35

  นอกจากความประมาทแล้ว เชื่อว่ายังมีผู้ใหญ่อีกหลายท่านที่ขาดความเข้าใจในธรรมชาติพัฒนาการของเด็ก เพราะนึกไม่ถึงหลักในการดูแลเด็กที่ยังไม่ถึง 3 ขวบนั้น ก็คือ “อย่าให้คลาดสายตา” “อยู่ในวงแขน” “เห็นและคว้าถึง”

เสี่ยงต่อการจมน้ำ

ในแต่ละปีมีเด็กทารกอายุน้อยกว่าหนึ่งปีที่เสียชีวิตจากการจมน้ำไม่ว่าจะเป็นตกกระป๋อง ตุ่มหรือถังใบเล็ก อ่างน้ำ กะละมัง ส้วมชักโครก ร่องน้ำ ช่องรูของพื้นบ้านที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ ประมาณปีละ 18 คน และเด็กอายุหนึ่งถึงสองปีอีกกว่า 70 คน ดังนั้นอย่าปล่อยเด็กเล็กไว้ในอ่างน้ำ หรือกะละมังคนเดียว สำรวจจุดเสี่ยงที่เด็กจะตกน้ำได้ในบ้านและกั้นรั้วหรือซ่อมแซมช่องรูต่างๆหากใช้ส้วมชักโครก ก็ต้องอย่าลืมปิดฝาชักโครกเมื่อไม่ได้ใช้ หากในบริเวณนั้นมีสระว่ายน้ำ มีบ่อให้ทำรั้วกั้น เพื่อไม่ให้เด็กๆเข้าไปเล่นโดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล

เสี่ยงต่อการพลัดตกจากที่สูง

เด็กน้อยวัยซน (ก่อน 5 ขวบ) มักเสี่ยงต่อการหกล้มศีรษะฟาดพื้น และพลัดตกจากที่สูง โดยสถานที่เกิดเหตุมักจะเป็นบันไดโซฟา เก้าอี้ หน้าต่าง รถหัดเดิน เครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น ดาดฟ้า หรือระเบียงบ้าน การป้องกันไม่ใช่การเอาแต่คอยดุคอยห้าม แต่ควรจัดให้ลูกได้เล่น ได้ออกกำลังกาย ภายใต้การดูแลไม่ให้คลาดสายตาของพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ อีกข้อหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กวัยนี้ก็คือ “กลัวการพรากจากพ่อแม่หรือคนที่รัก”

เสี่ยงต่อการมีของติดคอ

เด็กชายวัย 2 ขวบ หม่ำลูกเชอรี (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 2 ซ.ม.) เข้าไปทั้งลูก โดยไม่ได้เคี้ยว ทำให้ลูกเชอรีไหลลงคอลงไปอุดหลอดลม แล้วเกิดอาการช็อกจนหมดสติไป แม้ว่าเมื่อถึงโรงพยาบาลแพทย์พยายามนำสิ่งอุดตันจากหลอดลม แต่ก็ไม่ทันการในที่สุดเด็กก็เสียชีวิต หรือเด็กน้อยวัยแค่ 1 ขวบ กลืนกระดุมแป๊ะ (โลหะ) เข้าไปติดหลอดลมจนขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องหลังของกรณีสลดใจนี้ก็คือ เด็กอยู่ในบ้านที่ผลิตกระเป๋าใส่สตางค์ โดยมีกระดุมแป๊ะเป็นส่วนประกอบสำคัญ ที่มักจะตกอยู่ตามพื้น

ป้องกันลูกติดคอ

1. ในยามลูกกินอาหารก็ควรดูแลอย่างใกล้ชิด อาหารชิ้นโตๆ ก้อนกลมๆ หรือแข็งๆ ลื่นๆ ซึ่งกลืนยากหรือเคี้ยวลำบาก เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น ข้าวเหนียว ตังเม ถั่วตัด ฯลฯ หากจะให้ลูกกิน ต้องตัดแบ่งเป็นคำเล็ก ๆ ด้วยนะครับ เพื่อป้องกันการติดคอ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นได้เสมอ เวลาจะป้อนอาหารลูกก็ควรให้เพียงคำเล็กๆ แล้วรอให้เด็กทานจนหมดปากจึงค่อยป้อนอีก (ไม่ยัดเยียดจนเต็มปาก) เวลาหม่ำข้าวก็อย่าให้เด็กวิ่งหรือกระโดดโลดเต้น เพราะมันเสี่ยงต่อการสำลักอาหาร

2. เด็กในวัยไม่เกิน 3 ขวบ มักจะชอบสำรวจโลกด้วยการจับของใส่ปาก โดยเฉพาะเมื่อเห็นชิ้นอะไรจิ๋วๆที่ตกอยู่ตามพื้น ก็มักจะพิสูจน์โดยการหยิบขึ้นมาดูแล้วเอาเข้าปากทันที (หรือแม้แต่จับยัดใส่จมูกตัวเอง) ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดผลไม้ทั้งหลาย (ซึ่งมีโอกาสเข้าไปขวางหลอดลม จนเด็กขาดอากาศหายใจ) หรือที่อันตรายสุดๆ ทำให้เด็กหลายคนต้องเสียชีวิต ก็คือยาเม็ดรักษาโรคต่างๆที่ผู้ใหญ่ในบ้านเผอเรอทำตกหล่นไว้ตามพื้น ให้เด็กเก็บไปหย่อนใส่ปากโดยคิดว่าเป็นขนม ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จะต้องเก็บกวาดพื้นบ้านให้เกลี้ยงนะครับ อย่าให้มีเศษวัสดุใด ๆ ตกอยู่ตามพื้นบ้านเป็นอันขาด

การปฐมพยาบาล กรณีมีสิ่งแปลกปลอมในหลอดลม

การช่วยเหลือให้แบ่งออกเป็นเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 1 ปี และเด็กที่โตกว่า 1 ปี ในกรณีที่เด็กยังรู้สึกตัวดีหายใจได้ไม่ลำบาก เพียงแต่มีอาการไอ และมีประวัติสงสัยสำลัก ให้พาไปโรงพยาบาล ในเด็กโตพอที่จะพูดกันรู้เรื่อง ผู้ช่วยเหลือควรพยายามให้เด็กไอแรงๆ บ่อยๆ แต่ถ้าเด็กมีอาการหายใจดัง หายใจลำบากอึดอัดต้องพยายามมหาทางแก้ไขภาวะทางเดินหายใจอุดตันนี้โดย

ในทารกอายุน้อยกว่า 1 ปี ใช้วิธีตบหลัง (back blows) และกระแทกหน้าอก (chest thrusts) โดย

1. จับเด็กทารกให้คว่ำหน้า ลำตัวคร่อมไปตามท่อนแขนของผู้ช่วยเหลือ ตำแหน่งศีรษะคงที่โดยจับให้แน่นที่ส่วนคางของทารก แล้ววางแขนที่มีทารกคร่อมอยู่ลงไปที่ต้นขาของผู้ช่วยเหลือโดยให้ศีรษะของทารกอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าลำตัว

2. ใช้ส่วนที่เป็นสันมือตบค่อนข้างแรงจำนวน 5 ครั้ง ตรงด้านหลังของทรวงอกบริเวณระหว่างกระดูกสะบักทั้ง 2 ข้าง

3. หลังจากตบหลังเด็กแล้ว พลิกเด็กจากท่านนอนคว่ำเป็นท่านอนหงายบน ท่อนแขนอีกข้างหนึ่งซึ่งใช้ตบหลังเด็กทารก โดยวางแขนข้างนี้ไว้บนต้นขาของผู้ช่วยเหลือ และคงให้ระดับศีรษะของเด็กอยู่ต่ำกว่าระดับลำตัว

4. ใช้นิ้วมือ 2 ข้าง (นิ้วชี้และนิ้วกลาง) กดแบบกระแทกลงบนตำแหน่งเดียวกับการกดหัวใจจากภายนอก คือกดกระแทกลงบนกระดูกยอดอกที่ตำแหน่ง 1 นิ้วมือต่ำกว่าเส้นที่ลากเชื่อมระหว่างหัวนมซ้ายและขวา กดกระแทกแบบเดียวกัน 5 ครั้งติดต่อกัน

5. ทำขั้นตอน 1-4 หรือหน่วยฉุกเฉินมาถึงที่เกิดเหตุ หรือทำในระหว่างนำส่งโรงพยาบาลจนถึงมือแพทย์

หวังว่าสิ่งที่นำมาฝากนี้ จะเตือนใจให้ผู้ใหญ่ทุกท่านได้ตื่นตัวและปกป้องลูกน้อยของเราให้รอดพ้นจากอันตรายใกล้ตัว เพื่อให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์แข็งแรงเป็นแก้วตาดวงใจของคุณพ่อคุณแม่ตลอดไปครับ

 

บทความแนะนำ :

7 กิจกรรม พัฒนาสมองของลูกน้อย (วัยแรกเกิดถึง 3 ขวบ)
5 ประสาทสัมผัส ช่วยพัฒนาสมองลูกน้อย
10 เป้าหมายสร้างทักษะชีวิตให้ลูกรักช่วงปิดเทอม
พูดกับลูกน้อยยังไง ไม่ให้ขัดใจต่อพัฒนาการ…

ขอบคุณข้อมูลจาก : rakluke