วิธีสอนลูก
วิธีสอนลูก

วิธีสอนลูก สไตล์คุณพ่อนักแรฟ “กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” ที่อยากให้พ่อแม่หลายท่านควรเอาแบบอย่างและศึกษาเอาไว้  เพราะตั้งแต่หนุ่มกอล์ฟ มี น้องชูใจ ตนก็เลิกกินเลิกเที่ยว ตั้งใจทำงานเลี้ยงครอบครัว หลายๆประสบการณ์สอนในหลายๆเรื่อง ไปฟังข้อคิดดีๆในการเลี้ยงลูกของคุณพ่อคนนี้กันค่ะ…

 

ในระหว่างทำการถ่ายรูปโปรโมทรายการที่สตูดิโอแห่งหนึ่ง ชูใจก็เกิดคึกคะนองวิ่งไปทั่วสตูฯ เธอวิ่งวนให้เป็นที่โกลาหล ก่อนจะวิ่งมาสะดุดล้มหน้าฟาดพื้นต่อหน้าต่อตาผม หน้าเธอกับพื้นกระทบกันดังตุ้บ เสียงนั้นดังพอจะก่อให้เกิดความเงียบในสตูฯตามมาอีกหลายวิ เป็นเสียงเงียบที่มาจากทีมงาน ผู้จัดการ เสียงเงียบจากผมและเบล รวมถึงตัวชูใจเองก็ยังเงียบ ปกติแล้วช่วงนี้เป็นช่วงลูกล้มบ่อย เพราะเป็นวัยกำลังวิ่ง กำลังโดด บ้านเรานั้นพยายามจะปลูกฝังให้ลูกชินกับการล้มด้วยการให้ลูกพยายามลุกเองทุกครั้ง ก่อนจะบอกว่าชีวิตคนเราการล้มเป็นเรื่องธรรมดา ขาตัวเอง เดินเอง ล้มเอง ต้องลุกเอง ภาพที่จะได้เห็นเสมอคือเบลนั้นมักชวนให้ลูกหัวเราะเวลาเธอล้ม นัยจะพยายามบอกชูใจว่าให้มองการล้มของตัวเองเป็นเรื่องตลกเสีย ยิ้ม หัวเราะให้กับมันแล้วลุกขึ้นมาลุยต่อ พร้อมกับเก็บการล้มไว้เป็นบทเรียนให้ระวังมากขึ้น ซึ่งก็มักจะได้ผล เวลาชูใจล้มเธอก็มักจะหัวเราะเขินๆในความผิดพลาดของตัวเอง หรือหากเจ็บจริงๆก็จะร้องไห้เพียงไม่นาน ผิดกับคราวนี้ที่เสียงมันดังกว่าทุกครั้ง ผมกับเบลรีบเข้าไปพยุงลูกขึ้นมา เธอค่อยๆเบะปาก ก่อนจะร้องจ้า ณ ขณะนั้นเราเห็นเลือดกำเดาลูกไหลออกมาครั้งแรก เธอถามแม่ว่าหนูไม่เป็นไรใช่มั้ยแม่ ผมกับเบลฝืนยิ้มให้เธอไปก่อนจะตอบว่า ไม่เป็นไรหรอกลูก คนเราเลือดกำเดาไหลเป็นเรื่องธรรมดา มันเป็นการฝืนยิ้มที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ใช้ทิชชู่ซับไม่นานเลือดกำเดาก็แห้ง ชูใจร้องไห้ซักพักก็กลับมาวิ่งร่าเริงถ่ายงานได้ต่อเหมือนเดิม ผมมักจะคิดว่าแผลในชีวิตคนเรานั้นเป็นดังประกาศนียบัตร ความผิดพลาดคือครูที่สอนเก่งที่สุด และหากแผลนั้นเจ็บปวดมากพอจะเฆี่ยนตีสั่งสอนแต่ไม่ทำให้ถึงตาย ความเจ็บปวดจะทำให้เราแกร่งขึ้นเสมอ กว่าลูกจะโต เธอคงต้องผ่านเองอีกหลายแผล และเราเองก็คงไม่ได้อยู่ประคองลูกยืนไปตลอดกาล โลกใบนี้คือละครตลกร้าย ที่บางครั้งเราต้องหัวเราะใส่หน้ามัน .. แม้ความจริงจะไม่ตลกเลย

