mile

เมื่อถึงเวลาลูกน้อยต้องเปลี่ยนจากการหม่ำนมจากอาหารหลักมาเป็นเพียงอาหารเสริม คุณแม่หลายท่านมักมีคำถามขึ้นมาว่า แล้วจะเลือกนมแบบไหนมาให้ลูกหม่ำๆดีนะ

นมแม่

ในน้ำนมแม่มีสารอาหาร สารภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ และสารที่ช่วยพัฒนาสมองอยู่อย่างครบถ้วน แม้เมื่อเด็กๆเข้าขวบปีที่สอง จึงเป็นการดีอย่างมากหากคุณแม่จะยังคงให้เด็กๆได้ดื่มนมแม่นานที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันโรค เสริมภูมิคุ้มกัน สร้างเสริมพัฒนาการและความอบอุ่นผูกพันระหว่างแม่กับลูกแล้ว การให้ลูกดื่มนมแม่ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกเยอะเลยทีเดียว

นมผงดัดแปลงสำหรับทารก (Infant formula)

เป็นนมผงดัดแปลงจากนมวัวหรือนมแพะให้มีส่วนประกอบและสารอาหารต่างๆใกล้เคียงนมแม่มากที่สุด เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดจนถึงอายุ 1 ปี มีวางจำหน่าย 2 ชนิด คือ ชนิดปกติ ที่มีการปรับปรุงสารอาหารพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับทารกให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (Codex) และชนิดพิเศษ ที่จะมีการเติมสารอาหารมากกว่าชนิดปกติเพื่อเลียนแบบให้ใกล้เคียงนมแม่มากที่สุด เช่น เติมทอรีน, ลูทีน, ใยอาหาร, DHA, ARA เป็นต้น ซึ่งนมชนิดพิเศษนี้จะมีราคาสูงกว่าชนิดปกติอยู่พอสมควร

นมผงดัดแปลงสูตรต่อเนื่อง (Follow-up formula)

นมผงประเภทนี้ถูกดัดแปลงมาจากนมวัวหรือนมแพะเช่นเดียวกับนมผงดัดแปลงสำหรับทารก แต่จะดัดแปลงไม่มากเท่า ปริมาณสารอาหารที่เด็กๆจะได้รับจึงอยู่ระหว่างนมผงสูตรดัดแปลงสำหรับทารกกับนมวัวหรือนมแพะสด เหมาะสำหรับทารกตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไปจนถึง 3 ปี นมผงประเภทนี้ถูกผลิตออกเป็น 2 ชนิดเช่นเดียวกับนมผงดัดแปลงสำหรับทารก คือ ชนิดปกติ และชนิดพิเศษ ส่วนคุณแม่จะเลือกสูตรไหนก็ขึ้นอยู่กับความพอใจและกำลังเงินที่มีในกระเป๋า

นมผงครบส่วน (Powered whole milk)

เป็นการนำนมวัวหรือนมแพะสดมาผ่านกระบวนการทำให้น้ำระเหยออกด้วยวิธีต่างๆจนเป็นผง และมีความขึ้นไม่เกินร้อยละ 5 บางผู้ผลิตอาจมีการเติมสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เข้าไป เพื่อให้เป็นนมชนิดพิเศษ นมผงประเภทนี้เหมาะสำหรับใช้เลี้ยงเด็กอายุตั้งแต่ 1 ปี จะทำให้ไตทำงานหนัก และมีโอกาสแพ้โปรตีนนมวัวได้สูง เนื่องจากคุณค่าทางอาหารจากนมประเภทนี้จะเหมือนกับนมวัวและนมแพะสด

นมสด

นมที่ได้มาจากนมวัว นมแพะ หรือนมสัตว์ชนิดอื่นโดยผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน และไม่ผ่านการแปรรูปหรือแต่งเติมใดๆ โดยสามารถแบ่งเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้

– นมพาสเจอไรซ์ คือ นมสดที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนค่อนข้างต่ำ สามารถเก็บได้ประมาณ 3-7 วัน และควรเก็บในตู้เย็น หรือที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส

– นมสเตอริไลซ์ คือ นมที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส และใช้เวลาค่อนข้างนาน จึงทำให้นมประเภทนี้ อาจมีกลิ่นไหม้นิด ๆ มักบรรจุในกระป๋องสามารถเก็บรักษาได้ในอุณหภูมิห้องนานถึง 1 ปี ทั้งนี้ หากกระป๋องที่บรรจุมีสนิมหรือมีรอยบุบก็อาจส่งผลให้เก็บรักษาได้ไม่นาน

– นม UHT คือ นมที่ใช้ความร้อนในการฆ่าเชื้อสูงมาก แต่ใช้เวลาเพียงไม่นาน จึงทำให้น้ำนมยังมีกลิ่นและรสชาติที่ดี อีกทั้งยังสามารถเก็บรักษาได้ในอุณหภูมิห้องนานถึง 6 เดือน

