food

ลูกในวัยเริ่มอาหารเสริมคุณแม่ไม่มีทางรู้เลยว่าลูกจะแพ้อาหารอะไรบ้าง สิ่งที่เราทำได้คือศึกษาข้อมูลว่ามีอาหารอะไรบ้างที่เสี่ยงกับการที่เจ้าตัวเล็กจะเกิดการแพ้ แล้วจะเริ่มต้นอาหารเสริมอย่างไรให้ปลอดภัยกับลูก และถ้าไม่อยากให้ลูกขาดสารอาหารนั้นๆจะมีอาหารชนิดใดมาทดแทนกันได้บ้าง เรามีคำตอบเหล่านี้มาให้แล้วค่ะ

1. นมวัว และผลิตภัณฑ์จากนมวัว

เช่น ชีส โยเกิร์ต ครีม เป็นอาหารกลุ่มต้นๆที่เด็กจะเกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งการแพ้อาจมาจาก 2 สาเหตุหลักคือพันธุกรรม และการแพ้โปรตีนเวย์ เคซีน และ B-Lactoglobulin ซึ่งเป็นการแพ้โปรตีนนมวัวหรือที่เรียกว่า Cow Milk Protein Allergy

2. ถั่วต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง ถั่วเหลือง หรืออาหารที่ทำมาจากถั่วต่างๆ เช่น ซีอิ๊ว เต้าหู้ เต้าเจี้ยว เนยถั่ว เค้ก คุกกี้ที่ใส่ถั่ว นอกจากอาจจะแพ้เพราะพันธุกรรมแล้ว สารไกลโคโปรตีนในถั่วก็เป็นสาเหตุสำคัญ หรืออาจเกิดจากการแพ้โปรตีนที่เมล็ดถั่วเก็บสะสมไว้เพื่อเป็นอาหารสำหรับการเจริญเติบโตของเมล็ดถั่วเอง รวมทั้งอาจเกิดจากการกินอาหารของแม่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมลูก เช่น กินนมถั่วเหลืองมากเป็นพิเศษก็ได้

3. อาหารทะเล

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการแพ้อาหารทะเลคือ โปรตีน Parvalbmins และ Gad c1 ซึ่งมีอยู่ในเนื้อปลาทะเลาทุกชนิด ส่วนโปรตีนที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ สำคัญในสัตว์ทะเลเปลือกแข็ง ประเภทกุ้งและหอยคือ Tropomyosin

4. ไข่

ส่วนใหญ่เด็กๆมักจะแพ้เฉพาะไข่ขาว แต่เด็กบางคนอาจแพ้ไข่แดงได้ด้วย ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการแพ้คือ โปรตีนที่อยู่ในไข่ขาวที่ชื่อ Ovomucoid, Ovalbumin และ Ovotransternin ดังนั้นการให้อาหารเสริมช่วง 6 เดือนจึงควรเริ่มด้วยไข่แดงก่อน

5. แป้งสาลี

กลูเตนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบมากในอาหารที่ทำจากแป้งสาลี เช่น เค้ก ขนมปังต่างๆ รวมทั้งธัญพืช โดยเฉพาะที่นิยมกินเป็นอาหารเช้า เช่น ซีเรียล ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ และข้าวโอ๊ต นอกจากนี้กลูเตนยังมีมากในเนื้อสัตว์เทียมที่ทำจากแป้งสาลี ดังนั้นควรอ่านฉลากโภชนาการอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้ออาหารให้ลูก เพราะอาหารบางอย่างดูจากภายนอกอาจไม่รู้ส่วนผสมที่แท้จริงว่ามีอะไรบ้าง

ทำไมถึงแพ้

เกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ หรือจากการที่ภูมิด้านทานในร่างกายมีปฏิกิริยากับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งอาการแพ้อาหารนี้อาจเป็นตลอดไป หรือหายเมื่อลูกโตขึ้นและภูมิด้านทานแข็งแรงขึ้นก็ได้

อาหารเสี่ยงต่อการแพ้

มีอาหารหลายอย่างที่เด็กๆมักจะเกิดอาการแพ้กัน ซึ่งคุณแม่สามารถสังเกตการแพ้ได้ด้วยการลองให้อาหารเหล่านั้นทีละน้อยแล้วสังเกตอาการแพ้ที่จะเกิดขึ้น หากมีอาการที่เริ่มส่งสัญญาณ เช่น อาเจียน ปวดท้อง ปากบวมเจ่อ มีผื่นคัน จาม คันในจมูก หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หอบ ฯลฯ ให้รีบหยุดอาหารนั้นทันที เพราะถ้าลูกรับไปมากๆอาจเกิดการแพ้รุนแรง ผื่นขึ้นเต็มตัวไข้ขึ้น หายใจไม่ออกและเกิดอันตรายได้

สังเกตอย่างไรว่าลูกแพ้ อาการแพ้เกิดขึ้นได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับว่าจะมีอาการอย่างไร โดยแบ่งการแสดงอาการแพ้ได้เป็น 3 ทางใหญ่ๆด้วยกัน คือ

– ระบบทางเดินอาหาร อาการแพ้ คือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย ปากบวมเจ่อ คันบริเวณริมฝีปาก

– ระบบผิวหนัง อาการที่พบบ่อย คือ มีผื่นคัน ตุ่มแดง ลมพิษ บริเวณผิวหนังหรือตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

– ระบบทางเดินหายใจ อาการที่พบคือ คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม คันในจมูก คอแห้ง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หอบ มักพบร่วมกับอาการทางระบบทางเดินอาหารหรือผิวหนัง

 

บทความแนะนำ :

พ่อกินอะไร ลูกเป็นอย่างนั้น จริงหรอ?
เทคนิคเสริมสร้าง EQ ให้ลูกน้อยขวบปีแรก
15 วิธี เริ่มอาหารเสริมให้ได้ผล!
4 เคล็ดลับ ประหยัดเงินและเวลาสำหรับอาหารของลูกน้อย

ขอบคุณข้อมูลจาก : momypedia

บทความที่เกี่ยวข้อง