โพสต์ที่แชร์โดย Fucking Hero (@ftodah) เมื่อ

 บ้านเรานั้นพยายามจะปลูกฝังให้ลูกชินกับการล้มด้วยการให้ลูกพยายามลุกเองทุกครั้ง ก่อนจะบอกว่าชีวิตคนเราการล้มเป็นเรื่องธรรมดา ขาตัวเอง เดินเอง ล้มเอง ต้องลุกเอง 

พอลูกเริ่มโต ความยากจริงๆของการเลี้ยงลูกกลับไม่ใช่การสอนเค้าอย่างไรให้เป็นคนดี .. แต่กลับเป็นการปรับปรุงตัวเราอย่างไร ให้เป็นแบบอย่างที่ดี ผมเชื่อเสมอว่าพ่อแม่คือกระจกสะท้อนตัวลูก สิ่งที่เราแต้มลงบนผ้าขาวล้วนเป็นสิ่งที่เราทำให้เขาเห็น และมันจะเป็นสีที่สวยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งนั้น หากอยากให้เขาซื่อสัตย์ เราต้องรักษาคำพูดกับเขาอย่างเคร่งครัด หากอยากให้เขามีเหตุผล ก็จงใช้เหตุผลกับเขามากกว่าอารมณ์ ในช่วงที่ชูใจลดความอ้วน ผมเองก็ต้องยอมลดการกินจุบจิบร่วมกับเธอ เพื่อเป็นตัวอย่างและกำลังใจให้เห็นว่าเธอไม่ได้ทำสิ่งนี้ลำพังและเราจะจับมือกันข้ามกำแพงนี้ได้จริงๆ ความยากมันอยู่ที่พ่อกับแม่เองก็เป็นเพียงคนธรรมดา เราทุกคนต่างมีข้อเสีย ในวันที่ลูกเริ่มจำเราเป็นแบบอย่าง ผมกลับอยากเป็นคนที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ อยากพยายามมีเหตุผล พยายามซื่อสัตย์ พยายามใจเย็น ยิ่งเราเห็นและรู้ว่าข้อเสียที่เรามีนั้นเคยทำลายเรามากเพียงใด เรายิ่งไม่อยากให้ลูกมีข้อเสียเหมือนเรา กลายเป็นว่าลูกเองก็เป็นกระจกสะท้อนให้เรามองตัวเองด้วยเช่นกัน วันนี้ วันที่ลูกเริ่มโต เป็นวันที่ผมเองก็พยายามโตขึ้นพร้อมกับลูก สำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง ยินดีบ้าง เสียใจบ้าง ผมรู้ตัวเองดีว่าผมไม่ใช่คนดี และอาจไม่ใช่พ่อที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกได้มากนัก แต่ในวันนี้ผมกำลังพยายาม .. ในฐานะคนธรรมดา และพ่อคนหนึ่ง

โพสต์ที่แชร์โดย Fucking Hero (@ftodah) เมื่อ

 

พอลูกเริ่มโต ความยากจริงๆของการเลี้ยงลูกกลับไม่ใช่การสอนเค้าอย่างไรให้เป็นคนดี .. แต่กลับเป็นการปรับปรุงตัวเราอย่างไร ให้เป็นแบบอย่างที่ดี ผมเชื่อเสมอว่าพ่อแม่คือกระจกสะท้อนตัวลูก …

 

