GG

อย่านิ่งเฉยต่ออาการไอของลูกถ้ายิ่งเห็นลูกน้อยเริ่มไอบ่อยๆ นั่นแสดงว่ากำลังเกิดปัญหากับร่างกายของลูกน้อยแล้วนะคะ ลองไปดูพร้อมๆ กันว่ามีอาการไอแบบไหนบ้างที่คุณแม่ต้องกังวลอย่างใกล้ชิด

1.  ลูกไอเวลานอนหลับ

ลูกไอตอนนอนหลับดิ้นไปมาเหมือนนอนหลับไม่สนิท หรือมีอาการดิ้นทุรนทุราย ไอมากจนผิดปกติ อาการไอแบบนี้ส่วนมากจะป่วยเป็นหวัด หรือการติดเชื้อไวรัส หลอดลมอักเสบ เด็กที่เป็นส่วนมากอายุตั้งแต่ 6เดือน-3ปี คุณสามารถแก้ปัญหาได้โดยการให้ออกมารับอากาศบริสุทธิ์นอกห้อง หรืออกมาจากที่เย็นๆซักพัก หรือดื่มน้ำอุ่น แต่ถ้าอาการไอเหมือนติดขัดหลอดลมให้รีบพาลูกส่งโรงพยาบาลค่ะ

2.  ลูกไอแบบมีน้ำมูกหรือไอแบบมีเสมหะ

เกิดจากการอยู่ในที่เย็น หรือไอที่เกิดจากอาการของโรคติดต่อ อาการแบบนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่อากาศเย็นหรือเป็นในช่วงฤดูหนาว มักเกิดกับเด็กที่มีอายุระหว่าง 6เดือน-10 ปี ถ้าลูกโตแล้วก็ยังสามารถให้สั่งน้ำมูกออกมาได้เพื่อช่วยลดอาการแต่ถ้ายังเด็กมากคุณควรรู้จักวิธีล้างจมูกให้ลูกเพื่อให้ลูกหายใจได้ดีขึ้น หรือใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นซับหรือเช็ดบริเวณจมูกเพื่อให้น้ำมูกไม่เหนียวจนเกินไปค่ะ

3.  ลูกไอในตอนกลางคืน ไอแบบเหนื่อย หรือแบบหอบหืด

อาจเกิดจากอาการปอดอักเสบ และถ้าไอเฉพาะตอนกลางคืนให้คิดไว้ว่าอาจเกิดจากอาการปอด เพราะเมือกเล็กๆที่อยู่ในปอดจะสร้างความคันทำให้ลูกๆไอจนติดกันจนเหนื่อย ถ้ามีอาการไอแบบนี้ให้ลองพาลูกไปตรวจที่โรงพยาบาลดูค่ะ ให้คุณหมอตรวจให้แน่ใจว่าเป็นอาการจากโรคหอบหรือไม่

4.  ลูกไอพร้อมมีไข้ขึ้นสูง หรือจาม

ให้คิดไว้ก่อนว่าลูกอาจเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่ ถ้าลูกติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เวลาเพาะเชื้อจะใช้เวลาหลายวัน เพราะการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ติดกันง่ายแค่โดนจามใส่ก็ทำให้เป็นไข้หวัดใหญ่ได้แล้วค่ะ ถ้ามีอาการไอ จาม ไข้ขึ้นสูง ปวดเมื่อยเนื้อตัวให้รีบพาส่งโรงพยาบาลได้เลยค่ะ

5.  ลูกไอเสียงแหบ

ซึ่งอาจเกิดการติดเชื้อที่หลอดลม ปอดอาจจะบวมหรือหายใจไม่สะดวก ซึ่งส่วนมากจะเกิดในช่วงที่มีอากาศเย็น เด็กจะหายใจไม่สะดวกในตอนกลางคืนซึ่งอาจต้องได้รับยาขยายหลอดลม หรือพ่นยาเพื่อลดอาการบวมของปอดเพื่อทำให้หายใจได้สะดวกขึ้นค่ะ

อาการไอของเด็กส่วนมากจะมาจากเรื่องระบบทางเดินหายใจทั้งสิ้น ดังนั้น ถ้าลูกมีอาการไอควรหาสาเหตุให้พบและรีบทำการรักษาโดยเร็วที่สุดค่ะ

 

Photo credit: pixabay.com

บทความที่เกี่ยวข้อง