07

พัฒนาการของเด็กต้องควบคู่ไปกับพัฒนาการทางด้านจิตใจ ซึ่งในส่วนนี้พ่อแม่มีความสำคัญอย่างที่สุด และเพื่อให้ลูกรักเติบโตมาพร้อมทุกด้าน ไม่รู้สึกเป็นเด็กขาดความอบอุ่นจนอาจจะเป็นปัญหาสังคมในอนาคต คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มเป็นพ่อแม่ที่แสนดี ตาม 7 วิธีที่เราอยากแนะนำดังต่อไปนี้เลย

1. ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด

เมื่ออยู่ต่อหน้าลูก ควรทุ่มเทเวลาของให้ลูกรักอย่างเต็มที่ เพราะลูกเองก็ต้องการความเอาใจใส่ของคุณพ่อคุณแม่อย่างเต็มร้อยเช่นกัน

2. กำจัดอุปสรรคขัดขวางเวลาของครอบครัวไปซะ

หากอยากเป็นคุณพ่อคุณแม่แสนดีให้ลูกน้อยชื่นใจสักวัน ทั้งไม่อยากให้เขารู้สึกเหมือนถูกลดความสำคัญลงไป ก็อาจจะต้องงดรับแขก แล้วใช้เวลากับลูกรักอย่างเต็มที่จริงๆสักทีแล้วล่ะค่ะ เพื่อช่วงเวลาของพ่อแม่ลูกที่แสนสุขอย่างเต็มอิ่มร่วมกันด้วย

3. ให้เวลากับลูกรักอย่างเต็มที่

ลองพักเบรกตัวเองจากทุกสิ่ง แล้วใช้เวลาอยู่กับลูกน้อยทั้งวันแบบจริงๆจังๆ สิ่งที่จะได้รับก็คือ ความสุขที่เรียบง่ายแต่มีความหมายที่ยิ่งใหญ่มาก ทั้งยังเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดจากทุกสรรพสิ่งที่แบกเอาไว้บนบ่าอยู่ทุกวันอีกต่างหาก ที่สำคัญเจ้าตัวเล็กก็จะรับรู้ได้ว่าตัวเองมีความสำคัญกับคุณพ่อคุณแม่แค่ไหนด้วย

4. วางแผนทำกิจกรรมสนุกๆร่วมกัน

ลองสัญญาว่าจะพาเขาไปเที่ยวหรือสัญญาจะทำกิจกรรมบางอย่างที่เขาสนใจร่วมกันในสุดสัปดาห์นี้ดูสิคะ รับรองเลยว่าเด็กๆจะทำตัวน่ารักขึ้นอีกเยอะ และจะเฝ้านับถอยหลังให้ถึงวันสุดสัปดาห์อย่างใจจดใจจ่อ แต่ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ก็อย่าเบี้ยวสัญญาด้วยล่ะ ไม่อย่างนั้นผลลัพธ์ที่ได้คงพลิกล็อกไปเป็นอีกแบบ ด้วยเพราะเด็กๆคิดว่าพ่อแม่ไม่ใส่ใจคำสัญญาที่ให้เขาไว้เท่าที่ควร

5. โต้ตอบกับเขาเพื่อแสดงถึงความใส่ใจ

เด็กส่วนใหญ่มักจะชอบพูดคุย เล่านู้นนี่นั่นที่เกิดขึ้นในโรงเรียน หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆที่เจอมาก็ดูเป็นประเด็นที่น่าหยิบมาพูดจ้อได้หมด ซึ่งบางทีมันอาจจะเป็นเรื่องที่ไร้สาระ แต่แทนที่จะรับฟังเงียบๆ คงดีกว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่จะร่วมวงสนทนากับเขา โดยซักถามเขากลับบ้าง เพื่อแสดงถึงการมีส่วนร่วมกับเรื่องที่เขากำลังโม้ให้ฟังอย่างตั้งใจ เด็กๆจะได้มีความมั่นใจในการแสดงทัศนคติของเขาอย่างเต็มที่ และรู้สึกอบอุ่นที่คุณพ่อคุณแม่ให้ความสนใจเขาไม่ต่างจากเพื่อนๆรุ่นเดียวกัน พร้อมกันนั้นคุณพ่อคุณแม่ยังถือโอกาสถามคำถามชี้นำ เป็นการเปิดประเด็นที่จะทำให้เขาแสดงความคิด ทัศนคติ และระดับสติปัญญาที่มีอยู่ได้อีกด้วยนะคะ

6. พูดคุยภาษาเดียวกันกับลูก

สำหรับเด็กวัยกำลังหัดพูด เขาอาจจะพูดไม่ค่อยเป็นคำ หรือบางทีก็พูดภาษาทารกที่ผู้ใหญ่ฟังแทบไม่ออก ซึ่งปัญหานี้ก็แก้ได้ง่ายๆเพียงแค่ใส่ใจฟังเขาพูดให้ดี และในขณะเดียวกันการพูดคุยกับลูกวัยกำลังหัดพูด ยังเป็นการฝึกทักษะการฟังให้คุณพ่อคุณแม่ได้อีกทางหนึ่งด้วยล่ะ แต่สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย คุณพ่อคุณแม่ก็ควรพูดคุยกับลูกรักอย่างสนิทสนม เพื่อให้เขารู้สึกสนิทใจ และกล้าปรึกษากับคุณพ่อคุณแม่ทุกเรื่องอย่างสะดวกใจ คราวนี้ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรกับลูกรักก็ตาม ครอบครัวก็จะเป็นคนแรกๆที่ลูกวิ่งเข้ามาปรึกษา

7. เต็มอิ่มกับช่วงเวลาแสนสำคัญ

แม้ว่าในสายตาของพ่อและแม่จะเห็นว่าลูกๆเป็นเด็กน่ารักอยู่เสมอ แต่ช่วงเวลาไร้เดียงสาในวัยเด็กก็เป็นสิ่งที่มีเสน่ห์แตกต่างจากช่วงวัยไหนๆของเขา และเมื่อลูกรักเติบโตขึ้น ความน่ารักแบบเด็กๆก็อาจจะเปลี่ยนแนวไปอีกแบบ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ควรเก็บเกี่ยวช่วงเวลาแสนสำคัญของลูกรักเอาไว้ทุกนาทีอย่าให้พลาด ทั้งนี้การเกาะติดชีวิตของลูกรักทุกก้าว ยังเป็นการแสดงตัวให้เขารู้ว่า คุณพ่อคุณแม่ยังอยู่เคียงข้างเขาเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาก็ตาม

บทความที่เกี่ยวข้อง