ko

  อาการเกร็งของลูกน้อยมีทั้งปกติและไม่ปกติค่ะ แต่ก็สร้างความกังวลให้คุณพ่อคุณแม่เสมอ หากรู้สาเหตุและรู้วิธีตอบสนองอย่างถูกต้องเรื่องนี้ก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไป

อาการเกร็งมักเกิดในเด็กอายุ 0-3 ปี คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด ว่าลูกเริ่มเป็นตั้งแต่อายุเท่าไหร่ เป็นช่วงเวลาไหนสัมพันธ์กับช่วงเวลาที่ทำกิจกรรมใดอยู่หรือไม่ และในระหว่างที่เกร็งมีอาการผิดปกติอย่างอื่นร่วมด้วยอย่างไร เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นประวัติช่วยในการวินิจฉัยแยกโรคของคุณหมอต่อไปได้ค่ะ

เกร็งแบบนี้ หนูปกติดี เพียงแต่จะต้องตอบสนองลูกให้ตรงจุดและถูกเวลา

1. เกร็งแบบบิดปวด อาการนี้เป็นได้ตั้งแต่แรกเกิดค่ะ ลูกจะมีอาการบิดปวด เช่น ปวดปัสสาวะ ปวดอุจจาระ คือลูกจะบิดก่อนทุกครั้งเมื่อมีอาการปวด เช่น เกร็งแขนเกร็ง ขา และทำท่าพยายามเบ่งจนหน้าแดง ซึ่งหลังจากนั้นก็จะมีปัสสาวะหรืออุจจาระออกมา ซึ่งหากลูกมีอาการเกร็งแบบนี้ สักพักเขาก็จะคลายตัวได้เองค่ะ แต่หากลูกไม่มีอุจจาระออกมาหลังจากที่เกร็งคุณแม่อาจต้องดูว่าลูกมีอาการท้องผูกหรือไม่ หากลูกท้องผูกก็ต้องปรึกษาคุณหมอ เพื่อแก้อาการท้องผูกอย่างถูกวิธีต่อไป

2. เกร็งแบบโคลิค อาการนี้มักเป็นตอนกลางคืนค่ะ ซึ่งลูกจะกรีดร้อง ร้องเสียงแหลม หรือเกร็งทั้งตัว บางคนอาจมีการผายลม หรือเรอออกมาด้วย ส่วนมากอาการเกร็งแบบโคลิค จะไม่มีผลต่อพัฒนาการ ทั้งน้ำหนักและส่วนสูงยังเป็นไปตามวัย สายตายังตอบสนอง กลอกไปกลอกมาได้ปกติ เพียงแค่คุณแม่อุ้มให้เขาได้เรอ แล้วรอสักพักอาการนี้ก็จะดีขึ้นได้ แม้ว่าต้องใช้เวลานานสักหน่อยก็ตาม

3. เกร็งเพราะถูกกระตุ้นทางอารมณ์ อาการเกร็งแบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อยกับลูกอายุ 1 ขวบขึ้นไป อาการนี้เกิดขึ้นเมื่อมีการกระตุ้นอย่างชัดเจน เช่น กระตุ้นให้เกิดอารมณ์โกรธ ไม่พอใจ เวลาเป็นลูกจะกรีดร้องดังๆ ร้องไม่หยุด จะเขียวไปทั้งตัว ซึ่งอาจเกิดจากภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ แต่ไม่ได้มีอันตราย และไม่มีผลต่อพัฒนาการของลูกค่ะ หลังจากเกร็งแล้วสักพัก ลูกจะเริ่มหายใจเข้าแรงๆ แล้วร้องไห้ต่อได้ ซึ่งเวลาที่ลูกหายเกร็งแล้ว ให้เข้าไปตอบสนองด้วยการอุ้ม หรือถ้าลูกอยู่ในวัยที่เริ่มพูดคุยรู้เรื่องแล้ว คุณแม่ค่อยคุยกับเขาว่าสิ่งที่ทำถูกหรือไม่ โดยไม่ต้องพูดถึงเหตุผลมากนะคะ

