smong

ในปัจจุบันไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่ที่ชอบสะสมความเครียดจากสภาพแวดล้อม เพราะลูกน้อย ก็สามารถได้รับผลกระทบจากสิ่งรอบ ๆ ข้างนี้อยู่มิใช่น้อยนะคะ ยิ่งมีสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใกล้ตัวลูกน้อยแล้วด้วย ยิ่งเป็นตัวอันตรายที่อาจส่งผลกับลูกน้อยวัยเจริญเติบโตได้ค่ะ ลองมาดูสิ่งอันตรายที่คุณแม่ควรระวังกันค่ะ

ควันบุหรี่มือสอง

องค์การอนามัยโลกประเมินว่า ปัจจุบันมีเด็กเกือบ 700 ล้านคน หรือครึ่งหนึ่งของประชากรเด็กทั้งโลก หายใจเอาอากาศปนเปื้อนควันบุหรี่ที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในบ้าน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กมาก ๆ ค่ะ เพราะยิ่งหายใจเข้าไปมากเท่าไหร่ สติปัญญาก็จะยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น

นอนดึกบ่อย ๆ

เด็กแต่ละวัยก็มีชั่วโมงการนอน หลับพักผ่อนแตกต่างกัน ตามนาฬิกาในสมอง (Biological clock) ลูกน้อยในวัยนี้ ควรนอนตั้งแต่ 2 ทุ่มหรือ 2 ทุ่มครึ่งช้าที่สุด นอนหลับลึกช่วงกลางคืน 10-12 ชั่วโมง ถ้าหากนอนดึก ตื่นเช้าบ่อย ๆ แล้วล่ะก็นอกจากร่างกายจะไม่สูงใหญ่แล้ว ก็จะทำให้เซลล์สมองไม่ได้รับการทดแทนจากการฟักตัวของเซลล์ใหม่ เซลล์สมองที่ตายแล้วจะสะสมจนมีปริมาณมาก ทำให้สมองไม่พัฒนาเท่าที่ควรค่ะ

ของหวาน

สมองไม่ใช่ความรักที่จะต้องหมั่นเติมความหวานอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเด็กที่ชอบหม่ำของหวานติดเป็นนิสัยแล้ว ซึ่งส่งผลให้น้ำตาลไปขัดขวางการดูดซึมของโปรตีนและสารอาหาร เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สมองทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรค่ะ

สมองหนูดีได้ เกิดจาก

อากาศ สมองเป็นอวัยวะที่ต้องการออกซิเจนมากที่สุด ควรหาช่วงเวลาให้ลูกได้รับอากาศบริสุทธิ์อยู่บ่อย ๆ

จิบน้ำบ่อย ๆ สมองประกอบด้วยน้ำ 85% เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่อยากให้เซลล์สมองเหี่ยว กลายเป็นคนคิดช้า ก็ควรให้ลูกดื่มน้ำบ่อย ๆ

หัวเราะและยิ้ม ทุกครั้งที่ยิ้ม หรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกมา ยิ่งหลั่งออกมามากเท่าไหร่ก็เป็นผลดีต่อสมองเท่านั้น

 

Credit: pixabay.com

บทความที่เกี่ยวข้อง