04

  เพราะว่าก่อนคลอด ลูกน้อยไม่เพียงแค่ถูกห่อหุ้มอยู่ในที่อุ่นๆในถุงน้ำคร่ำและรอรับอาหารจากแม่เท่านั้น แต่เขามีการเคลื่อนไหวไปด้วยกันกับแม่ตลอดเวลา หลังคลอด แม่หลายท่านจะเอาลูกไว้ในผ้าคาดเอวเพื่อที่จะได้โอบอุ้มลูกไว้ขณะที่ทำงาน เช่น เตรียมอาหาร ทำความสะอาดบ้าน ทำให้ลูกได้เคลื่อนไหวเหมือนกับยังอยู่ในท้องของแม่ และลูกยังได้นอนเตียงเดียวกับแม่ ทำให้เขาได้ดูดนมแม่ทันทีที่เพียงแต่ส่งเสียงครางเบาๆ

ลูกจะไม่เพียงแต่ได้ยินเสียงร้องเพลงกล่อมของแม่แต่ยังได้รู้สึกถึงการสั่นของเสียงที่เกิดขึ้นเนื่องจากอยู่ชิดติดกับตัวแม่ และพบว่าเด็กที่เติบโตขึ้นมากับเลี้ยงดูเช่นนี้ จะเป็นเด็กที่ร้องไห้น้อยกว่า มีปัญหาเรื่องเครียดและอารมณ์หงุดหงิดน้อยกว่า

ในปัจจุบัน เกิดการเข้าใจผิดหลายอย่างว่าทำแล้วจะทำให้เด็กเป็นคนฉลาด แต่ความจริง ล้วนแต่เป็นการเพิ่มระยะห่างระหว่างแม่กับลูก ไม่ว่าจะเป็นการที่แยกลูกที่เพิ่งคลอดไปอยู่ในห้องเด็กอ่อนโดยอ้างว่าเป็นการป้องกันการติดเชื้อ การให้พยาบาลซึ่งก็คือคนอื่นดูแลลูกน้อยโดยอ้างว่าเป็นมืออาชีพ แต่นั่นเป็นการตอกย้ำว่าแม่ไม่มีความสามารถเพียงพอ ทำให้แม่เกิดความไม่มั่นใจ การให้นมขวดแก่เด็กโดยอ้างว่าเพราะแม่ยังไม่มีน้ำนมเพียงพอและกลัวว่าเด็กจะหิว แต่นั่นทำให้แม่ขาดโอกาสสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดโดยการดูดนมจากอกแม่

ทางหลักการทางจิตวิทยาพบว่า การเยียวยาที่ดีที่สุด สำหรับความเจ็บปวด ความหดหู่ และความอ่อนแอ ก็คือ การกอดสัมผัส ทั้งพ่อแม่และทารกต้องการการสัมผัสทางกาย หรือการกอดอย่างมาก เพราะจะช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนหลายชนิดซึ่งช่วยทำให้คลายเครียด เกิดความสุข และลดความเจ็บปวด เช่น หากทารกได้รับการอุ้มสัมผัสเนื้อแนบเนื้อโดยแม่ขณะถูกเจาะเลือดจากส้นเท้า จะร้องน้อยกว่าทารกที่ไม่ได้ถูกอุ้มอย่างเห็นได้ชัดเจน และทารกคลอดก่อนกำหนดจะโตเร็วขึ้นหากได้รับการกอดสัมผัสใกล้ชิดทุกวัน

ดังนั้น อย่าไปเชื่อคำพูดว่า “อย่าอุ้มลูกเยอะ เดี๋ยวติดมือ”

 

บทความแนะนำ :

กิจกรรมง่ายๆ สร้าง Smart Baby ได้
สร้างรอยยิ้มให้เจ้าตัวเล็ก กับ 7 วิธีนี้
วิธีดูแลความปลอดภัยของลูก ที่ไม่ควรมองข้าม
พ่อแม่ยุคนี้ เผลอลืมอะไร?

ขอบคุณข้อมูลจาก :  พญ. สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

บทความที่เกี่ยวข้อง