นมปรุงแต่ง

นมที่เพิ่มการแต่งกลิ่น สี และรสชาติให้หลากหลาย มีปริมาณน้ำตาลและพลังงานค่อนข้างสูง สำหรับเด็กๆแนะนำให้ดื่มนมรสจืดจะดีกว่า เพราะหากเริ่มด้วยนมรสหวานหรือนมปรุงแต่งรสอื่นๆแล้ว อาจส่งผลให้กลายเป็นเด็กติดหวาน รวมทั้งอาจทำให้เกิดการสะสมของน้ำตาลและไขมันในร่างกายมากเกินความต้องการได้

นมพร่องมันเนย/นมขาดมันเนย

นมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะออกมาในรูปแบบของนมจืด สำหรับนมพร่องมันเนยจะผ่านกระบวนการดึงไขมันออกไปบางส่วน ในขณะที่นมขาดมันเนย จะถูกแยกไขมันออกไปเกือบทั้งหมด นมทั้งสองประเภทนี้จะให้พลังงานต่ำ มีวิตามินและแร่ธาตุต่ำ โดยเฉพาะวิตามินที่ละลายในไขมัน อย่างวิตามินเอ ดี อี เค ก็จะหายไปด้วย ดังนั้นจึงเหมาะสมสำหรับผู้บริโภคที่มีน้ำหนักเกิน หรือไขมันสูง แต่ไม่เหมาะสำหรับเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำ 2 ปี

นมเปรี้ยว

– นมเปรี้ยวแท้ คือ นมสดที่ผ่านการพาสเจอไรซ์และหมักด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จนกระทั่งนมเกิดรสเปรี้ยวและมีความเป็นกรดขึ้น คุณค่าทางอาหารอาจไม่เท่านมสด แต่จุลินทรีย์ที่เติมเข้าไปสามารถช่วยในเรื่องท้องผูก ท้องอืด และท้องเสียได้ ควรเก็บรักษาในตู้เย็น

– นมเปรี้ยวเทียม คือ นมที่ผ่านการสเตอริไลซ์ฆ่าเชื้อทุกประเภท โดยมีการเติมกรดหรือน้ำผลไม้แทน ไม่มีการเติมเชื้อจุลินทรีย์ในการหมัก จึงทำให้ผู้บริโภคได้ปริมาณและคุณค่าทางโภชนาการจากนมสดได้ไม่เต็มที่เนื่องจากมีส่วนผสมจากน้ำตาลและน้ำผลไม้เพิ่มเข้ามา

นมถั่วเหลือง

นมที่ทำมาจากถั่วเหลืองจะมีโปรตีนสูง แต่มีวิตามินและแร่ธาตุน้อยกว่า นมที่ได้จากสัตว์ โดยเฉพาะแคลเซียมบางประเภทอาจมีการเติมน้ำตาลและสารอาหารต่างๆเพิ่มเข้าไป เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับเด็กๆ รวมถึงเด็กที่แพ้โปรตีนนมวัว

นมผง

ข้อควรรู้ก่อนเลือกนมให้ลูกรัก

– เลือกนมที่เหมาะสำหรับช่วงอายุของลูก โดยอ่านจากฉลากข้างภาชนะให้ละเอียด รวมทั้งต้องมีตราประทับรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

– การเริ่มให้นมผสม ควรเลือกซื้อกระป๋องเล็กก่อน เพราะหากซื้อกระป๋องใหญ่แล้วเปิดทิ้งไว้นานเกินไปอาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรคในนมได้

– หลีกเลี่ยงการใช้นมผงหรือนมสดที่มีการแต่งเติมและเพิ่มความหวานในรูปแบบต่างๆ เช่น เติมน้ำตาล น้ำผึ้ง ไขมัน ช็อกโกแลต เป็นต้น

– กรณีที่ลูกมีโรคหรือมีอาการแพ้ต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน แพ้ โปรตีน ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษากับคุณหมอเพื่อขอคำแนะนำในการเลือกนมให้เหมาะกับลูก

แม้ว่านมจะเป็นแหล่งอาหารสำคัญชนิดหนึ่งสำหรับเด็กๆ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็อย่าลืมว่าเด็กในช่วงวัยนี้ยังต้องการสารอาหารอื่นๆเพื่อมาพัฒนาและเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรให้ลูกกินอาหารหลักให้พอเหมาะพอดีทั้งในเรื่องของปริมาณและคุณค่าทางโภชนาการ

 

บทความแนะนำ :

ลูกควร “เลิกดื่มนมแม่” ตอนไหน?
“ไอคิวลูกน้อย” เพิ่มตาม “ระยะเวลา” ที่กินนมแม่จริงหรือไม่?
สุดยอด “น้ำนมแม่” ช่วยแก้รักษาแผลต่างๆ ได้จริงหรือ?
อาหารใดในโลกนี้จะดีเท่าหยดหนึ่งน้ำนมแม่!!

ขอบคุณข้อมูลจาก : motherandcare







บทความที่เกี่ยวข้อง