รู้ตัวอีกทีชูใจก็กลายเป็นเด็กหน้ากลม พุงพลุ้ย จากที่มีแต่คนบอกหน้าเหมือนแม่ ตอนนี้พอมีราศีโดเรม่อนจับ หลายคนเริ่มรู้สึกเหมือนกันว่าเธอหน้าเหมือนพ่อ ผมกับเบลเริ่มหาสาเหตุว่าเหตุใดลูกจึงเปล่งปลั่งพองเร็วเพียงชั่วเวลาไม่กี่เดือน ไปๆมาๆก็พบว่าสาเหตุเกิดจากชูใจค้นพบการยืนบนเก้าอี้ เรื่องมันเริ่มจากตรงนี้ เมื่อก่อนนั้นไอศครีมที่อยู่ในช่องฟรีซชั้นบนตู้เย็นมักจะสูงเกินมือเด็กคนหนึ่งจะเอื้อมถึง แต่มีวันหนึ่งในขณะที่เบลทำกับข้าวอยู่ในครัวและปล่อยให้ชูใจนั่งเล่นหน้าทีวีคนเดียว หันมาอีกทีเธอถึงกับตกใจ เพราะจังหวะนั้นมันเป็นภาพลูกยืนบนเก้าอี้กำลังคุ้ยช่องฟรีซหาไอติมหมีของโปรดอย่างเมามัน ลูกผมค้นพบว่าการยืนบนเก้าอี้ต่อตัวให้สูงขึ้นทำให้กำแพงระหว่างเธอกับของกินถูกทำลายลงอย่างราบคาบ นับตั้งแต่นั้นขนมจำพวกช็อคโกแลต เยลลี่ ไอศครีมก็ถูกชูใจคุ้ยมาแกะกินเป็นว่าเล่น ทุกครั้งที่เราเผลอ ไม่ว่าจะซ่อนดีแค่ไหน ลึกและสูงปานใด เด็กอ้วนคนนี้ก็สามารถตามล่ามากินได้ทุกครั้ง เราสองสามี ภรรยามีอันต้องยื่นวาระการประชุมกันอย่างเร่งด่วน อันที่จริงเด็กวัยนี้เป็นวัยอ้วนจ้ำม่ำเป็นเรื่องปกติ ซักพักวัยก็จะทำให้ตัวเค้ายืดไปเองตามธรรมชาติ เราไม่ได้เป็นห่วงเรื่องความอ้วนของลูก หากแต่สิ่งที่เราห่วงคือพฤติกรรมการเลือกกินขนมของเธอ ขนมนั้นหากทานแต่พอดีมันก็มีประโยชน์ แต่หากเดินไปหยิบเอาๆ โดยไม่เลือกแบบนี้ย่อมมีผลต่อสุขภาพระยะยาวของลูก You are what you eat ไม่ใช่คำกล่าวเกินจริง ดังนั้นการเลือกกินจึงเป็นเรื่องใหญ่มากในชีวิตคนเรา เราคุยกันว่าถึงเวลาที่เราต้องหันมาดูแลการบริโภคของลูกอย่างรวดเร็วและจริงจังที่สุด สิ่งที่เราค้นพบคือการจะให้ลูกกินแต่ของดีมีประโยชน์ไม่ใช่วิธีที่เราจะซ่อนขนมจากมือลูกได้เนียนและสูงเพียงใด .. แต่มันอยู่ที่เราจะ”เลือก”อะไรไว้ในตู้เย็น และนั่นเป็นสาเหตุให้แก้มเลอะคราบช็อคโกแลตและไอติมของเธอ ทุกวันนี้กลายเป็นแก้มที่เลอะคราบน้ำผลไม้ โดยผมก็ยังให้ลูกกินไอติมอยู่บ้างโดยมีโควต้าว่ากินได้สองวันต่อแท่ง และต้องเป็นไอติมที่พ่อแม่หยิบให้เท่านั้น วันนี้เธออาจยังไม่เข้าใจสิ่งที่ผมทำ แต่วันนึงผมอยากให้เธอรู้ว่า การเป็นคนเลือกกิน มันไม่ได้แปลว่าเรื่องมาก หากแต่คือเรื่องใหญ่ที่หนูควรทำ อย่างไรก็ดี แม้จะลดขนมลง ชูใจก็ยังคงจ้ำม่ำสมบูรณ์ เพราะอาหารที่แม่เธอเลือกสรรทำในแต่ละมื้อ เธอก็ยังซัดหมดจานอย่างเอร็ดอร่อย นั่นแหล่ะครับ เด็กวัยนี้มันวัยจ้ำม่ำ ก็ต้องเลือกกันหน่อย #UncompromisingQuality

