sa

สะดือ เป็นอวัยวะที่ติดตัวลูกมาตั้งแต่ลูกอยู่ในท้อง สะดือจะคอยลำเลียงเลือด ออกซิเจน อาหาร จากแม่ไปสู่ลูก เมื่อหลังคลอด สะดือลูก ถูกตัดจนเหลือเพียงสิ่งที่ติดตัวลูก และจะค่อย ๆ แห้งไปเองเพียงไม่กี่สัปดาห์ แต่ก็มีเด็กทารกบางคนที่สะดืออาจจะมีปัญหา บวมแดง เป็นหนองหรือมีเลือดซึม ความผิดปกติของ สะดือลูก มีอะไรบ้าง สังเกตได้ดังนี้ค่ะ

สะดือลูก มีอาการ 3 แบบนี้ผิดปกติหรือไม่?

1.สะดือลูก บวมแดง มีหนอง หรือมีกลิ่น

อาการนี้มักเกิดกับทารกที่สะดือยังไม่หลุดหรือหลุดไปแล้วก็เกิดขึ้นได้ โดยรอยบวมแดงนี้จะเกิดขึ้นรอบ ๆ สะดือ ทารกที่มีอาการอักเสบรอบ ๆ สะดือรุนแรงจะมีกลิ่นหรือมีหนองร่วมด้วย เด็กจะมีอาการ ซึม มีไข้ ดูดนมน้อย งอแง ถ้าลูกมีอาการนี้ให้รีบพาลูกไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะเชื้อโรคอาจเข้าสู่กระแสเลือดจนทำให้เกิดอันตรายได้ค่ะ

2.สะดือลูก มีน้ำซึมออกมาหรือสะดือแฉะ

มีน้ำซึมออกจากสะดือหรือสะดือแฉะ อาการนี้จะเกิดกับทารกที่สะดือหลุดแล้ว สาเหตุเกิดจากท่อที่ต่อระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับสะดือสลายตัวไม่หมด อาการนี้ถ้าปล่อยไว้อาจเกิดการติดเชื้อต้องรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาเช่นกันค่ะ

3.ติ่งเนื้อสีแดงยื่นออกมาจากฐานสะดือ

ก้อนเนื้อสีแดงที่ยื่นออกมาจากฐานของสะดือนี้มักเกิดกับทารกที่สะดือหลุดแล้วประมาณ 1-2 สัปดาห์ ควรรีบพาไปหาหมอ หากคุณหมอพบว่าก้อนเนื้อชิ้นเล็กก็จะใช้แท่งซิลเวอร์ไนเตรตจี้ออก ถ้าก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่คุณหมอจะใช้ไฟฟ้าจี้ออกค่ะ การรักษาอาการนี้ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์

การทำความสะอาดสะดือของทารกแรกเกิด

  • ใช้คอตตอนบัดชุบแอลกอฮอล์ เช็ดทำความสะอาดเบา ๆ เช้าเย็นหลังอาบน้ำ
  • เช็ดทำความสะอาดรอบ ๆ สะดือ ไม่ควรเช็ดตรงกลางสะดือ ก่อนและหลังสะดือหลุด
  • อย่าโรยแป้งทับบนสะดือลูกเพราะอาจทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค และทำให้สะดืออักเสบได้
  • สะดือเด็กทารกแต่ละคนจะหลุดช้าเร็วไม่เท่ากัน อย่าดึง อย่าพยามยามทำให้หลุด ควรปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติ
  • เมื่อสะดือหลุดแล้วควรทำความสะอาดเช่นเดิมจนกว่าสะดือจะแห้งสนิท

 

บทความแนะนำ :

0 ต้นไม้ไล่ยุง ที่ควรปลูกในบ้าน เพื่อลูกน้อย!
ผักผลไม้ยอดฮิต วิตามินซีสูง! เพื่อลูกน้อยได้แข็งแรง!
17 พฤติกรรม บ่งบอกว่าลูกเป็น…ออทิสติก!!
เตือน! ดื่มนมกล่องบ่อย! ไม่กินผักผลไม้! ต้นเหตุของการขาดวิตามิน!

ขอบคุณข้อมูลจาก : maerakluke.com

ภาพจาก : New Kids Center

บทความที่เกี่ยวข้อง