4

  เด็กทารกหรือเด็กเล็ก ภูมิคุ้มกันเชื้อโรคยังทำงานได้ไม่ดีนัก หากมีเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือไวรัสต่างๆ เข้ามาคุกคามในร่างกาย ก็มีโอกาสป่วยไข้ได้เสมอ แม้กระทั่งเรื่องอาหารการกิน ถึงแม้คุณพ่อคุณแม่จะมั่นใจว่าล้างสะอาด ปรุงสุก แต่ก็ยังคงมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลให้อาหารเสริมหรือน้ำดื่มของลูกน้อยปนเปื้อนไปด้วยเชื้อโรคชนิดต่างๆ วันนี้เราขอนำเสนอถึงตัวการหลักที่ทำให้อาหารเกิดการปนเปื้อนได้
1. ความสะอาดของตัวคุณพ่อคุณแม่เอง

     เพราะต้องสัมผัสกับสิ่งต่างๆมากมาย ทั้งฝุ่นละอองที่มองไม่เห็น ไปจนถึงสิ่งปนเปื้อนต่างๆที่เกาะอยู่ตามสิ่งของที่ต้องหยิบจับ รวมถึงพฤติกรรมจำพวก ล้วง แคะ แกะ เกาก็ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นล้างมือให้สะอาดและใช้ผ้าสะอาดเช็ดมือทุกครั้งค่ะ
2. ความสะอาดในห้องครัว

     แม้จะล้างภาชนะใส่อาหารต่างๆจนสะอาดแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าร่างกายของลูกน้อยจะปลอดภัยจากเชื้อโรคนะ ความสะอาดภายในห้องครัวก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทำครัวต่างๆ โต๊ะทำกับข้าว เตาแก๊ส ฟองน้ำล้างจาน หรือแม้กระทั่งผ้าเช็ดจานก็ควรได้รับการเช็ดถู ซักล้าง และเปลี่ยนให้สะอาดน่าใช้อยู่เสมอ เพราะเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ตามข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้ก็สามารถแพร่กระจายลงสู่ของกินได้อย่างแน่นอนค่ะ
3. สารพิษตกค้างในอาหาร

     ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารแห้ง เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ เครื่องปรุงรสต่างๆ หรือแม้แต่น้ำดื่ม ล้วนมีโอกาสที่จะพบเจอสารพิษตกค้างได้ทั้งนั้น และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงให้ลูกน้อยห่างไกลจากสารพิษเหล่านี้ ควรปฏิบัติตามนี้

1. เลือกซื้ออาหารและวัตถุดิบต่างๆจากร้านที่สะอาด ได้มาตรฐาน

2. เลือกซื้อผักและผลไม้ที่สด ใหม่ และปลอดสารพิษ

3. ไม่เลือกซื้อเนื้อสัตว์ ที่มีสีและกลิ่นเปลี่ยนไป

4. ก่อนเลือกซื้ออาหารแห้ง อาหารกระป๋อง หรือวัตถุดิบในการปรุงอาหาร อย่าลืมตรวจดูให้ละเอียดถึงวันหมดอายุ ลักษณะสี กลิ่น และรสชาติ

5. ล้างวัตถุดิบต่างๆที่จะนำมาปรุงอาหารให้สะอาด

6. แยกเก็บวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารในภาชนะที่มิดชิดและเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม และควรเก็บแยกจากอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้ว

7. อาหารทุกชนิดต้องปรุงสุก รวมทั้งน้ำดื่มก็ควรเป็นน้ำต้มสุก
4. ตู้เย็น

     แม้ความเย็นจะสามารถช่วยชะลอการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ แต่ต้องไม่ลืมคำนึงถึงอุณหภูมิ ขนาดตู้เย็น ระยะเวลาในการเก็บ และวิธีการจัดเก็บด้วย ไม่เช่นนั้นอาหารและเครื่องดื่มที่เตรียมไว้ให้ลูกน้อยก็คงไม่กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่างๆอย่างแน่นอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าตู้เย็นของเราจะไม่เป็นแหล่งแพร่เชื้อแบคทีเรีย คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมดูแลรักษาตู้เย็นดังนี้

1. รักษาอุณหภูมิในตู้เย็นให้อยู่ที่ประมาณ 5 องศาเซลเซียสสำหรับช่องธรรมดา 10 องศาเซลเซียสสำหรับช่องแช่ผัก ผลไม้ และ -18 องศาเซลเซียสสำหรับช่องแช่แข็ง

2. ควรเก็บของสดและของที่ปรุงสำเร็จแยกจากกันและควรใส่ในภาชนะที่มีฝาปิดครอบมิดชิด

3. ไม่ควรแช่ของจนแน่นตู้เย็น เพราะจะทำให้การถ่ายเทความเย็นในตู้เย็นมีประสิทธิภาพลดลง

4. ภาชนะที่ใช้เก็บของแช่ในตู้เย็น ควรเลือกภาชนะทรงตื้นเพราะจะทำให้ของที่แช่เย็นไวขึ้น

5. คอยตรวจเช็คของที่แช่ไว้ หากหมดอายุ เปลี่ยนสภาพ สี หรือกลิ่น ก็ควรทิ้งไปซะเพื่อลดการเพาะเชื้อแบคทีเรียในตู้เย็น

6. หมั่นทำความสะอาดเช็ดล้างตู้เย็นเป็นประจำ

 

บทความแนะนำ :

คุณแม่ควรระวัง!!! ลูกเสี่ยงเป็นโรคหอบหืด-ภูมิแพ้ เพราะสิ่งนี้….
ทายาอะไรดี? ถ้าไม่อยากให้ลูกมี “รอยดำจากยุงกัด”
เชื้อราในช่องปากลูก มาจากไหน?
เตือนพ่อแม่!! “ยาอมแก้เจ็บคอ” เสี่ยงลูกอาจเสียชีวิตได้

ขอบคุณข้อมูลจาก :  motherandcare







บทความที่เกี่ยวข้อง