4. เกร็งเพราะเกิดความสุข มักเกิดในเด็ก 1-3 ปีขึ้นไป เด็กผู้หญิงจะเอาขาไขว้กัน ถูๆแล้วก็เกร็ง ส่วนเด็กผู้ชายนั้นจะเกร็งเป็นท่าคว่ำขย่มและเกร็งขา ซึ่งลูกไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำคืออะไร เพียงแต่รู้ว่าทำแล้วมีความสุข คุณพ่อคุณแม่จึงอาจมองว่าลูกมีพฤติกรรมผิดปกติได้ ถ้าลูกพยายามเกร็งแบบนี้ให้คุณพ่อคุณแม่รีบหาอย่างอื่นให้ลูกเพื่อเบนความสนใจ เช่น ของเล่น ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ลูกก็หายได้เองค่ะ

5. เกร็งเพราะเกิดกรดไหลย้อน กรดไหลย้อนนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นกับลูกตั้งแต่วัย 0-3 ปี ซึ่งสังเกตได้ง่ายๆ เวลาที่ลูกกินนมหรือหลังกินสักพัก จะมีอาการร้องงอแง ตัวเกร็ง ซึ่งเวลาที่คุณแม่ให้นมหรือป้อนนมจากขวด จะต้องยกหัวลูกให้สูง หากยังไม่หายต้องรีบพาไปพบคุณหมอ เพื่อคุณหมอจะให้ยาทำให้หูรูดของหลอดอาหารของลูกทำงานดีขึ้นค่ะ

เกร็งแบบนี้ ไม่ปกติแล้ว อาจนำไปสู่โรคทางระบบประสาทและสมองได้ ต้องรีบพาไปพบคุณหมอโดยเร็วที่สุดค่ะ

1. เกร็งชัก ลูกจะมีอาการเกร็งทั้งตัว ตาจะไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบข้าง เช่น ตาเหลือก หรือมองด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษแล้วค้างอยู่อย่างนั้น บางคนอาจมีอาการกัดฟันร่วมด้วย คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตลูกอย่างใกล้ชิดนะคะ เพราะอาการชักนี้ไม่ได้เป็นเฉพาะช่วงที่ลูกตื่นอย่างเดียว แต่จะเป็นช่วงที่หลับด้วย ซึ่งเกิดจากภาวการณ์ทำงานผิดปกติของเซลล์สมอง ต้องรีบพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อตรวจคลื่นสมองและวินิจฉัยอย่างละเอียดมากขึ้น

2.เกร็ง CP เป็นภาวะที่ลูกมีอาการเกร็งตลอดเวลา และถ้ามีเสียงหรือมีสิ่งใดมากระตุ้นให้เขาตกใจก็จะยิ่งเกร็งมากขึ้นอาการเกร็งแบบนี้อาจเข้าข่ายอาการ CP (Cerebral Palsy) หรือโรคพิการทางสมองได้ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาไปพบคุณหมอ เพื่อเช็กอาการอย่างละเอียด ประเมินว่ามีภาวะใดที่เกี่ยวข้องกับสมองหรือระบบประสาทอื่นๆอีกหรือไม่

การสังเกตของคุณพ่อคุณแม่ นอกจากจะช่วยให้สามารถตอบสนองอาการเกร็งของลูกได้ถูกต้องแล้ว ยังช่วยให้คุณหมอประเมินและสามารถแยกวินิจฉัยโรค จากอาการเกร็งที่ผิดปกติของลูกได้ง่ายมากขึ้น ส่งผลให้การรักษามีความถูกต้องและรวดเร็วด้วยค่ะ

 

บทความแนะนำ :

สัญญาณเตือน เมื่อลูกน้อยมีกลิ่นปากและกลิ่นลมหายใจ
แก้ท้องผูกให้ลูกน้อย ด้วยธรรมชาติ!
เชื้อราในช่องปากลูก มาจากไหน?
5 อาการป่วยที่คุณแม่ไม่ควรวางใจของเด็ก 1-3 ปี

ขอบคุณข้อมูลจาก : rakluke

บทความที่เกี่ยวข้อง