โพสต์ที่แชร์โดย Fucking Hero (@ftodah) เมื่อ

เวลามีรายการมาสัมภาษณ์เรื่องครอบครัว รายการจะชอบถามว่าลูกผมมีแววทางด้านไหน ซึ่งเท่าที่เห็นตอนนั้นผมว่าลูกมีแววด้านเล่นตลก แต่ละวันชูใจมักมีอะไรมาทำให้ขำ บางทีก็เป็นมุขแบบซื่อๆ เช่นย่าชี้ให้เธอดูลูกมะพร้าว เธอก็ถามกลับว่าแล้วแม่มันอยู่ไหน บางทีก็เป็นมุขแบบร้ายๆ เช่นยายบอกให้นวดให้หน่อย เธอก็จะตอบว่าหนูยังเด็กอยู่ ให้โทรเรียกคนมานวดให้เหมือนป๊ะป๋า บางวันก็เต้นตลกๆ บางวันก็ตลกลงชุดเหมือนในภาพ วันนี้ระหว่างการเดินทางไปเสม็ด ชูใจค่อนข้างซน เธอเริ่มรื้อของหลังรถ ดิ้นจะออกจากคาร์ซีทและเริ่มงอแง ผมดุเธอว่าให้อยู่เงียบๆจนกว่าจะถึงบ้านเพ เหตุการณ์สงบลง ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง รถเรามาถึงบ้านเพ ผมชี้มือเรียกชูใจดูทะเล 2-3 ครั้งก็ไม่มีปฏิกิริยา ปกติจะต้องดี๊ด๊า ผมหันไปดูลูกเพราะนึกว่าเธอหลับอยู่เลยไม่ตอบ ก็เห็นลูกทำหน้างอนตุ้บป่อง ก่อนจะหันไปพูดกับแม่เธอเบาๆว่า .. ป๊ะป๋าให้หนูเงียบ ในวัยสองขวบ ผมถูกลูกสาวประชดเป็นครั้งแรก แต่ผมขำออกมาเสียงดังมาก ผมคิดว่าเธอไม่ได้เล่นมุขและไม่ได้ตั้งใจทำให้ตลก ลูกคงงอนจริง แต่เจอแบบนี้มันก็อดขำไม่ได้ หากรายการมาถามครั้งต่อไป ผมอยากตอบใหม่ว่าลูกผมไม่ใช่คนตลกเลย เธอมีแววด้านการคิดจริงจังกับชีวิต ในมุมของเด็กแล้ว ทุกคำตอบ ทุกท่าเต้น ทุกการออกแบบชุดนั้นอาจล้วนเป็นสิ่งจริงจัง หากแต่ในความจริงจังของลูกนั้น มันแค่มาพร้อมกับความซื่อเท่านั้นเอง

โพสต์ที่แชร์โดย Fucking Hero (@ftodah) เมื่อ


บทความแนะนำ :

ปรับสมดุลชีวิต ‘เวิร์กกิ้งมัม’ ให้สมบูรณ์แบบกันเถอะ!
สร้างความสนุก ระหว่างคุณแม่และลูกสาวด้วย 10 วิธีกันเถอะ!!
10 กฎการเลี้ยงลูกที่ดี เลี้ยงแบบไหนให้เป็นครอบครัวอัจฉริยะ มาเช็คกัน!!
ยิ่งพูดย้ำ บ่นซ้ำ ลูกยิ่งต่อต้าน จริงหรอ?

ขอบคุณข้อมูลจาก : IG : ftodah

บทความที่เกี่ยวข้อง

Spread the love