6

5 ตัวช่วยนี้จะช่วยให้คุณแม่ที่อยู่ในช่วงให้นมลูกน้อยสะดวกสบายมากขึ้น มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้างที่คุณแม่ควรมีไว้

1. ขวดนม

มีความสำคัญมากถึงแม้ว่าคุณแม่จะให้ลูกน้อยดูดนมแม่ แต่ก็ควรจะมีไว้ซัก 2-3 ขวดเพราะบางทีคุณแม่อาจจะต้องออกไปทำธุระนอกบ้านเป็นเวลานาน ๆ ก็สามารถให้ลูกดูดนมจากขวดนมได้โดยคนที่คุณแม่ฝากเลี้ยงไว้ไม่ว่าจะเป็นคุณตา คุณยาย หรือพี่เลี้ยงเด็กค่ะ นอกจากนั้นยังต้องเอาไว้ใส่น้ำดื่มไว้ให้ลูกดื่มล้างปากหลังจากกินนมเสร็จอีกด้วย ขวดนมที่นำมาใช้ในแต่ละครั้ง ต้องทำความสะอาดทั้งก่อนและหลังใช้ให้ดีนะคะ ต้องแน่ใจว่าปลอดเชื้อแน่นอน หลังจากล้างจนสะอาดแล้วอาจจะนำไปนึ่งด้วยเครื่องนึ่งหรือแช่น้ำอุ่นทิ้งไว้ก็ได้ค่ะ

2. แผ่นซับน้ำนม

แผ่นซับน้ำนมสำคัญมากสำหรับคุณแม่ที่มีน้ำนมไหลออกมามาก คุณแม่หลายคนน้ำนมจะไหลออกมาตลอดทั้งทีลูกไม่ได้ดูดก็มีค่ะ แผ่นซับน้ำนมมีทั้งแบบซักได้และใช้แล้วทิ้งนะคะ

3. เครื่องปั๊มนม

เครื่องปั๊มนมสำคัญมากสำหรับคุณแม่ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านแล้วต้องการให้ลูกได้กินนมแม่แทนนมผสม การใช้เครื่องปั๊มนมนั้น คุณแม่ต้องใช้อย่างสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการไหลของน้ำนม และควรเลือกเครื่องปั๊มนมให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน การทานอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นการไหลของน้ำนมก็มีความสำคัญค่ะ และต้องดื่มน้ำให้เยอะ ๆ ด้วยค่ะ

4. ถุงหรือขวดเก็บน้ำนม

เมื่อมีเครื่องปั๊มนมแล้วก็ต้องมีถุงเก็บน้ำนม หรือ ขวดเก็บน้ำนมที่ดีด้วยค่ะ และต้องทำความสะอาดทุกครั้งที่นำมาใช้งานด้วยนะคะ น้ำนมแม่ที่ปั้๊มออกมานั้นหากคุณแม่นำไปใส่ช่องแช่แข็งสามารถอยู่ได้เป็นเดือนค่ะ ถ้าจะใช้งานก็นำมาไว้ในช่องปกติให้น้ำนมละลาย แล้วพอจะใช้ก็นำน้ำนมมาแช่ในน้ำอุณหภูมิปกติเพื่อไม่ให้วิตามินจากนมแม่สลายไปค่ะ ที่สำคัญห้ามอุ่นนมที่แช่เก็บไว้ด้วยไมโครเวฟ หรือใช้ความร้อนสูงเด็ดขาด เพราะจะทำลายเซลล์มีชีวิตสำคัญที่อยู่ในนมแม่ นั่นเอง

5. หมอนให้นม

หมอนให้นมจะช่วยลดน้ำหนักตัวของลูกขณะที่ลูกกินนมและช่วยไม่ทำให้คุณแม่ปวดหลังอีกด้วย โดยเฉพาะคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอดจะได้ไม่เจ็บแผลมากเนื่องจากต้องอุ้มลูกไว้ขณะให้นมค่ะ และยังช่วยให้สามารถอุ้มลูกได้นาน ๆ อีกด้วยค่ะ

 

บทความแนะนำ :

“โรคเกลียดนม” กับลูกน้อยช่วงวัย 2-4 เดือน
เปลี่ยนนมให้ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด – 3 ขวบ อย่างไรดี?
วิธีให้ลูกยอม “ดูดนมแม่จากขวด” ทำอย่างไร?
เมื่อลูกกินนมเสร็จไม่ยอมเรอ คุณแม่ควรทำอย่างไร?

ขอบคุณข้อมูลจาก : maerakluke.com

ภาพจาก : CDC

บทความที่เกี่ยวข้อง