to

การฝึกลูกเข้าห้องน้ำ คือการให้เค้าช่วยเหลือตัวเองให้ได้ หัดเรียนรู้เมื่อไม่มีพ่อแม่คอยช่วยเหลือ หรือ เมื่อไปโรงเรียน ซึ่งลูกแต่ละคนก็มีพัฒนาการ มีสิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน บางคนอาจจะเป็นช้า เป็นเร็ว ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง  หรือลูกบางคนอาจเริ่มฝึกให้เข้าห้องน้ำตั้งแต่ 2-3 ขวบขึ้นไป เมื่ออายุเพิ่มขึ้นก็เริ่มให้ลูกลองเข้าเอง โดยที่คุณพ่อคุณแม่ยังดูแลความสะอาดให้อยู่…ลูกต้องออกไปเผชิญโลกภายนอกโดยไม่มีคนคอยพาไปห้องน้ำ คอยเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือล้างก้นให้แบบที่บ้านแล้ว แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าลูกพร้อมที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ พร้อมที่จะเรียนรู้การเข้าห้องน้ำเองได้ วันนี้เรามีธีมาฝากกันค่ะ…

1.สื่อสารกันได้

การสื่อสารระหว่างคุณและลูกเป็นเรื่องที่แต่ละบ้านและแต่ละคนมีความพร้อมแตกต่างกันไป พัฒนาการทางการสื่อสารของเด็กวัยเดียวกันอาจไม่เหมือนกัน เด็กบางคนพูดได้เร็ว เด็กบางคนพูดได้ช้า แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาค่ะ เพราะการสื่อสารยังรวมถึงอวัจนภาษา อย่างเช่น การส่งสายตา กิริยาท่าทาง การส่งเสียงแบบต่างๆ หรือแม้กระทั่งการสัมผัส ถ้าลูกยังพูดออกมาไม่ได้ชัดเจนว่าปวดฉี่ หรือปวดอึ เรายังสามารถสื่อสารกันด้วยการทำท่าทางหรือกำหนดสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น ให้ลูกชี้ไปในทิศของห้องน้ำ ชี้ไปที่กระโถน หรือทำท่าทางที่รู้กันว่าลูกกำลังปวดฉี่หรือปวดอึ

2.ทุกคนร่วมมือ

ความร่วมมือในที่นี้หมายถึง ทุกคนในครอบครัวต้องร่วมมือร่วมใจกัน ด้วยวิธีการเดียวกัน เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่รวมถึงสมาชิกท่านอื่นๆ ในบ้านควรพูดคุยตกลงกันให้ดีค่ะ เพราะการฝึกเรื่องอะไรก็ตามต้องเป็นไปด้วยความสม่ำเสมอ ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และต้องใช้ความอดทนอย่างมาก เช่น ในช่วงแรกที่ฝึกการเลิกใช้ผ้าอ้อม อาจจะเกิดการเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ต้องช่วยกันทำความสะอาดบ่อยเป็นพิเศษ รวมถึงยามที่ลูกส่งสัญญาณมาว่าปวดอึหรือปวดฉี่เราก็ต้องใช้ความรวดเร็วเพื่อพาตัวลูกไปให้ถึงเป้าหมายอย่างทันท่วงที ฯลฯ ทีมเวิร์คที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งค่ะ

3.กายพร้อมใจพร้อม

ด่านที่ยากทีสุดในการฝึกลูกเข้าห้องน้ำก็คือช่วงที่ลูกหลับค่ะ นั่นหมายถึงสภาวะ “ฉี่รดที่นอน” ที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง นั่นเพราะร่างกายและจิตใจของลูกยังไม่พร้อมค่ะ แต่เรื่องการเข้าห้องน้ำได้หรือไม่ได้นั้นไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายนะคะ คุณพ่อคุณแม่ควรทำใจให้สบาย ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องเครียดกังวล และกดดันจนเกินไป เมื่อถึงเวลาที่กายและใจพร้อมคุณลูกก็จะสามารถทำได้เองค่ะ ขอเพียงมีกำลังใจและการสนับสนุนที่ดีจากทุกคนในครอบครัว

**เลิกใช้ผ้าอ้อม

  1. หมั่นพาลูกน้อยเข้าห้องน้ำ เช่น ทุก 1-2 ชั่วโมง เพื่อสร้างความคุ้นเคยว่าถ้าลูกต้องการขับถ่ายต้องไปที่ห้องน้ำ
  2. หาหนังสือนิทานที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการฝึกเข้าห้องน้ำมาอ่านให้ลูกฟังเป็นการสร้างพื้นฐานความเข้าใจด้วยทัศนคติที่ดี
  3. เริ่มฝึกช่วงกลางวันก่อน เพราะคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิดได้สะดวกกว่า เมื่อสามารถเลิกใช้ผ้าอ้อมช่วงกลางวันได้ นั่นหมายถึงลูกมีทักษะและความเข้าใจเรื่องการเข้าห้องน้ำในระดับหนึ่ง แล้วจึงฝึกเลิกผ้าอ้อมในช่วงกลางคืนต่อไป
  4. การฝึกเลิกผ้าอ้อมช่วงกลางคืน หรือช่วงที่นอนหลับ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนมากนะคะ เพราะลูกอาจเผลอปัสสาวะในขณะที่หลับเพราะความเคยชิน คุณพ่อคุณแม่ต้องอดทนเตรียมพร้อมรับมือ และไม่กดดันลูกจนเกินไป ควรงดดื่มน้ำเยอะก่อนเข้านอนเพื่อลดอาการปวดปัสสาวะด้วยค่ะ

 

บทความแนะนำ :

พ่อแม่ควรรู้ การเล่นจั๊กกะจี้กับลูก ช่วยเสริมพัฒนาการด้านนี้ได้!!
6 ขั้นตอนง่ายๆ กับปัญหาลูกชอบ “อมข้าว”
8 เคล็ดลับดูแลผิวเจ้าตัวเล็ก ตั้งแต่แรกเกิดด้วยวิธีจากธรรมชาติ
สอนลูกอย่างไร? ให้ลูกกินข้าว-ดื่มน้ำเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก :  www.kidshealth.org  , babylove.co.th







บทความที่เกี่ยวข้อง