007

การผ่อนคลายสำคัญต่อแม่ตั้งครรภ์อย่างไร
ความเครียดในการทำงานบวกกับคุณแม่ตั้งครรภ์มักจะมีความเครียดระหว่างท้อง

ไม่ว่าจะกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของลูก หรือกังวลเรื่องการคลอด ล้วนส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจของลูกไม่มากก็น้อย ถ้าเครียดมากๆ จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการไหลเวียนของเลือด อาจส่งผลให้เกิดความดันโลหิตสูง เลือดก็จะไปเลี้ยงมดลูกไม่พอ ลูกจะตัวเล็กกว่าที่ควร เพราะฉะนั้น คุณแม่ตั้งครรภ์จึงต้องการการพักผ่อนมากกว่าปกติ อาจจะด้วยการงีบกลางวัน หรือด้วยเทคนิคการผ่อนคลายระหว่างตั้งครรภ์ด้วยวิธีต่างๆ ก็ได้เช่นกัน
การผ่อนคลายมีความสำคัญสำหรับแม่ตั้งครรภ์

ช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดี

ลดความเมื่อยล้าจากการทำงานระหว่างตั้งครรภ์

ลดความเมื่อยล้าจากการอุ้มน้ำหนักครรภ์ที่มากขึ้น

ผ่อนคลายความตึง เมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ

ลดความเครียด ความกังวล ความกลัวระหว่างตั้งครรภ์ และในช่วงใกล้คลอด

 

วิธีการการผ่อนคลายสำหรับคุณแม่

  1. การนวดเพื่อช่วยผ่อนคลาย

คุณแม่ตั้งครรภ์มักจะมีอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อ รู้สึกเมื่อยล้าซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากคุณแม่มีคนใกล้ตัว คือคุณพ่อหรือใครสักคนที่สามารถนวดได้ ก็จะช่วยให้คุณแม่รู้สึกสบายปลอดโปร่ง และผ่อนคลายเครียดแม่ท้องได้มาก เพราะการนวดเป็นสัมผัสที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของปลายประสาททำให้เลือดลมไหลเวียนดี และยังช่วยลดการปวดเมื่อยตามข้อ ลดการปวดเกร็งกล้ามเนื้อทำให้ความตึงเครียดต่างๆ ที่อาจมีหมดหายไป

  1. การฝึกหายใจ

เมื่อรู้สึกอารมณ์เริ่มตึง คิ้วเริ่มผูกโบ ลองหายใจเข้าลึกๆ ยาวๆ ช้าๆ แล้วผ่อนลมหายใจออกทางปาก ทำซ้ำสัก 5 ครั้งหรือมากกว่านั้น รับรองช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นได้

  1. การฟังเพลง เต้นรำ

ไม่ว่าจะถนัดแบบไหน ร้อง เล่น เต้น ฟัง เพลงก็ดีกับอารมณ์ที่ขุ่นมัวที่เริ่มก่อตัวขึ้นทั้งนั้น ที่สำคัญคือแม่ตั้งครรภ์ควรเลือกจังหวะที่นุ่มๆ สบายๆ ไม่ดังเกินไป ไม่มีจังหวะที่รุนแรง หรือเสียงดนตรีที่ตึงตังเกินไป แล้วถ้าถนัดเต้นก็อย่าให้หักโหมนัก จะให้ดีเป็นการเต้นลีลาศจังหวะเบาๆ จะดีกว่า

  1. การงีบหลับ
    มีโอกาสก็งีบเถอะ งีบหลับตุนไว้เป็นพลังสร้างความสดชื่นให้แก่ตัวเอง เพราะช่วงท้องคุณแม่ไม่ค่อยมีโอกาสได้หลับยาว บางทีตอนจะนอนกลางคืนทารกก็ดิ้นพานให้แม่นอนไม่หลับไปด้วย ยิ่งช่วงท้องแก่ใกล้คลอดการนอนก็จะนอนลงเพราะอึดอัดกับขนาดของท้องที่โตมากขึ้น
  2. การหาเพื่อนแบ่งเบา
    หาเพื่อนหัวอกเดียวกันไว้สักคนสองคน เพื่อช่วยแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกที่มี รับรองว่าเข้าอกเข้าใจกันดี และอาจจะมีข้อแนะนำดีๆ ให้นำมาปรับใช้ได้ด้วย
  3. อโรมาเทอราปี
    คุณแม่อาจเคยได้ยินข่าวคราวการใช้กลิ่นหอมของสมุนไพรต่างๆ ช่วยบำบัดโรค สำหรับแม่ตั้งครรภ์เองการใช้อโรมาเทอราปี ก็มีส่วนในการกระตุ้นประสาทส่วนรับกลิ่น ทำให้รู้สึกสดชื่น อารมณ์เบิกบาน แต่วิธีง่ายๆ แค่หาดอกไม้สวยๆ มาปักแจกันไว้เต็มบ้าน กลิ่นหอมของดอกไม้ประเภทดอกกุหลาบ ดอกมะลิ ฯลฯ ดอกไม้ไทยๆ ทั้งหลายก็ช่วยให้สดชื่นเบิกบานได้เหมือนกัน นอกจากนั้น น้ำมันหอมยังช่วยบำบัดอาการทางกายบางอย่างได้ เช่น วิงเวียน คลื่นไส้ หรือเป็นไข้ ไม่ว่าจะนวด ผสมน้ำอาบ หรือจุดกับเทียนก็ได้
  4. การถ่ายรูป
    เป็นเรื่องที่คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนมากรู้สึกไม่อยากทำ เพราะไม่มั่นใจกับรูปร่างที่เปลี่ยนไป ทำให้ไม่อยากเก็บภาพแบบนี้ไว้กวนตากวนใจ แต่จริงๆ แล้วภาพถ่ายทุกช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ในแต่ละเดือนเป็นความทรงจำที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เป็นความประทับใจที่น่าจะเก็บไว้ให้ทารกได้ร่วมรับรู้ ภาพเหล่านี้จะทำให้แกยิ่งรู้สึกผูกพันและภูมิใจเป็นที่สุด
  5. ออกกำลังกาย
    การเลือกออกกำลังกายในท่าที่ไม่หักโหม จะช่วยให้คุณแม่รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น มีพลัง และรู้สึกเหนื่อยน้อยลง แต่ถ้าให้ดีควรปรึกษาสูติแพทย์ที่ดูแลก่อนลงมือปฏิบัติ
  6. เปลี่ยนทรงผม
    แม่ตั้งครรภ์มักจะกังวลกับคำแนะนำเรื่อง “ผมสั้นดีกว่าผมยาว” ในขณะที่บางครั้งการทำตามคำแนะนำก็ทำให้คุณสูญเสียความมั่นใจ เพราะไม่ชอบสไตล์ผมสั้นที่ใครๆ บอกว่าเหมาะกับแม่ยามตั้งครรภ์เรื่องแบบนี้ก็ทำให้คุณแม่หงุดหงิดหรือกังวลได้ง่ายๆ ค่ะ ลองทำตามใจตัวเอง ละ(เลย)กฎเกณฑ์บางอย่างไปบ้าง แต่ยังไม่ควรโกรก ย้อมสี หรือดัดในช่วงนี้ เพราะช่วงตั้งครรภ์การรับกลิ่นและผิวของคุณแม่จะไว อาจทำให้แพ้ได้