5

เบื้องหลังความอ้วนคือปัญหาสุขภาพที่จะรบกวนชีวิตและติดอยู่กับลูกไปจนโต ดังนั้นอย่าปล่อยให้ลูกน้อยของเราเป็น 1 ในจำนวนเด็กอ้วนที่จะเพิ่มขึ้นเลยนะคะลูกอ้วนเกิดจาก

     1. พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม ปัญหาเด็กอ้วนในวัย 0-3 ปีที่พบส่วนใหญ่มักเกิดจากเด็กกินนมในปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะเด็กที่ติดขวดนม นอกจากนี้เด็กที่เปลี่ยนจากนมผงมากินนมกล่อง คุณพ่อคุณแม่จำนวนมากที่ยอมให้ลูกกินนมรสหวาน ช็อคโกแลต หรือนมเปรี้ยว เนื่องจากเห็นว่าลูกชอบและกินได้ดีโดยไม่ตระหนักว่าในนมเหล่านั้น มีน้ำตาลอยู่ในปริมาณสูง เป็นสาเหตุให้เด็กติดรสหวาน นำไปสู่โรคอ้วนตั้งแต่เล็กๆ นอกจากนี้พบว่าในสภาพของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เด็กไทยเคยชินกับการกินขนมกรุบกรอบ ขนมหวาน ของทอด และขนมต่างประเทศซึ่งมักอุดมไปด้วย แป้ง น้ำตาล และไขมัน ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุของโรคอ้วนได้ทั้งสิ้น

2. ผิดปกติทางพันธุกรรม มีโรคทางพันธุกรรมที่เป็นสาเหตุให้เด็กอ้วนได้ เช่น โรคพราเดอร์วิลลี่ ซินโครม ที่ทำให้เด็กหิวบ่อย และมีลักษณะเจ้าเนื้อพัฒนาการล่าช้า หรือโรคที่ทำให้สเตียรอยด์ฮอร์โมนหลั่งมากกว่าปกติ บางโรคก็เกิดจากเซลล์มะเร็ง ผลิตสารที่ทำให้อ้วน หรือร่างกายของเด็กมีไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำก็จะทำให้เด็กตัวเตี้ย และอ้วนได้

อ้วนเบื้องหลังความหายนะ เด็กอ้วนที่หลายคนมองว่าน่ารัก น่ากอด จริงๆแล้วกลับแฝงมาด้วยสารพัดปัญหาสุขภาพที่ส่งผลตั้งแต่เด็กเล็กๆไปจนโต เช่น

โรคซึมเศร้า เป็นปัญหาด้านจิตใจที่เด็กมักจะถูกล้อเลียน และขาดความมั่นใจ

ระบบประสาทผิดปกติ อาจมีความดันในสมองเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน มองเห็นภาพซ้อน แต่โรคนี้พบได้น้อยค่ะ

ระบบทางเดินหายใจผิดปกติ ไขมันส่วนที่สะสมในอวัยวะบริเวณลำคอหรือหน้าอกไปกดทับทางเดินหายใจ เรียกว่าอาการ Cbstructive Sleep Apnea ซึ่งเด็กจะมีอาการนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ และอาจพบภาวะปัสสาวะรดที่นอนได้

โรคหัวใจ เกิดจากภาวะที่ไขมันในเลือดสูง จนเกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถสูบฉีดไปเลี้ยงหัวใจได้เพียงพอ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาการความดันโลหิตสูงร่วมด้วย

โรคเบาหวาน เพราะความอ้วนทำให้เกิดภาวะต้านอินซูลิน ทำให้ร่างกาย ไม่สามารถนำน้ำตาล กรดไขมัน และกรดอะมิโนไปใช้ได้ จึงทำให้มีน้ำตาลในเลือดสูง

ตับและท่อน้ำดีผิดปกติ เช่น เป็นโรคไขมันพอกตับ และนิ่วในถุงน้ำดีได้

ขาโก่ง เพราะกระดูกขาต้องรับน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ทำให้เด็กมีอาการเจ็บเข่า ขาโก่ง หรือเจ็บสะโพกเนื่องจากหัวกระดูกต้นขาเคลื่อนออกจากเบ้ากระดูก

วิธีป้องกันลูกอ้วน

     1. สร้างค่านิยมเรื่องสุขภาพ โดยเปลี่ยนค่านิยมผิดๆ เช่น เน้นให้ลูกกินอาหารอร่อย แต่ไม่มีประโยชน์ กินในปริมาณมากๆ หรือมองว่า เด็กอวบอ้วน เป็นเด็กน่ารักสุขภาพดี เพราะค่านิยมเหล่านี้เป็นการส่งเสริมให้พ่อแม่เลี้ยงลูกโดยไม่คำนึงถึงปัญหาสุขภาพที่จะตามมาภายหลัง ควรสร้างค่านิยมในการรักษาสุขภาพ กินอาหารโดยเน้นประโยชน์มากกว่าปริมาณ ยิ่งในเด็กวัยเริ่มกินอาหารหลัก ควรเริ่มต้นให้ลูกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ค่ะ

