yao

การให้ลูกกินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยได้เป็นอย่างดี และถึงแม้ว่าปัจจุบันคุณแม่ส่วนใหญ่ยังคงทำงานนอกบ้าน แต่ก็ยังมีวิธีที่จะช่วยให้คุณแม่สามารถให้นมลูกน้อยอย่างต่อเนื่องได้ค่ะ

‘นมแม่’ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งทารกทุกคนควรได้รับนานอย่างน้อย 6 เดือน โดยให้นมแม่เพียงอย่างเดียวในระยะ 6 เดือนแรก เพราะระบบการทำงานของร่างกายทารกยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งนมแม่มีสารอาหารตามที่ทารกต้องการ เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต นอกจากนี้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ การให้ทารกกินอาหารอื่นจะทำให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ เช่น ท้องเสีย ท้องอืด และเสี่ยงต่อการเกิดโรคแพ้โปรตีนจากนมวัว และยังมีผลต่อพัฒนาการของทารกอีกด้วย

การให้ลูกกินนมผสมน้ำเปล่าเป็นการแย่งพื้นที่ในกระเพาะเล็กๆ ของลูกทำให้ลูกกินนมแม่ได้น้อยลง สมองที่โตเร็วในระยะนี้ต้องการอาหารที่มีคุณภาพมากๆ นมแม่อย่างเดียวจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย

มีผลการศึกษาวิจัยที่ยืนยันได้ว่าเด็กที่กินนมแม่ป่วยน้อยกว่าเด็กที่กินนมผสม 2-7 เท่า นอกจากนั้นเด็กที่ได้กินนมแม่ พร้อมกับอยู่ในอ้อมกอดของแม่จะทำให้ได้รับทั้งอาหารกายและอาหารอารมณ์ เป็นการสร้างความรักความผูกพันระหว่างแม่กับลูกช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรง ฉลาด แจ่มใส สุขภาพจิตดี และยังช่วยลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ อีกทั้งยังมีผลดีต่อแม่ เพราะทำให้ระยะปลอดประจำเดือนนานขึ้นและยังทำให้น้ำหนักคุณแม่หลังคลอดลดลงได้เป็นอย่างดี

ทำอย่างไร…เมื่อแม่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ขณะทำงานนอกบ้าน

ปัจจุบันคุณแม่ส่วนใหญ่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน โอกาสที่จะให้นมลูกด้วยตนเองจึงมีเพียง 3 เดือนเท่านั้น (ตามสิทธิลาคลอด) แต่ถึงแม้คุณแม่จะลาคลอดได้เพียง 30 วัน แต่ก็สามารถที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้เสมอ ขอเพียงคุณแม่มีความตั้งใจจริงและต้องวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ โดยมีหลายวิธีที่คุณแม่สามารถทำได้ เช่น

-หากที่ทำงานอยู่ใกล้บ้านก็สามารถกลับมาให้นมลูกที่บ้านในช่วงพักงานได้

-หากที่ทำงานอยู่ไกลบ้านควรสำรวจดูว่ามีสถานที่เลี้ยงเด็กอยู่ใกล้ที่ทำงานหรือไม่ เพื่อให้คุณแม่สามารถนำลูกไปฝากเลี้ยง ซึ่งทำให้คุณแม่สามารถให้นมลูกได้ในช่วงพัก และช่วงกลางวันได้เช่นกัน

-แต่หากไม่มีทางเลือกข้างต้น คุณแม่จำเป็นต้องให้ลูกอยู่กับญาติหรือพี่เลี้ยงที่บ้าน โดยมีวิธีปฏิบัติเพื่อให้สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ในระยะยาว ดังนี้

วิธีเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้ระยะยาว

1.ให้ลูกดูดนมแม่อย่างเดียวให้เต็มที่ตลอดระยะเวลาที่ได้พักหลังคลอด

2.ฝึกการบีบน้ำนมเพื่อเก็บไว้ในตู้เย็น

3.ฝึกให้ลูกดื่มนมจากถ้วยแก้ว พร้อมทั้งฝึกญาติหรือพี่เลี้ยงที่ช่วยดูแลลูกตอนกลางวันป้อนนมด้วยถ้วยแก้ว ในกรณีที่ไม่สามารถให้ลูกดูดนมจากเต้าได้ด้วยตนเอง ควรฝึกประมาณ 2-4 สัปดาห์ก่อนแม่ออกไปทำงาน และควรฝึกทุกวันเพื่อให้ลูกปรับตัวได้กับการรับนมจากถ้วยแก้วให้เคยชิน

4.เก็บน้ำนมที่บีบเหลือจากการฝึกป้อนไว้ในช่องแช่แข็งล่วงหน้าจะทำให้ลูกสามารถได้รับนมแม่ตลอดในขณะที่แม่ออกไปทำงานนอกบ้าน

5.เมื่อแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านควรให้ลูกดูดนมแม่ให้อิ่มก่อนออกไปทำงาน และควรบีบน้ำนมเก็บไว้ให้ลูกเพื่อเป็นมื้อกลางวัน โดยให้ญาติที่ช่วยเลี้ยง หรือพี่เลี้ยงป้อนนมแม่ด้วยถ้วยแก้ว โดยพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ขวดนม หัวนมยาง เพราะจะทำให้ลูกติดหัวนมยาง และจะไม่ยอมดูดนมแม่จากเต้านม

น้ำนมแม่มีเพียงพอสำหรับลูกหรือไม่

น้ำนมแม่จะมีคุณค่าและปริมาณเพียงพอสำหรับลูกแม้ว่าลูกจะเติบโตเร็วขึ้น ยิ่งแม่ให้นมลูกนานเท่าไรน้ำนมแม่จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น แต่หากแม่ให้นมผสมแก่ลูกน้ำนมแม่จะลดน้อยลง รวมถึงการให้นมแม่ที่ไม่ถูกวิธี ความเครียดก็มีผลทำให้น้ำนมแม่ลดลงได้เช่นกัน และหากคุณแม่รู้สึกว่าน้ำนมเริ่มลดน้อยลงควรพักผ่อนเมื่อลูกหลับ, ให้นมแม่แก่ลูกบ่อยมากขึ้นเท่าที่ลูกต้องการ, รับประทานอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอ, หาวิธีที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด และให้นมแม่แก่ลูกอยากถูกวิธี

ปัจจุบันพบว่ามีคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถให้นมลูกในระยะยาวได้ ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งต้องรีบกลับมาทำงาน คิดว่าน้ำนมแม่มีไม่พอ หรือแม้แต่กังวลว่านมแม่มีสารอาหารไม่เพียงพอ แต่แท้จริงแล้วน้ำนมของแม่เป็นอาหารที่ทารกต้องการเป็นอย่างยิ่ง หากคุณแม่สามารถให้นมลูกได้ในระยายาวและนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ นับเป็นการสร้างต้นทุนที่คุมค่าให้กับลูกน้อยในอนาคตได้เป็นอย่างดี

บทความแนะนำ :

“โรคเกลียดนม” กับลูกน้อยช่วงวัย 2-4 เดือน
เปลี่ยนนมให้ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด – 3 ขวบ อย่างไรดี?
วิธีให้ลูกยอม “ดูดนมแม่จากขวด” ทำอย่างไร?
เมื่อลูกกินนมเสร็จไม่ยอมเรอ คุณแม่ควรทำอย่างไร?

ขอบคุณข้อมูลจาก :  www.thaihealth.or.th

บทความที่เกี่ยวข้อง