03

พันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม ได้แก่ พฤติกรรมการกิน การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม กินมากเกินไปจนทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากกว่าที่ร่างกายใช้เช่น กินอาหารที่มีพลังงานสูง เช่น อาหารทอด อาหารที่มีไขมันสูง ของหวาน ฯลฯ  อิทธิพลของสื่อโฆษณาทำให้เด็กชอบกินขนม ลูกอม น้ำอัดลม อาหารขยะฯลฯตามที่เห็นโฆษณาในโทรทัศน์ การไม่กินผัก ผลไม้หรืออาหารที่มีใยอาหารสามารถทำให้อ้วนได้ค่ะ

ผลเสียของโรคอ้วน ทำให้มีปัญหาและเป็นโรคต่างๆ ดังนี้

1.มีคนจำนวนมากคิดว่าเด็กอ้วนน่ารัก แข็งแรงและจะหายเองเมื่อเด็กโตขึ้น แต่จากการศึกษาพบว่าร้อยละ10-20 ของทารกที่อ้วนเมื่อโตขึ้นจะเป็นเด็กอ้วน ร้อยละ 40 ของเด็กอ้วนเมื่อโตขึ้นจะเป็นวัยรุ่นที่อ้วน และร้อยละ75-80 ของวัยรุ่นที่อ้วนจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วน แสดงว่าเด็กอ้วนจะไม่หายและมีปัญหาเป็นโรคอ้วนเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่

2.จากการวิจัยพบว่าเด็กที่อ้วนเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่จะมีอัตราการเสียชีวิตโดยทั่วไปและเสียชีวิตเนื่องจากโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าเด็กที่ไม่อ้วนถึง 2 เท่า

3.เบาหวาน

4.ไขมันในเลือดสูง

5.ความดันโลหิตสูง

6.โรคหลอดเลือดแข็งและตีบตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลงและกล้ามเนื้อหัวใจตาย เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลงหรือหลอดเลือดสมองแตกทำให้เป็นอัมพาต อัมพฤกษ์และเสียชีวิตได้

7.ไขมันพอกตับ ทำให้ตับอักเสบ แข็งและวายจนเสียชีวิตได้

8.นิ่วในถุงน้ำดี

9.ความดันในกะโหลกศีรษะสูงคล้ายกับการมีเนื้องอกในสมอง ทำให้มีอาการปวดศีรษะรุนแรงและอาเจียน

10.นอนกรน หยุดหายใจขณะนอนหลับ จนทำให้ออกซิเจนในเลือดต่ำ มีผลเสียต่อร่างกาย สมอง หัวใจและปอดเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

11.ผลเสียต่อกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อที่ต้องแบกรับน้ำหนักตัวที่มากเกินไป

12.ผลเสียด้านจิตใจ เป็นปมด้อย ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ซึมเศร้า และอาจทำให้มีปัญหาพฤติกรรมการกินได้

การรักษา

1.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ให้กินอาหารปริมาณลดลงและให้เหมาะสม ได้แก่ การงดกินอาหารที่มีพลังงานสูง เช่น ของทอด อาหารที่มีไขมัน ครีม นม เนยและน้ำตาลปริมาณสูงเพื่อให้ได้รับพลังงานน้อยกว่าที่ร่างกายใช้ ร่างกายก็จะไปย่อยสลายไขมันที่สะสมอยู่มาใช้เป็นพลังงาน น้ำหนักตัว ไขมันและความอ้วนจึงจะลดลง

2.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมวิถีชีวิต เช่น ทำงานบ้าน ซักผ้าด้วยมือ ขุดดิน รดน้ำต้นไม้ เดินขึ้นบันได ขี่จักรยานฯ และออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายใช้พลังงานเพิ่มขึ้น

3.พ่อแม่ และทุกคนในครอบครัวที่ดูแลเด็ก เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา พี่เลี้ยงเด็กฯ ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี (role model)ให้เด็กเห็นและปฏิบัติตาม และที่สำคัญจะต้องร่วมมือในการดูแล รักษาเด็กทุกคนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่คนหนึ่งเข้มงวด อีกคนตามใจ การรักษาจึงจะได้ผลดี

ที่สำคัญการรักษาต้องทำทั้ง 3 วิธีดังกล่าวไปพร้อมๆ กันจึงจะได้ผลดี แต่เนื่องจากการรักษาโรคอ้วนเมื่อเป็นแล้วจะทำได้ยากมาก และมีอัตราความล้มเหลวสูง จึงควรหาทางป้องกันไม่ให้เป็นจะดีกว่าการรักษา

 

บทความแนะนำ :

ขอบคุณข้อมูลจาก :  raipoong.com

 

บทความที่เกี่ยวข้อง