2. ติดตามกราฟการเจริญเติบโตของลูก ในสมุดสุขภาพของลูกจะมีกราฟน้ำหนักและส่วนสูงของเด็ก แต่ละวัยอยู่  ซึ่งพ่อแม่สามารถทราบถึงสุขภาพของลูกได้จากสมุดเล่มนี้ โดยดูว่าลูกมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ หรือลูกเป็นเด็กอ้วนหรือยัง จะได้รีบแก้ไขได้อย่างทันท่วงที เพราะยิ่งแก้ไขเร็วยิ่งได้ผลดี

3. ต้นแบบจากพ่อแม่ พ่อแม่ควรเริ่มสร้างรูปแบบการใช้ชีวิตที่เน้นสุขภาพ ทั้งเรื่องการกินอาหาร การออกกำลังกาย และการพักผ่อนให้เหมาะสมก่อน เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก

4. จัดอาหารให้เหมาะสม หลังลูกได้รับนมแม่ถึง 6 เดือนก็ได้เวลาเริ่มกินอาหารเสริมแล้ว เพื่อให้ลูกน้อยคุ้นเคยกับอาหารหยาบแทนอาหารเหลว เนื่องจากเด็กวัยนี้เริ่มคันเหงือก บางคนก็มีฟันขึ้นแล้ว แปลว่าลูกน้อยส่งสัญญาณอยากบดเคี้ยวอาหารแล้วค่ะ เมื่อลูกอายุ 8 เดือน ควรเพิ่มอาหารเป็น 2 มื้อ เมื่อลูกอายุ 10-12 เดือน สามารถเพิ่มอาหารเป็นอาหารหลัก 3 มื้อ โดยนมจะกลายเป็นอาหารเสริมแทน

5. เมนูผักทุกมื้อ ควรให้ลูกได้กินผักตั้งแต่เริ่มกินอาหารเสริมเลยค่ะ เพราะบางบ้านมาเริ่มให้ลูกกินผักตอนเช้าอนุบาล ลูกก็มักปฏิเสธการกินผักซะแล้ว ทำให้เด็กเลือกกินแต่โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต และยังทำให้ชินกับการไม่กินผักด้วย ดังนั้นพ่อแม่ควรเลือกผักที่หลากหลายชนิดมาเป็นส่วนประกอบในเมนูให้ลูก จะช่วยให้ลูกติดนิสัยในการกินผักจนโตค่ะสามารถหาข้อมูลเรื่องอาหารที่เหมาะกับแต่ละวัยได้ในสมุดสุขภาพเด็กค่ะ

ชวนลูกลดอ้วน ถ้าตอนนี้ลูกมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือเริ่มเป็นเด็กเจ้าเนื้อที่มีแนวโน้มจะอ้วนในอนาคต ต้องชวนลูกลดอ้วนด้วยวิธีนี้ค่ะ

รีบพามาหาคุณหมอ ไม่ควรปล่อยให้ลูกอ้วนนานจนเกินไป เพราะเด็กจะชินกับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตแบบนี้ ต้องรีบพาลูกไปปรึกษาคุณหมอ โดยคุณหมอจะสอบถามถึงปริมาณการกินอาหาร และชีวิตประจำวันทำกิจกรรมอะไรบ้าง เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้ลูกอ้วน และแนะนำวิธีดูแลสุขภาพที่ถูกต้องให้

ทำกิจกรรมนอกบ้าน ให้เด็กๆได้เคลื่อนไหวร่างกาย ออกกำลังกาย วิ่งเล่นในสวน เพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญไขมัน และช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น การทำกิจกรรมนอกบ้านจะช่วยลดพฤติกรรมที่เด็กต้องนั่งเฉยๆ เช่น เล่นเกมหรือดูทีวีนานๆได้ด้วย

ควบคุมอาหาร โดยลดอาหารที่มีแป้ง ไขมัน และน้ำตาลสูง และเปลี่ยนมาให้ลูกกินผักและผลไม้มากขึ้นแทน ระยะแรกๆลูกอาจจะปฏิเสธแต่ต้องค่อยๆปรับเปลี่ยนอาหารวันละนิด ลูกก็จะเริ่มปรับตัวได้ในที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง