู้สึกคนอื่นของลูก และพัฒนาเป็นความก้าวร้าว การจัดการที่ยอมรับอารมณ์ที่เกิดขึ้นของเด็ก การช่วยให้เขาเข้าใจความรู้สึกของน้อง จะทำให้เด็กมีทางเลือกที่ดีกว่า

สอนลูกให้เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น

เกิดจาก 3 ปัจจัย ประกอบด้วยความรู้สึกเป็นสุขใจของตัวเรา ความเข้มแข็งทางจิตใจ และความสามารถที่จะมองความขัดแย้ง เช่น ถ้าลูกมีปัญหากับเพื่อน ถ้าลูกได้รับการฝึกที่ดี ลูกจะเริ่มจากความเข้าใจว่าเราเป็นสุขเวลาที่เพื่อนเล่นหรือพูดคุยกับเรา เพื่อนจะเป็นสุขถ้าได้รับสิ่งเดียวกัน ด้วยความเข้มแข็งทางใจของลูกที่ได้รับจากการดูแลเอาใจใส่และความภาคภูมิใจในตัวเอง ลูกจะเห็นว่าเพื่อนอาจจะไม่ได้เก่งเหมือนเขาทำให้เพื่อนมีปฏิกิริยาต่างไปจากลูก ลูกจะมองความขัดแย้งด้วยความเข้าใจมากขึ้นและมองการแก้ปัญหากับเพื่อนด้วยวิธีที่ยอมรับซึ่งกันและกัน และนำไปสู่ความสามารถในการจัดการสถานการณ์ขัดแย้งได้ดี แทนที่จะโกรธ โมโห หรือกดดันวุ่นวายใจกับปัญหาเรื่องเพื่อน

สอนให้ลูกรู้จักให้คนอื่น

การแบ่งปันให้คนอื่นเป็นการเริ่มต้นที่เด็กจะสัมผัสการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมทั้งการที่เด็กดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยง ไปร่วมกิจกรรมที่เป็นการทำแบบจิตอาสา หรือแม้แต่การรู้ว่าเขาสามารถปลอบใจ ให้กำลังใจคนอื่น ในเวลาที่มีใครป่วย ไม่สบาย หรือไม่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้ เขาสามารถเป็นผู้ช่วยเหลือคนอื่นได้ เวลาเขาทำให้คนอื่น เขาจะสัมผัสได้ว่าถ้าเขาเป็นคนที่ขาดแคลน เจ็บป่วย ไม่สบาย เขาจะรู้สึกอย่างไร

เปิดโอกาสให้ลูกได้คิดถึงความรู้สึกคนอื่น

จากการพูดคุยถึงสถานการณ์ที่เกิดรอบตัวหรืออ่านหนังสือด้วยกัน เป็นการแลกเปลี่ยนวิธีคิดที่จะปลูกฝังให้เด็กมีมุมมองที่จะมองจากมุมของคนอื่นบ้าง เช่น ความเข้าใจผิดเวลาเราตัดสินคนอื่นจากภายนอก ถ้าเราเป็นเขาที่ถูกคนอื่นมองอย่างเข้าใจผิด ถ้าเรามีรูปร่างที่ต่างจากคนอื่นด้วยความพิการหรือถูกล้อเลียน ถ้าคนอื่นหยิบเอาของของเราไป หรือถ้าเราเหนื่อยมาก มีใครซักคนเข้ามาช่วยเราเรารู้สึกอย่างไร เรื่องเล่า การอ่าน และการพูดคุยแบบนี้สร้างภาพและความทรงจำที่เด็กรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญอย่าลืมชื่นชมความมีน้ำใจของลูก ความเห็นใจผู้อื่นไม่ได้เกิดจากการตำหนิ ต่อว่า แต่เกิดจากความตั้งใจที่เราจะแสดงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ไม่ใช่ว่าใคร ๆ ก็เห็นแก่ตัว ให้คนอื่นให้ก่อนแล้วเราถึงจะให้ได้ พ่อแม่ควรชื่นชมการแสดงออกของเด็กทันที

สุดท้ายคงไม่มีอะไรที่มีพลังมากไปกว่าการแสดงออกของพ่อแม่เองที่เป็นต้นแบบของความเข้าใจเห็นใจกันในครอบครัว และแสดงออกให้เห็นในสถานการณ์ที่ใช้ชีวิตในสังคม อย่าลืมว่าความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเกิดจากการเรียนรู้ที่พ่อแม่สร้างให้เกิดขึ้น ให้เป็นของขวัญกับลูก ให้ลูกมีอารมณ์ความรู้สึกที่ดีจากภายใน สามารถเผชิญสถานการณ์ภายนอกด้วยทางเลือกที่ดี และมีความรู้สึกที่ดีต่อโลกที่อยู่รอบตัวเขาด้วยตัวเขาเองที่หยิบยื่นสิ่งที่ดีๆให้กับสังคม

 

บทความแนะนำ :
สานสายใยแนบแน่น ระหว่างแม่กับลูกน้อย!
10 เคล็ดลับดูแลลูกง่ายๆ ที่คุณแม่อาจไม่เคยรู้!
สายสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก ในช่วงวัยขวบปีแรก
วิธีเลี้ยงเด็กแรกเกิด กับ 5 เส้นทางสร้างความสุขของคุณแม่

ขอบคุณข้อมูลจาก :  momypedia

บทความที่เกี่ยวข้อง