plab

แม้จะรู้ว่าอาการซนเป็นธรรมชาติของเด็ก แต่บางทีลูกรักก็อาจจะทั้งดื้อ ทั้งซน วิ่งเล่น กระโดดโลดเต้นตลอดเวลา จนมากเกินพอดีไป ทำให้คุณพ่อคุณแม่ปวดหัวกันเลยทีเดียว มาลองดู 5 เทคนิคปราบลูกจอมซนกันดีกว่านะคะ
1. หากิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานเยอะๆ

เมื่อลูกรักชอบวิ่งซน วิ่งเล่น พูดไม่ฟัง ดังนั้นหากิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานเยอะๆ เผื่อจะได้เผาผลาญพลังงานออกกำลังกายไปในตัว เช่น พาไปเล่นกีฬา ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน แตะฟุตบอล ได้ใช้พลังงานเยอะในทางที่เหมาะสม อาจจะลองตั้งเป้าหมายเล็กๆ ให้เขาลองทำ เพื่อเป็นแรงผลักดันให้เขาทำกิจกรรมได้นานขึ้น เช่น ชวนปั่นจักรยานรอบสวนให้ครบ 5 รอบ และจะมีรางวัลให้ เป็นต้น

2. การให้รางวัล และการลงโทษ

ในการปรับพฤติกรรมของเด็กซน บางครั้งอาจต้องมีการลงโทษกันบ้าง แต่วิธีลงโทษนั้นมีหลายแบบ การที่เราทำข้อตกลงกับลูกไว้ บอกเขาว่าถ้าหนูทำตามนี้ได้ หนูจะได้รางวัล ถ้าหนูทำตามนี้ไม่ได้ แม่จะงดรางวัล การงดรางวัลหรืองดทำกิจกรรม ที่เขาชอบก็ถือว่าเป็นการทำโทษแบบหนึ่ง ไม่แนะนำให้ลงโทษ โดยใช้ความรุนแรงหรือต่อว่า ดุด่านะคะ เมื่อทำดีก็ได้รางวัล ทำไม่ดีก็ไม่ได้ แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องใส่อารมณ์กับลูกมากเกินไป เขาจะเรียนรู้เองว่า เมื่อเขาทำดีก็จะได้ดี เมื่อทำไม่ดีก็จะไม่ได้สิ่งที่เขาต้องการ

3. งดเลี้ยงลูกด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยี

หลีกเลี่ยงการให้ลูกอายุต่ำกว่า 2 ขวบดูโทรทัศน์ เล่นคอมพิวเตอร์ หรือเล่นเกม ถ้าอายุมากกว่า 2 ขวบให้อนุญาตได้ แต่ต้องกำหนดชั่วโมงการเล่นด้วยนะคะ เพราะเรื่องนี้อาจจะมีผลให้ลูกขาดสมาธิ และที่ลูกซนมาก บางส่วนเป็นเพราะสมาธิสั้น

4. โดนปรับ

เทคนิคนี้เป็นเทคนิคจากคุณแม่ต่างชาติที่ลูกชอบกระโดดบนโซฟามากๆ คุณแม่ใช้วีธีการปรับเงิน ถ้ากระโดดจะโดนปรับ 1 เหรียญ ซึ่งคุณแม่บอกว่าได้ผลมาก บ้านไหนที่มีลูกตัวน้อยอยู่ในช่วงอดออมประหยัด กำลังเก็บหอมรอมริบ อาจจะใช้วิธีนี้ได้นะคะ

5. ทำเมิน อย่าสนใจ

การเลิกให้ความสนใจ ก็เป็นการลงโทษอีกวิธีหนึ่งเป็นธรรมชาติของเด็กทุกคนที่ต้องการรับความสนใจจากผู้อื่น ฉะนั้นเมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ คุณอาจใช้วิธีเลิกให้ความสนใจขณะที่เด็กกำลังกระทำพฤติกรรมนั้น เขาจะสังเกตว่าเมื่อเขาทำดีก็จะกอดและชื่นชม แต่ถ้าทำไม่ดีท่าทางของแม่จะไม่เหมือนเดิม เป็นการแสดงออกโดยใช้ภาษากาย ซึ่งเป็นรูปธรรมและเด็กสามารถเข้าใจได้ดีกว่าคำพูด

 

บทความแนะนำ :

ลูกน้อยดื้อ…เพราะอะไรกันนะ?
6 วิธีพูดคุยกับลูกน้อยวัยแรกเกิด-1 ปี

credit : momypedia

บทความที่เกี่ยวข้อง

Spread the love