sa

ช่วงหลังคลอดสายสะดือลูกน้อยจะแห้งและหลุดเองภายในช่วง 2 สัปดาห์หรือ 3 สัปดาห์ ซึ่งคุณหมอจะนัดตรวจเพื่อติดตามสุขภาพลูกน้อย ดูว่ามีสิ่งผิดปกติที่สะดือหรือไม่ บางรายที่มีความผิดปกติอาจทำให้เกิดเป็นแผล มีอาการบางอย่างเกิดขึ้น มาดูถึงสาเหตุ เพื่อเพิ่มความระมัดระวังปัญหา ดูแลสะดือลูกให้ถูกทางกันค่ะ

ทำความรู้จักกับอาการผิดปกติของสะดือ

ติ่งเนื้อสีแดง (umbilical granuloma) จะพบว่ามีก้อนเนื้อเยื่อสีแดงนูนออกมาที่ฐานของสะดือ เกิดจากการอักเสบเรื้อรังภายหลังสะดือหลุดประมาณ 1-2 สัปดาห์การรักษา หากมีขนาดเล็กอาจรักษาด้วยการใช้แท่งซิลเวอร์ไนเตรตจี้ที่ก้อนเนื้อ จี้ซ้ำทุก 1-2 สัปดาห์ หากขนาดใหญ่จะใช้ไฟฟ้าจี้

บวมแดง มีหนอง มีกลิ่น รอบสะดือบวมแดงหรือมีหนอง มีกลิ่น แสดงว่าเกิดการอักเสบ เกิดได้ในช่วงที่สายสะดือยังไม่หลุดหรือหลุดไปแล้วในรายที่มีอาการอักเสบรุนแรง เด็กจะมีไข้ ซึม ดูดนมได้น้อย ท้องอืด ควรพาลูกน้อยไปพบคุณหมอโดยเร็ว เนื่องจากเด็กเล็กมีภูมิต้านทานที่ต่ำ เชื้อโรคอาจเข้าสู่กระแสเลือดเกิดอันตรายได้ คุณหมออาจแนะนำให้ยาปฏิชีวนะ

มีน้ำซึมออกพบว่ามีน้ำซึมออกมาตลอดเวลา (paten urachus) หลังจากที่สะดือหลุดแล้ว แต่ท่อที่ต่อระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับสะดือสลายตัวไม่หมด มีอาการสะดือแฉะ ทำให้เกิดการติดเชื้อได้

 

ดูแลสะดือลูก

– ใช้คอตตอนบัดชุบแอลกอฮอล์ 75% เช็ดทำความสะอาดสะดือเบาๆ หลังอาบน้ำเช้า-เย็น

– เช็ดรอบๆ สะดือ ห้ามเช็ดที่กลางสะดือ ถึงแม้สายสะดือลูกแห้งหรือหลุดออกแล้ว

– ทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง หลังอาบน้ำเสร็จหรือเปลี่ยนผ้าอ้อม จนกว่าสะดือจะแห้งหรือยุบ

– ไม่ควรโรยแป้งลงบนสะดือลูก เพราะอาจเกิดการหมักหมมของเชื้อโรคตามร่องสะดือ เกิดการอักเสบได้

– หากเห็นว่าสะดือไม่หลุด ก็ไม่ควรดึงหรือพยายามให้หลุดออก ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติจะดีกว่า

– หลังสะดือหลุดแล้ว ยังต้องทำความสะอาดจนกระทั่งสะดือแห้ง

 

บทความแนะนำ :
4 ความเชื่อ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย.
หยุด!! พฤติกรรมทำร้ายสุขภาพลูก.
เลี้ยงลูกให้เขามีความสุขได้อย่างเต็มที่และสุขภาพดี
5 เคล็ดลับ เช็คสุขภาพขณะตั้งครรภ์สำหรับคุณแม่

ขอบคุณข้อมูลจาก : motherandcare

บทความที่เกี่ยวข้อง