gfhtry4

เมื่ออายุ 6 เดือน ลูกน้อยของคุณแม่จำเป็นต้องกินอาหารเสริมตามวัย เพื่อที่จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและจำเป็นต่อพัฒนาการของลูกน้อย นอกจากเรื่องเมนูอาหารสำหรับลูกน้อยแล้ว ยังมีเทคนิคการเริ่มอาหารเสริมที่ควรรู้และไม่ควรมองข้ามอีกค่ะ

  1. เริ่มทีละอย่าง

ช่วงแรกของการเริ่มให้อาหารเสริม คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกทดลองกินอาหารเสริมทีละชนิด เพื่อช่วยให้ลูกเรียนรู้รสชาติของอาหารได้ดีขึ้น และการเริ่มอาหารที่ละชนิดมีข้อดีอีกอย่างคือ ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตได้ว่า ลูกแพ้อาหารชนิดใดหรือไม่ แล้วจะได้หลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกกินอาหารชนิดที่ลูกแพ้ได้ถูกค่ะ

  1. ให้กินทีละน้อย

คุณแม่ยังไม่ควรรีบป้อนอาหารเสริมให้ลูกทานได้เยอะๆ เพราะเด็กแต่ละคนมีความอิ่มไม่เท่ากัน ซึ่งคุณแม่ควรจะเริ่มป้อนให้ลูกทาน 1-2 ช้อนชาก่อน เมื่อลูกมีท่าทางว่าจะรับอาหารเพิ่มได้ก็ค่อยป้อนเพิ่มได้บ้าง ซึ่งสังเกตได้จากการที่เขาไม่หันหน้าหนี หรือไม่ดุนอาหารออกจากปาก

  1. กินผักก่อนผลไม้

ปกติแล้ว พ่อแม่ส่วนใหญ่อาจจะมองข้ามเรื่องนี้ไปค่ะ เพราะไม่เห็นความแตกต่างของการเริ่มผักหรือผลไม้ก่อน แต่จริงๆ แล้ว การให้ลูกน้อยเริ่มกินผักก่อน จะทำให้เขาคุ้นชินกับรสชาติของผักที่มีรสอ่อนกว่า และหวานน้อยกว่าผลไม้ แต่ถ้าให้ลูกกินผลไม้ก่อนจะทำให้เขาชินกับรสหวานของผลไม้ จนปฏิเสธที่จะกินผักได้

  1. กินไข่แดงก่อนไข่ขาว

บ่อยครั้งที่คุณพ่อคุณแม่มักสับสนค่ะว่า จะให้ลูกกินไข่แดงก่อนไข่ขาว หรือไข่ขาวก่อนไข่แดง หรือจะให้กินทั้งฟองดี เริ่มแรกควรจะให้ลูกกินเพียงไข่แดงค่ะ เพราะลูกน้อยของคุณแม่อาจจะแพ้โปรตีนที่มีในไข่ขาวได้มากกว่าไข่แดง ถึงแม้ว่าจะผ่านกรรมวิธีในการปรุงให้สุกแล้วก็ตาม อีกทั้งไข่ขาวยังย่อยยากกว่าไข่แดงอีกด้วย

ไข่แดงที่คุณแม่จะให้ลูกกินควรปรุงให้สุกเสียก่อน เพราะการกินที่ยังไม่สุกดีหรือที่เรียกกันว่า “ยางมะตูม” นั้นจะย่อยยากกว่าไข่ที่สุก และเมื่อลูกอายุประมาณ 7 เดือน คุณแม่จึงค่อยให้ลูกลองกินไข่ทั้งฟองค่ะ แต่ถ้าเขามีอาการแพ้มีผื่นขึ้น ก็เลี่ยงการกินไข่ทั้งฟอง และค่อยทดลองให้ลูกกินอีกครั้งเมื่ออายุ 1 ขวบไปแล้ว

  1. ก่อนกินควรอุ่น

มีคำถามจากคุณแม่หลายคนค่ะว่า การทำอาหารเสริมให้ลูกสามารถทำเผื่อมื้ออื่นๆ ได้หรือไม่ จริง ๆ แล้วแนะนำให้ทำกินเป็นมื้อ ๆ ค่ะ เพราะจะได้ไม่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ที่อาจจะทำให้ลูกท้องเสียได้ แต่ถ้าคุณแม่ไม่มีเวลาก็สามารถทำอาหารบางอย่าง เช่น ข้าวต้ม หรือน้ำสต็อกเผื่อไว้ได้ แต่ต้องแบ่งเข้าแช่ในตู้เย็นเป็นถุงๆ กะว่าให้ลูกกินถุงละ 1 มื้อ เพื่อป้องกันการอุ่นซ้ำให้สูญเสียสารอาหาร

ส่วนการอุ่นนั้น คุณแม่สามารถอุ่นด้วยเตาไมโครเวฟได้ค่ะ แต่ต้องระวังอาหารจะไม่อุ่นเท่ากัน เพราะเตาไมโครเวฟไม่สามารถกระจายความร้อนได้ทั่วถึง คุณแม่จะต้องเอาอาหารออกมาคลุกเคล้า แล้วอุ่นต่อหลายครั้งอาหารจึงจะสุกทั่วกันได้

  1. น้ำผลไม้คั้นเองดีที่สุด

การให้ลูกกินน้ำผลไม้จะช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย แต่น้ำผลไม้ที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดคือ น้ำผลไม้ที่คุณแม่คั้นเองสดๆ เพื่อรักษาวิตามินในผลไม้ และปราศจากเชื้อโรค มั่นใจได้ว่าลูกกินแล้ว จะไม่ท้องเสีย

สำหรับน้ำผลไม้คุณแม่ควรให้กินทันที เมื่อคั้นเสร็จหรือไม่ควรเกิน 15 นาทีหลังคั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคมีโอกาสปนเปื้อนน้ำผลไม้ ปริมาณของน้ำผลไม้ที่จะให้ลูกกินนั้นไม่ควรเกิน 3-4 ออนซ์ต่อวัน เนื่องจากในน้ำผลไม้มีน้ำตาลเยอะ จึงต้องคอยระวังเรื่องปัญหาฟันผุ และการได้รับน้ำตาลมากเกินไปด้วย

  1. เลี่ยงการปรุงรสชาติ

เครื่องปรุง เช่น ซีอิ๊ว น้ำตาล น้ำปลา หรือเกลือ ไม่จำเป็นสำหรับอาหารเสริมลูกน้อยของคุณแม่ค่ะ เพราะอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งรสชาติใดรสชาติหนึ่งมากเกินไป จะทำให้ลูกติดและชินกับการที่จะกินอาหารรสนั้น แล้วเมินอาหารรสธรรมชาติ และการปรุงรสมากเกินไป ยังทำให้ร่างกายของลูกได้รับโซเดียม หรือน้ำตาลมากเกินความต้องการของร่างกาย จนทำให้เกิดโรคอ้วนหรือโรคต่าง ๆ ตามมาด้วย

 

Photo credit: lukerak.com

บทความที่เกี่ยวข้อง