3

พ่อคุณแม่ทุกคน นอกจากคาดหวังให้ลุกเป็นเด็กดีแล้ว ลึกๆก็อยากให้ลูกมีความเป็นอัจฉริยะ  มีความฉลาดเฉลียว ไหวพริบดี ร่างกายแข็งแรง อารมณ์ดี พัฒนาการตามวัยสามารถเรียนรู้ได้เร็วและสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้กันใช่มั้ยคะ ลองมาดูปัจจัยหลัก ๆ กันค่ะ

1.ปัจจัยพันธุกรรมจากพ่อและแม่

เด็กทารกเกิดจากการหล่อหลอมรวมกันระหว่างเซลล์ของฝ่ายพ่อและแม่ โดยเซลล์ประกอบไปด้วยโครโมโซม ซึ่งจะมีลักษณะเป็นเส้น 2 เส้นที่เรียงตัวกันเป็นคู่ๆ เกาะกันแน่นเหมือนกับบันไดเวียน และบนเส้นโครโมโซมจะมียีนส์ ซึ่งยีนส์นี้มาจากการผสมระหว่างฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่อย่างละครึ่ง ยีนส์เป็นหน่วนควบคุมคุณภาพและลักษณะต่างๆ ของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา รูปร่าง ความสูง สีผิว ความฉลาด ฯลฯ ซึ่งยีนส์ในส่วนของอวัยวะสมองนี้เองที่ได้รับมาจากยีนส์ของพ่อและแม่อย่างละ ครึ่ง ซึ่งมีผลให้เด็กทารกเมื่อเติบโตขึ้นจะมีลักษณะคล้ายกับพ่อและแม่พันธุกรรมจากพ่อและแม่จึงเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อคุณภาพของทารก เพราะว่าเด็กทารกจะฉลาดมากน้อยแค่ไหนยีนส์ที่ได้รับจากพ่อและแม่นั้นมีส่วน เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากยีนส์ที่ได้รับจากพ่อและแม่แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกที่มีผลต่อเด็กทารกค่ะ

2.ปัจจัยด้านโภชนาการ

อาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละวันจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสารอาหาร ในปัจจุบันวงการแพทย์ให้การยอมรับแล้วว่า ถ้าทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ได้รับสารอาหารที่ดีและเหมาะสมจะช่วยให้ร่างกาย ของทารกสามารถพัฒนาและเติบโตกลายเป็นเด็กอัจฉริยะได้เช่นกัน เพราะสารอาหารหลายชนิดมีผลในการสร้างร่างกายของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เช่น โปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องใช้เพื่อเสริมสร้างขนาดและคุณภาพของ สมอง หากทารกได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ร่างกายของเด็กก็จะสามารถพัฒนาสมองได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อสมองสมบูรณ์ก็จะทำให้การทำงานของสมองทำงานได้อย่างเต็มที่สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญมากและสมองก็ประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากเช่นกัน หากคุณแม่ได้รับสารอาหารโปรตีนน้อยเกินไป เซลล์สมองของลูกในท้องก็จะมีขนาดเล็ก และทำให้ทารกที่คลอดออกมาระดับสติปัญญาต่ำกว่าเด็กคนอื่นๆ ได้ นอกจากโปรตีนแล้วยังมีสารอาหารอื่นๆ เช่น กลุ่มวิตามินต่างๆ ก็มีผลเช่นกัน เพราะวิตามินบางชนิดก็มีผลต่อระบบประสาทของทารก ดังนั้นอาหารที่คุณแม่ได้รับเข้าไปจึงมีผลอย่างมากต่อทารกในครรภ์

3.ปัจจัยด้านสิ่งสิ่งแวดล้อม

สิ่งแวดล้อมในที่นี้จะมีผลตั้งแต่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์เลยทีเดียวค่ะ มีผลการวิจัยทางการแพทย์ระบุไว้ว่า หากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ต้องทนอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ทั้งเรื่องเสียงที่ดังเกินไป มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือทำให้คุณแม่มีอารมณ์หงุดหงิด หรือเครียด เด็กทารกจะได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ด้วยเช่นกันส่งผลกระทบต่างๆ เช่น เมื่อทารกคลอดออกมาแล้วน้ำหนักตัวจะน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ, หรือต้องคลอดก่อนกำหนด, เด็กทารกจะตกใจง่าย เลี้ยงยากหรือร้องไห้เก่ง เป็นต้น

 

บทความแนะนำ :

เสริมสร้างความฉลาดให้ลูกรักได้ง่ายๆ เพียง 8 ขั้นตอน
อาหารในธรรมชาติที่มี DHA สูง (เพิ่มความฉลาดให้ลูก)
ความฉลาดในการมองเห็นของลูกน้อย ที่พ่อแม่สามารถสร้างได้…
ส่งเสริมพัฒนาการความฉลาดของลูกน้อย ควรทำอย่างไร?

ขอบคุณข้อมูลจาก : mamaexpert







บทความที่เกี่ยวข้อง

Spread the love