โรคคาวาซากิ
โรคคาวาซากิ (Kawasaki) โรคร้ายในเด็ก

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกไข้ขึ้นสูงหลายวัน ไม่หายสักที ฝ่ามือฝ่าเท้ามีอาการบวมแดง หรือลอก มีผื่นตามตัว อย่าได้คิดว่าเป็นไข้ธรรมดานะคะ ควรพบและปรึกษาคุณหมอทันที…

โรคคาวาซากิ (Kawasaki disease) เป็นโรคที่เกิดการอักเสบของเยื่อบุผิวหนัง หลอดเลือดและต่อมน้ำเหลือง ส่วนใหญ่จะพบในเด็ก โดยพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงเล็กน้อย และพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

สาเหตุของโรคคาวาซากิ : ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเป็นการติดเชื้อ และเชื้อโรคกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองทางภูมิคุ้มกันผิดปกติ

อาการของโรคคาวาซากิ  : ไข้สูงเฉียบพลัน ปากแดง ตาแดง มือเท้าบวม ปลายนิ้วมือนิ้วเท้าลอกหรือลอกที่บริเวณก้น ผื่นตามร่างกาย ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต

เกณฑ์การวินิจฉัย คือ

1. ไข้สูงเฉียบพลันอย่างน้อย 5 วัน

2. มีอาการ 4 ข้อจาก 5 ข้อ ดังต่อไปนี้

– ตาแดง 2 ข้างไม่มีขี้ตา

– ริมฝีปากแดง แห้ง แตก ลิ้นแดงผิวเหมือนสตรอเบอร์รี่

– มือเท้าบวม ผิวหนังลอกโดยเริ่มจากปลายนิ้ว

– ผื่นแดงพบได้หลายรูปแบบ ยกเว้น ตุ่มน้ำใส

– ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ไม่เจ็บ

3. หาสาเหตุอื่นไม่ได้

ภาวะแทรกซ้อนของโรคคาวาซากิ :  หลอดเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบโป่งพอง (coronary aneurysm) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ลิ้นหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดจังหวะซึ่งภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวเป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิตได้ โดยการตรวจพบภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวต้องอาศัยการตรวจโดยใช้เครื่องตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (echocardiography)

การรักษาโรคคาวาซากิ :  ผู้ที่ได้รับการรักษา ในเวลาที่เหมาะสม (ภายใน 10 วันหลังจากเริ่มอาการ) จะลดอาการที่เกี่ยวกับหลอดเลือดแดงหัวใจจากประมาณ 20-25 % ของผู้ป่วย ลงเหลือเพียงประมาณ 2-4%

ยาหลักที่ใช้และยอมรับโดยทั่วไปคือ อิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin) โดยให้ยาทางหลอดเลือดดำ และยาแอสไพรินส่วนยาอื่นๆ ก็จะดูตามความเหมาะสม คือตามอาการของผู้ป่วย

การป้องกัน : ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุของโรคคาวาซากิ จึงยังไม่สามารถป้องกันได้ แต่เป็นโรคที่รักษาได้ การรักษาที่ถูกต้อง รวดเร็ว จะป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งที่สำคัญ คือ หลอดเลือดแดงหัวใจโป่งพองได้มาก คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ให้เข้าใจธรรมชาติของโรคเพื่อการร่วมมือกันในการรักษาผู้ป่วยนะคะ

 

บทความแนะนำ :

ลูกร้องไห้อย่าง “ไม่มีเหตุผล” คุณแม่ควรทำอย่างไร?
หนาวนี้ เด็กแรกเกิด-4ปี ระวังเสี่ยงป่วยเป็น “โรคหัด” เตือนพ่อแม่ระวัง!!
ลูกมีอาการแบบนี้เป็น “โรคไฮเปอร์” หรือเปล่านะ มาเช็คกัน!!
เช็คสัญญาณเตือน ออทิสติกในเด็กเล็กมีอะไรบ้างนะ?

ขอบคุณข้อมูลจาก : theworldmedicalcenter.com และ  haamor.com

ภาพจาก : healthxchange.sg







บทความที่เกี่ยวข้อง

Spread the love