milk1

 เด็กที่กินนมแม่ก็สบายใจได้ว่านมแม่ยังมีสารอาหารอยู่ครบถ้วน แต่วัยนี้แม่ก็ต้องให้ลูกได้รับอาหารอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ในเสริมสร้างพัฒนาการที่เพิ่มมากขึ้นตามวัย อย่างไรก็ตามวัยนี้นมยังคงเป็นอาหารหลักที่มีคุณค่าต่อการเจริญเติบโต ส่วนคุณแม่ที่ให้ลูกกินนมผง นอกจากต้องให้ลูกได้รับอาหารเสริมควบคู่ไปกับดื่มนมด้วยเช่นกันแล้ว ควรพิจารณาเลือกเปลี่ยนนมเป็นสูตรที่เหมาะสมกับวัยของลูกด้วย เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารที่เหมาะกับพัฒนาการของร่างกาย คุณแม่จึงควรรู้จักสูตรนมและหลักการเปลี่ยนนมดังนี้

                สูตร 1 คือนมผงดัดแปลงสำหรับทารกแรกเกิด-1 ปี เป็นสูตรนมที่ย่อยง่าย เพราะมีการดัดแปลงให้มีปริมาณโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต เหมาะสมกับทารกซึ่งระบบการย่อย และการดูดซึมอาหารมีการพัฒนาขึ้นตามลำดับ ดังนั้นคูรแม่จึงควรเลือกนมที่มีสารอาหารสำคัญคือ ดีเอชเอ เออาร์เอ และโคลีนในปริมาณที่มากพอ

                สูตร 2 คือนมผงดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับเด็กอายุ 6 เดือน-3 ปี มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรตและวิตามินบางตัวสูงขึ้น เนื่องจากลูกเติบโตขึ้น มีการเคลื่อนไหว ใช้กล้ามเนื้อแขนขามากขึ้น ความต้องการพลังงานจึงเพิ่มขึ้น ส่วนปริมาณดีเอชเอ เออาร์เอ และโคลีนในนมก็ยังคงมีความสำคัญต่อพัฒนาการของสมองอย่างต่อเนื่อง เมื่อลูกอายุ 6 เดือน ดื่มนมสูตร 1 ได้ปริมาณมากเพียงพอ ประมาณวันละ 24 – 32 ออนซ์ น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ คุณแม่สามารถให้นมสูตร 1 ไปจนลูกอายุ 1 ขวบ แต่ถ้าลูกน้อยดื่มนมสูตร 1 ได้น้อยลง รับประทานอาหารเสริมได้น้อย อาจได้รับสารอาหารบางตัว เช่น โปรตีนไม่เพียงพอ ก็พิจารณาเปลี่ยนเป็นนมสูตร 2 ให้ลูกได้ค่ะ ถ้าลูกอายุ ขวบกว่าแล้ว ทานข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักได้น้อยและไม่ครบ 3 มื้อ ควรให้ลูกทานนมสูตร 2 นี้ต่อเนื่องจนกว่าลูกจะได้ข้าวครบ 3 มื้อ และมีสารอาหารครบ 5หมู่ ตามหลักโภชนาการ จึงค่อยเปลี่ยนเป็นนมสูตร 3

                สูตร 3  เป็นน้ำนมวัวที่มาเปลี่ยนรูปให้เป็น นมผง สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ซึ่งข้าวเป็นอาหารหลัก และนมเป็นอาหารเสริม ถ้าลูกทานอาหารได้ครบ 3 มื้อและได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ก็เลือกนมสูตร 3 อย่างไรก็ตาม ดีเอชเอเออาร์เอ และโคลีนยังคงเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการของสมองและการเจริญเติบโตของลูกน้อย

