roo

 

การติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดเป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมอย่างรวดเร็ว จะสามารถช่วยได้นะคะ

สาเหตุ

สามารถติดเชื้อได้จากหลายสาเหตุค่ะ ซึ่งส่วนมากจะพบในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ โดยเชื้อมักจะแฝงตัว ถ้าไม่ได้รับการตรวจ และไม่ได้รับยาฆ่าเชื้อเร็วก็มีโอกาสเสียชีวิตได้เร็ว ส่วนใหญ่ของอาการติดเชื้อแบคทีเรีย คือมีไข้สูง ความดันตก ชีพจรเต้นเร็ว หรือมีอาการเหนื่อยหอบค่ะ โดยสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องคอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เมื่อมีการติดเชื้อหรือสงสัยว่าอาจจะติดเชื้อ มีดังนี้

1. ปัจจัยเสี่ยง เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ขวบ มีโอกาสติดเชื้อแบบซ่อนเร้น คือติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดได้สูงกว่าเด็กโต หากมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น มีโรคประจำตัว เป็นเบาหวาน หรือเด็กที่ติดเชื้อ HIV ก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายเช่นกัน

2. แหล่งที่มาของเชื้อแบคทีเรีย มาได้จากหลายทาง เช่น เด็กบางคนมีภาวะปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ระบบทางเดินปัสสาวะอักเสบ เป็นสาเหตุให้มีไข้ และเชื้อก็เข้าสู่กระแสเลือดตามมา โดยเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเกิดกับอวัยวะส่วนไหนของร่างกาย เช่น ถ้าเป็นระบบทางเดินหายใจ เชื้อแบคทีเรียก็จะอยู่ตามลำคอ หรือติดจากการไอจามใส่กัน หรือหากมาจากลำไส้ เด็กจะมีอาการลำไส้อักเสบมาก่อน ซึ่งเกิดจากการกินอาหารไม่สะอาด มีสารพิษปนเปื้อน เช่น จากเปลือกส้ม หรือสิ่งแวดล้อมรายรอบที่เด็กคลานเล่น นั่งเล่น เช่น เชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในขี้จิ้งจก แมลงสาบ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนนำไปสู่การติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดได้ทั้งสิ้นค่ะ

3. สัญญาณชี้โรค คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตสัญญาณบ่งชี้ว่าลูกรักกำลังมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ดังต่อไปนี้นะคะ

– มีไข้ขึ้นสูง เกิน 39 องศา หากลูกอายุน้อยกว่า 1 ขวบ แล้วมีไข้ขึ้นสูง โดยไม่พบแหล่งที่มีของอาการชัดเจน เช่น ไม่พบว่ามีอาการหอบเหนื่อยชัดเจน หรือมีปัสสาวะอักเสบชัดเจน มีไข้สูงอย่างเดียว แต่ลูกมีอาการซึม อ่อนเพลียร่วมด้วย คุณพ่อคุณแม่ต้องพามาหาคุณหมอเพื่อตรวจอย่างละเอียดเพิ่มขึ้น

– มีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น ไข้ขึ้นสูง ตัวเย็น มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเร็ว หายใจหอบหืด หรือมีอาการตามระบบต่างๆในร่างกาย เช่น มีปอดอักเสบ ปัสสาวะกระปริบกระปรอย แสบขัด หรือปัสสาวะเปลี่ยนสี เป็นต้น ถ้ามีอาการเหล่านี้ต้องรีบมาหาคุณหมอโดยเร็วค่ะ

รักษาเร็ว หายเร็ว

หากสงสัยว่าเป็น ขั้นแรกคุณหมอจะเพาะเชื้อในเลือด แล้วให้ยาเพื่อฆ่าเชื้อทันที ซึ่งสามารถลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือการเสียชีวิตลงได้ ซึ่งการเพาะเชื้อจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน หรือ 48-72 ชั่วโมงค่ะ พอรู้แล้วว่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ติดเชื้อเป็นชนิดไหน คุณหมอก็จะปรับยาฆ่าเชื้อ หรือยาปฏิชีวนะให้เหมาะสมอีกครั้ง และจะให้ยาต่อเนื่องอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนใหญ่จะหายจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดได้

วิธีป้องกัน

1. ให้นมแม่ ซึ่งช่วยป้องกันลูกน้อยจากการติดเชื้อต่างๆได้ดีที่สุดในช่วง 6 เดือนแรก เพราะถ้าคุณแม่ให้นมแม่ได้นานอย่างน้อย 6 เดือน ลูกก็จะมีภูมิคุ้มกันเรื่องการติดเชื้อในลำไส้ได้

2. ฉีดวัคซีนตามกำหนดที่คุณหมอนัด ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อ รวมทั้งวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ก็ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียบางชนิดร่วมด้วยได้

3. การดูแลสภาพแวดล้อม และดูแลอาหารให้สะอาด ให้ถูกสุขอนามัยก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่น ไข่ก็ควรเป็นไข่ที่ต้มสุก ภาชนะที่ใช้จะต้องผ่านการลวกนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อ รวมถึงของเล่นหรืออุปกรณ์ต่างๆในบ้านจะต้องทำความสะอาดเป็นประจำ เพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อโรคค่ะ

จริงๆการรักษาใช้เวลาไม่นาน ลูกรักก็หายจากโรคนี้ได้แล้ว เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่จะต้องคอยเฝ้าระวังอาการป่วยเริ่มต้นที่อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อในกระแสเลือดให้ได้เร็วที่สุดเท่านั้น

 

บทความแนะนำ :

ลูกน้อยเป็นผื่นผ้าอ้อม ต้องดูแลอย่างไร?
โรคและภัยของลูกน้อยวัย 4 เดือน ที่พ่อแม่ควรรู้!
เมื่อคุณแม่ป่วย…ให้นมจะส่งผลต่อลูกหรือไม่
วัคซีนตัวไหนที่ลูกฉีดแล้วเป็นไข้

ขอบคุณข้อมูลจาก :  rakluke

บทความที่เกี่ยวข้อง