kkk21

ถ้าพูดถึงโรคคาวาซากินี้แล้วคุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ถ้าหากเกิดกับลูกน้อย อาจส่งผลอันตรายร้ายแรงได้เลยนะคะ มารับมือกับโรคคาวาซากิไปพร้อม ๆ กันค่ะ

ในประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 5-10 รายในประชากร 100,000 คน แต่ในระยะหลังๆ นี้พบว่ามีอุบัติการณ์ของผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และพบภาวะการต้านยามากขึ้นด้วย เฉพาะในโรงพยาบาลเวชธานีก็พบว่ามีอุบัติการณ์ของโรคคาวาซากิเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีเช่นกัน เนื่องจากโรคนี้หากให้การรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นคือ ก่อน 10 วันแรกของโรค จะช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคแทรกซ้อนลงได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หลอดเลือดหัวใจ ผู้ปกครองของเด็กเล็กจึงควรทำความรู้จักกับโรคนี้ เพื่อรับมือและช่วยให้การรักษาสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด

สาเหตุและอาการของโรคคาวาซากิ

โรคคาวาซากิเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่ทำให้มีการอักเสบของเส้นเลือดขนาดกลางทั่วร่างกาย ซึ่งมีผลต่ออวัยวะในร่างกายหลายระบบ เกณฑ์การวินิจฉัยโรคคาวาซากิ ประกอบด้วย ไข้สูงมากกว่า 5 วัน ร่วมกับมีอาการต่างๆ 4 ใน 5 ข้อนี้

  1. เยื่อบุตาอักเสบ 2 ข้าง
  2. มีอาการของลิ้นและริมฝีปาก ได้แก่ ลิ้นเป็นสตรอเบอร์รี่ ริมฝีปากบวมแดง แห้งแตก
  3. มีอาการของแขนและขา ได้แก่ แขนขาบวมแดง ผิวแห้งปลายเท้าลอก
  4. มีผื่นตามตัว อาจเป็นผื่นแดงคล้ายลมพิษหรือปื้นแดงตามตัว
  5. ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต โดยเฉพาะเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1.5 เซนติเมตร

ทั้งนี้โรคดังกล่าวพบว่าเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจในเด็ก ดังนั้นผู้ปกครองควรสังเกตอาการและหากพบอาการผิดปกติควรรีบนำเด็กเข้าพบแพทย์ เพื่อตรวจให้แน่ชัดและให้การรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป เพราะหากปล่อยไปจะทำให้เกิดผลแทรกซ้อนและความพิการต่อหัวใจอย่างถาวร จนยากแก่การรักษาให้หายขาดได้

 

Photo credit: women.sanook.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

Spread the love