                สูตร 4 นมผงครบส่วนเหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป มีโปรตีน วิตามินเกลือแร่มากกว่าสูตร 3 เพราะวัยนี้ลูกจะมี กิจกรรม การเคลื่อนไหวของร่างกายมากขึ้น จึงต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันการพัฒนาสมองก็ยังคงมีต่อเนื่อง ดังนั้นคุณแม่ก็ควรเลือกสูตรนมที่ยังคงเสริมดีเอชเอ เออาร์เอและโคลีนด้วย เมื่อน้องอายุ 1 ขวบขึ้นไป สามารถทานนม ยูเอชที ได้เพื่อสะดวกในการพกพา เพราะวัยนี้ระบบการย่อยของลูกมีพัฒนาการมากขึ้นแล้ว แต่อย่างไรก็ตามคุณแม่ควรให้น้องทานอาหารหลัก 3 มื้อที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ ส่วนนมเป็นอาหารเสริมที่มีสารอาหารที่ขาดไม่ได้ เพื่อการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาการที่สมบูรณ์ของสมองจนอายุ 12 ปี

                วิธีการเปลี่ยนนม การเปลี่ยนนมอาจมีผลต่อการขับถ่ายเล็กน้อยเนื่องจากการปรับตัวของลูก เช่น ทำให้ลูกท้องผูก ท้องเสียได้ หรือพาลไม่สบายไปด้วยเลย เรามีวิธีการเปลี่ยนนมที่จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ ดังนี้

                วิธีที่ 1 การผสมในขวดเดียวกัน วิธีนี้ใช้ได้ดีกับเด็กเล็กๆ และเด็กโตที่ทานยาก เพื่อให้ลูกค่อยๆ ปรับตัวกับสารอาหารที่เปลี่ยนไป และรสชาติใหม่ๆ สำหรับวิธีนี้ ถ้าอัตราส่วนการชงนมสูตรใหม่และเก่าไม่เท่ากัน คุณแม่อย่าลืมคำนวณปริมาณน้ำและนมที่ถูกต้องของสูตรนม กรณีที่อัตราส่วนน้ำและนมเท่ากันใช้วิธีดังนี้ วันที่ 1-3 ใช้นมใหม่ 1 ช้อน แทนนมเดิมในทุกขวด วันที่ 4-6 ใช้นมใหม่ 2 ช้อน แทนนมเดิมในทุกขวด วันที่ 7-9 ใช้นมใหม่ 3 ช้อน แทนนมเดิมในทุกขวด จากนั้นให้เพิ่มนมใหม่แทนนมเดิมวันละ 1 ช้อน จนเหลือเฉพาะนมใหม่อย่างเดียวทำเช่นนี้จนลูกทานนมใหม่ได้ทั้งหมด

                วิธีที่ 2 การแทรกนมใหม่แทนนมเดิมทีละมื้อ ทุกๆ 3 วัน เหมาะสมสำหรับเด็กโตที่ทานง่าย วันที่ 1-3 ใช้นมใหม่แทนนมเดิม 1 ขวด ในมื้อแรกที่เหลือเป็นนมเดิม วันที่ 4-6 ใช้นมใหม่ 2 ขวดแรก ที่เหลือเป็นนมเดิม วันที่ 7-9 ให้นมใหม่ 3 ขวด ลดนมเดิมลง วันที่ 10 เป็นต้นไป ระหว่างที่เปลี่ยนนม การขับถ่ายอาจมีการเปลี่ยนไปจากเดิม อาจแข็งขึ้นหรือเหลวลงบ้าง คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ ประมาณ 3-5 วัน น้องก็จะปรับตัวได้และทานนมได้ต่อเนื่อง

 

บทความแนะนำ :
5 สิ่งควรรู้กับการเลือกซื้อขวดนมให้ลูกน้อย
5 ผลเสียของเด็ก 1 ขวบขึ้นไปที่ยังดูดนมจากขวด
ลูกเพิ่งกินนม…แต่ยังหิวอยู่ดี ควรทำอย่างไร
นมผงแบบไหน? ดีสำหรับลูกน้อย

ขอบคุณข้อมูลจาก : enfababy

บทความที่เกี่ยวข้อง