7

สำหรับลูกน้อยของคุณแม่ท่านไหน ที่กินข้าวยาก วันนี้เรามีเคล็ดลับกับ 7 อย่างที่คุณแม่ไม่ควรทำเมื่อลูก “กินยาก” มาฝากกัน จะมีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ…

1.“อย่า” เกลี้ยกล่อม ติดสินบนหรือร้องขอให้ลูกทานข้าว!! หากคุณแม่แค่เว้าวอนเจ้าตัวเล็กนิดๆหน่อยๆก็สามารถทำได้ค่ะ แต่ไม่ควรฝืนใจให้ลูกน้อยทานทุกอย่างหมดเรียบทั้งจาน เมื่อเจ้าตัวเล็กไม่อยากทานแล้ว อย่าได้ป้อนลูกต่อแม้กระทั่งช้อนเดียวหรือบังคับให้ลูกทานเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เด็กหงุดหงิดและกลัวอาหารนั้นๆและอาจเหมือนเป็นการกระตุ้นเขาให้ทานมากกว่าที่ตัวเขาต้องการ

2.“อย่า” คะยั้นคะยอลูกด้วยอาหารอื่นแทน!! ลูกน้อยเตาะแตะของคุณมักฉวยโอกาสเสมอหากคุณแม่ให้เขาทานอาหารจานโปรดทุกครั้งเมื่อเขาปฏิเสธอาหารใหม่ๆที่คุณเตรียมไว้ หากจะให้เกิดผลดีในระยะยาวแล้วล่ะก็ คุณแม่ควรลองเตรียมอาหารในสัดส่วนเท่าๆกันกับที่คุณทานและต้องยอมรับให้ได้ว่าลูกอาจชอบหรือยอมรับอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่าอีกอย่างหนึ่ง และลองเตรียมอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งที่คุณแม่รู้ว่าลูกต้องทานแน่นอนไว้ในมื้ออาหารเสมอ

3.“อย่า” ให้ขนมหวานเป็นรางวัล!! สำหรับข้อนี้บอกเลยว่า พูดง่ายแต่ทำยากค่ะ แต่ให้คุณแม่รู้ไว้ว่า การให้ขนมหวานเป็นรางวัลกับลูกจะทำให้เขารู้สึกว่าของหวานเป็นสิ่งน่าปรารถนามากกว่าอาหารจานหลัก และทำให้ลูกไม่เพลิดเพลินกับการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเมื่อเขาโตขึ้นนะคะ

4.“อย่า” ลืมใส่ใจเครื่องดื่ม !! ลูกวัยเตาะแตะของคุณควรดื่มนมวันละ 200 มล. – 250 มล. หากคุณแม่ให้ลูกดื่มนมมากกว่านี้อาจทำให้เขาไม่หิวเมื่อถึงเวลาอาหารค่ะ พยายามไม่ให้ลูกดื่มนม 1 ชั่วโมงก่อนเวลาอาหารเพราะเขาจะอิ่มนะคะ หากลูกรู้สึกกระหาย ให้ดื่มน้ำเปล่าแทนก่อนได้ค่ะ

–  สำหรับน้ำผลไม้นั้น ให้ลูกดื่มได้ในเวลาอาหารเท่านั้นค่ะ และควรผสมน้ำให้เจือจางก่อนให้ลูกดื่มด้วย (น้ำ 10 ส่วนต่อน้ำผลไม้ 1 ส่วน) เพราะน้ำผลไม้มีความเป็นกรดและมีน้ำตาลจากธรรมชาติสูง การผสมน้ำผลไม้ให้เจือจางก่อนดื่มจะช่วยลดการทำร้ายฟันของลูกน้อยได้ค่ะ
–  ผลไม้ปั่นหรือบดแม้จะเน้นแบบน้ำตาลต่ำหรือไร้น้ำตาลก็ตามอาจทำให้ลูกติดหวานและฟันผุได้เช่นกัน ดังนั้น หลีกเลี่ยงการซื้ออาหารประเภทนี้ไปเลยดีกว่าเพื่อรักษาสุขภาพลูกและเลี่ยงปัญหาฟันที่อาจเกิดขึ้น
–  พยายามไม่เสิร์ฟนมหรือเครื่องดื่มให้ลูกดื่มทั้งขวด แต่ให้แบ่งใส่แก้วหรือภาชนะแบ่งจะดีกว่าค่ะ

5.“อย่า” ให้ลูกทานขนมก่อนหรือหลังเวลาอาหาร คุณแม่ต้องพยายามไม่ให้ลูกทานขนมใกล้เวลาอาหารนะคะ เพราะเด็กอาจอิ่มเกินกว่าที่จะทานอาหารมื้อหลักค่ะ หากลูกทานอาหารมื้อหลักได้ไม่มากเท่าที่ควร คุณแม่ก็ไม่ควรให้ลูกทานขนมหลังมื้ออาหารอยู่ดีนะคะ แม้ว่าคุณแม่จะแค่อยากมั่นใจว่าลูกได้ทานอะไรลงท้องบ้าง แต่จะดีเสียกว่าที่คุณแม่ปฏิบัติตามรูปแบบการทานอาหารในแต่ละมื้อเอาไว้ อาจรอให้ถึงเวลาของว่างหรือมื้ออาหารหลักถัดไปแล้วค่อยลองให้ลูกทานอาหารอีกครั้งค่ะ

6.“อย่า” คิดว่าปฏิเสธครั้งเดียวแปลว่า “ไม่” ไปตลอดกาล ความชอบรสชาติอาหารจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาค่ะ แม้ว่าลูกรักจะเคยปฏิเสธอาหารบางอย่างมาก่อนแต่ในอนาคตก็ไม่แน่นะคะว่าลูกอาจชอบก็ได้ เด็กบางคนอาจปฏิเสธราว 10-15 ครั้งก่อนที่เขาจะมั่นใจว่ากล้าลองอาหารนั้นๆค่ะ

7.“อย่า” กังวลหากมื้ออาหารไม่เป็นไปอย่างที่หวังไว้ อย่าเข้มงวดกับตัวคุณเองและลูกมากไปค่ะ บางครั้งก็ต้องถอยก่อนแล้วค่อยลองใหม่เพราะคุณทั้งคู่กำลังอยู่ในช่วงเรียนรู้ ลูกน้อยอาจกำลังเรียนรู้รสชาติและเนื้อสัมผัสอาหารใหม่ๆ ในขณะที่คุณก็ค้นพบกลวิธีรับมือกับมื้ออาหารได้ จงให้เวลาและใช้ความอดทนค่ะ เดี๋ยวลูกก็จะผ่านช่วงเลือกกิน กินยากไปเอง

 

บทความแนะนำ :

ลูกทาน “น้ำมันตับปลา” อันตรายหรือไม่?
อาหารสำหรับลูกวัย 6 เดือนขึ้นไป สามารถใส่เครื่องปรุงได้หรือเปล่านะ?
คุณแม่ควรรู้!! “น้ำผลไม้” ต้องห้าม สำหรับลูกต่ำกว่า 1 ขวบ
“ไอคิวลูกน้อย” เพิ่มตาม “ระยะเวลา” ที่กินนมแม่จริงหรือไม่?

ขอบคุณข้อมูลจาก : Baby Centre และ s-momclub.com

บทความที่เกี่ยวข้อง