ลูกเล่นกับธรรมชาติ

ลูกเล่นกับธรรมชาติ

ลูกเล่นกับธรรมชาติ – เรารู้กันดีว่า กระบวนการเรียนรู้สำหรับเด็กเล็กนั้นคือ ‘การเล่น’ แต่นอกจากของเล่นพัฒนาทักษะสารพัดชนิดที่มีวางขายอยู่ทั่วไปแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่า ‘ธรรมชาติ’ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

เล่นกับธรรมชาติอย่างไรได้บ้าง?
ของเล่นรอบตัวแต่ละประเภทไม่ว่าจะเป็น ดิน ทราย น้ำ ใบไม้ ต้นไม้ สามารถเป็นของเล่นให้ลูกได้หมดเลย แต่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านใดบ้างนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีเล่นของลูกค่ะ ถ้าลูกยังเล็กก็ต้องอาศัยคุณพ่อคุณแม่ร่วมเล่นด้วย จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ

เล่นกับทราย การเล่นตักทราย ช่วยส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้ความแตกต่างของผิวสัมผัส เรียนรู้เรื่องของปริมาณ ปริมาตร และเสริมการบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็ก การทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อตาและมือ พ่อแม่อาจจะชวนลูกก่อทรายเป็นรูปต่างๆ แล้วให้ลูกเล่าถึงสิ่งที่เขาคิดถึง ก็เป็นการช่วยส่งเสริมจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะด้านภาษาอีกด้วย

เล่นกับใบไม้ ดอกไม้ เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องรูปร่าง และลวดลายของใบไม้ และสีของดอกไม้ที่แตกต่างกัน นอกจากนั้นคุณพ่อคุณแม่อาจเป่าใบไม้ให้เกิดเสียง ก็จะทำให้เด็กได้พัฒนาด้านการฟังเสียง สัตว์ต่างๆ ในธรรมชาติ

ปลูกผัก ทำสวน ชวนลูกๆ มาปลูกผักทำสวน โดยอาจจะลองเลือกให้ผักสวนครัวที่มีอายุการเจริญเติบโตสั้นๆ จะได้เห็นการเติบโตรวดเร็ว เริ่มให้เขาสนุกตั้งแต่การเลือกผักที่จะปลูก เตรียมดิน เลือกภาชนะ ปลูก และดูพัฒนาการการเติบโต ช่วยให้ลูกได้ทั้งฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ เรียนรู้ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต การเจริญเติบโตของพืช และฝึกความรับผิดชอบลูกได้ด้วยค่ะ โดยมอบหมายให้เขาคอยดูแลต้นไม้ของเขาเอง

เล่นกับธรรมชาติแล้วได้อะไร?

ได้เรียนรู้จากของจริง เป็นการเรียนรู้ที่สามารถใช้ประสาทได้ทั้ง 5 ด้าน คือ การมอง การได้ยิน การสัมผัส การดมกลิ่น และการรับรส ซึ่งจะทำให้เด็กจดจำสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วและแม่นยำ

มีสุขภาพดี การเล่นกลางแจ้งทำให้เด็กๆ ได้ออกกำลังกาย ได้วิตามินจากแสงแดด ได้รับอากาศที่ปลอดโปร่ง ทำให้ร่างกายแข็งแรง อารมณ์แจ่มใส ดีทั้งสุขภาพภายและสุขภาพจิตเลยค่ะ

พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ เช่น การเล่นปั้นดิน เล่นทราย รดน้ำต้นไม้

มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เช่น เล่นก่อปราสาททราย เล่นขายของ เล่นม้าก้านกล้วย

ปรับตัวเข้ากับสิ่งต่างๆ ได้เร็ว เด็กที่ชอบเล่นนอกบ้าน จะกล้าจับดิน กล้าลุยทราย กล้าเล่นน้ำ กล้าทำความรู้จักสิ่งแปลกใหม่ ทำให้รู้จักสิ่งรอบตัวเยอะ และปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมแปลกใหม่ได้เร็ว

รู้จักแก้ปัญหาและประยุกต์ใช้ เช่น เมื่อเดินบนสนามหญ้าแล้วเหยียบโคลน ลูกก็จะรู้แล้วว่าโคลน ‘เปียก’ และ ‘เลอะ’ ต่อไปเมื่อเจอโคลนลูกไม่ชอบ ก็อาจจะเดินหนี ไม่เหยียบ หรือขอสวมรองเท้าเดิน เป็นต้น

 

บทความแนะนำ :

“แกล้งเพื่อนไม่ดี” มีวิธีสอนลูกอย่างไร
โบราณว่า ถ้าลูกทำท่านี้ จะมีลูกอีกคนจริงหรือ?

ขอบคุณข้อมูลจาก : dgsmartmom

บทความที่เกี่ยวข้อง