DHA

   DHA คือ กรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมก้า 3 เป็นส่วนประกอบสำคัญของสมองและจอประสาทตา (เรตินา) ช่วยให้สมองส่วน Cerebral cortex ที่ทำหน้าที่ด้านความทรงจำ การใช้เหตุและผล การเรียนรู้ ควบคุมกล้ามเนื้อ และสายตาให้พัฒนาเชื่อมโยงกันได้ดี

ซึ่งคุณแม่สามารถเสริมสร้างความฉลาดให้กับลูกน้อยได้ตั้งแต่แรกเกิดด้วยการให้กินนมแม่จนถึง 6 เดือน เนื่องจากในนมแม่มีปริมาณ DHA ที่เพียงพอต่อความต้องการของลูก ประมาณ 60 มิลกรัมต่อวัน ซึ่งปริมาณ DHA ในน้ำนมแม่จะมีระดับเปลี่ยนแปลงตามอาหารที่แม่กิน โดยอาหารที่อุดมไปด้วย DHA ได้แก่ อาหารทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า หรือแม้แต่ปลาน้ำจืดในบ้านเราก็พบว่ามีโอเมกา 3 โดย ข้อมูลจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ปลาช่อน ปลาดุก ปลาจะละเม็ด ปลาสำลี ปลาตะเพียน ก็มีโอเมกา 3 สูงเช่นกัน รวมถึงไข่แดงและธัญพืชบางอย่างก็มี DHA ด้วย

 

อาหารที่มี DHA สูง

เป็นที่สังเกตว่าอาหารในธรรมชาติที่มีโอเมกา 3 ปริมาณมาก จะมี DHA สูงขึ้นตามด้วย ซึ่งอาหารที่มีที่มีโอเมกา 3 ปริมาณสูงมาก ได้แก่

  • ปลาสวายเป็นปลาน้ำจืดที่มีโอเมก้า 3 สูงที่สุด โดยปลาสวาย 100 กรัม จะมีโอเมกา 3 ถึง 2,570 มิลลิกรัม
  • ปลาช่อน 100 กรัม มีโอเมกา 3 สูงถึง 870 มิลลิกรัม
  • ปลาจาระเม็ดขาว 100 กรัม จะมีโอเมกา 3 ประมาณ 840 มิลลิกรัม
  • ปลากะพงขาว 100 กรัม มีโอเมก้า 3 ประมาณ 310 มิลลิกรัม
  • ปลาจาระเม็ดขาว 100 กรัม จะมีโอเมกา 3 ประมาณ 840 มิลลิกรัม
  • ปลาดุก 100 กรัม มีโอเมกา 460 มิลลิกรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง มีโอเมก้า 3 ประมาณ 200-250 มิลลิกรัม

ในบ้านเรามีอาหารที่เป็นแหล่งโอเมกา 3 ให้เลือกมากมาย คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้ออาหารราคาแพงๆ มาให้ลูกกินเลย เพราะ DHA ที่ดีที่สุดมีอยู่ในนมแม่อยู่แล้ว

 

บทความแนะนำ :

แอปเปิ้ล ผลไม้มากวิตามินของ ลูกรักวัยหัดกิน!
เตือน! ดื่มนมกล่องบ่อย! ไม่กินผักผลไม้! ต้นเหตุของการขาดวิตามิน!
ผักผลไม้ยอดฮิต วิตามินซีสูง! เพื่อลูกน้อยได้แข็งแรง!
เคล็ดลับถนอมดวงตาของลูกน้อย

ขอบคุณข้อมูลจาก : dgsmartmom.com







บทความที่เกี่ยวข้อง