15

สารพัดเทคนิคที่จะช่วยให้การเริ่มอาหารใหม่ให้ลูกสัมฤทธิ์ผล แบบที่ลูกหม่ำได้ และยังได้สตาร์ทนิสัยการกินที่ดีไปด้วยในตัวด้วยค่ะ

1. วัย 6 เดือนเป็นช่วงที่คุณหมอส่วนใหญ่แนะนำให้อาหารเสริมได้ นอกเหนือจากนี้คุณแม่สามารถสังเกตความพร้อมของลูกได้จากท่าที เช่น ร้องกวนแม้จะเพิ่งหม่ำนมไป จดจ้องสนใจเวลาเห็นคุณกินอาหารและขยับปากเหมือนเคี้ยวจั๊บๆ และถ้าลูกเข้าวัย 6 เดือนแล้วยังไม่มีอาการเหล่านี้ให้เห็นเลย ก็ต้องเริ่มให้อาหารเสริมแล้ว เพราะนมแม่อย่างเดียวไม่เพียงพอกับการเติบโตของลูกแล้วล่ะ

2. บรรยากาศต้องดี เลือกช่วงเวลาที่คุณเองไม่เครียดหรือรีบร้อน และลูกดูผ่อนคลาย เพราะถ้าเป็นบรรยากาศเครียดอาจทำให้ลูกไม่กินอาหารและไม่เกิดการเรียนรู้การกิน

3. เลือกที่ที่คนไม่พลุกพล่าน เพื่อดึงความสนใจในการกินของลูก เพราะเด็กวัยตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปเริ่มสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

4. เวลาในการเริ่มอาหารเสริมทำได้หลายวิธีแล้วแต่ความชอบของเด็กแต่ละคน เช่น ให้ก่อนมื้อนมทันที จะตรงกับช่วงที่ลูกเริ่มหิวพอดี หรือให้หลังจากหม่ำนมไปบ้างเพื่อระงับความหิวและให้ลูกอารมณ์ดีขึ้นพร้อมรับอาหารใหม่ เพราะเด็กบางคนถ้าหิวมากอาจไม่ยอมกินอาหารอื่น หรือห้สลับกับนมอาจดูวุ่นๆงงๆ เลอะเทอะไปบ้างแต่ก็ใช้ได้ผลกับเด็กบางคนค่ะ เมื่อลูกยอมรับอาหารแล้วค่อยปรับเวลาให้อาหารเสริมมาเป็นช่วงก่อนให้นม คือหลังกินอาหารเสริมแล้วก็ปิดท้ายด้วยนมจนลูกอิ่ม

5. การให้อาหาร 1 มื้อแรกแนะนำให้เป็นมื้อเช้าค่ะ เผื่อฉุกเฉินว่าลูกมีอาการผิดปกติอะไรจะได้เกิดในช่วงกลางวัน ซึ่งสะดวกในการดูแลแก้ไขมากกว่ากลางคืน

6. ไม่มีกฎตายตัวว่าต้องเริ่มอาหารชนิดใดก่อน เพียงแต่ถ้าเป็นข้าวหรือธัญพืชโอกาสที่ลูกแพ้จะมีน้อยกว่าอาหารชนิดอื่น

7. การป้อนอาหาร แม่ควรนั่งในท่าสบาย อุ้มลูกให้อยู่ในลักษณะกึ่งนั่งศีรษะสูง ใช้ช้อนปลายมน ตื้นและขนาดเล็กพอเหมาะกับปากลูก

8. เริ่มให้ทีละน้อย แค่ติดปลายช้อนหรือ 1-2 ช้อนเล็กก็เหลือเฟือสำหรับขั้นเริ่มต้น แต่ถ้าลูกดูจะรับอาหารใหม่ได้ดีจะเพิ่มไปมากกว่านี้บ้างก็ไม่ผิดค่ะ

9. เริ่มให้ธัญพืชชนิดใหม่ทุก 5-7 วัน และทิ้งช่วงไว้ 2-3 วัน ระหว่างนี้อย่าเพิ่งให้ธัญพืชหลายชนิดรวมกัน จนกว่าจะแน่ใจว่าลูกไม่มีอาการแพ้

10. ถ้าลูกชอบหรือคุ้นกับข้าวแล้ว ควรเริ่มให้อาหารบดหรือต้มเปื่อยชนิดอื่น ควรเริ่มที่ผักก่อนผลไม้ เพื่อสอนให้ลูกพอใจในผักที่มีรสชาติอ่อนกว่าผลไม้

11. การให้อาหารชนิดใหม่ทุกครั้งไม่ควรผสมกับอาหารชนิดอื่น เพื่อง่ายต่อการสังเกตอาการแพ้หรืออาการผิดปกติของลูก

12. เว้นระยะถ้าลูกปฏิเสธไปสัก 2-3 วันหรือ 1 สัปดาห์ค่อยเริ่มใหม่ การฝืนใจให้ลูกกินเป็นการเริ่มต้นที่ไม่สวยเท่าไหร่ เพราะคุณกำลังสร้างความรูสึกไม่ดีต่ออาหารและการกินให้ลูกอีกอย่างการปฏิเสธนั้นไม่ได้หมายความว่าลูกไม่ชอบ แต่อาจเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับอาหารนั้น

13. จำไว้ว่าไม่มีอาหารชนิดไหนที่ไม่มีอาหารอื่นทดแทน ยิ่งอุดมสมบูรณ์อย่างบ้านเราด้วยแล้วยิ่งมีตัวช่วยให้เลือกแทนชนิดที่ลูกขอบายได้ตั้งหลายชนิด

14. อย่าถอดใจไปเสียก่อน ถ้าเห็นลูกกินน้อยหรือไม่ยอมกิน นั่นเพราะเขาต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ที่จะจัดการกับอาหารแปลกใหม่ ตั้งแต่วิธีการรับอาหารเข้าปาก รับรสชาติใหม่ไปจนถึงกลืนอาหาร

15. เรียนรู้การแสดงออกของลูกต่ออาหาร เช่น ถ้าป้อนอาหารแล้วลูกดุนอาหารออกมากกว่ากินเข้าไปแสดงว่าลูกยังไม่พร้อมรับอาหารใหม่ ถ้าหิวเด็กๆมักจะแสดงอาการกระตือรือร้นโดยเคลื่อนไหวมือไปมา เตะเท้า เมื่อเห็นอาหารจะอ้าปากและเอนตัวเข้าหา แต่ถ้าไม่หิวจะปิดปากและขยับศีรษะออก

 

บทความแนะนำ :

7 เมนูอาหารสำหรับเด็กท้องผูก
ข้าวโพด มีสารอาหารที่จำเป็นต่อลูกน้อย
4 เคล็ดลับ ประหยัดเงินและเวลาสำหรับอาหารของลูกน้อย
10 อาหารที่ไม่ควรรับประทานของเด็กวัยแรกเกิด-3 ขวบ

ขอบคุณข้อมูลจาก : momypedia







บทความที่เกี่ยวข้อง