8002

เมื่อลูกนอนกรน เราอาจคิดว่าลูกนอนหลับสบาย แต่การกรนที่ผิดปกติ จะส่งผลเสียจนถึงขั้นทำให้ลูกหยุดหายใจขณะนอนหลับได้เลยทีเดียวค่ะ

เสียง “กรน” เกิดขึ้นได้อย่างไร

เสียงกรนเกิดจากการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน เวลาเรานอนแล้วสูดหายใจเข้า ทางเดินหายใจส่วนบนจะแคบลงและมีการสั่นมาก จึงทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น ยิ่งทางเดินหายใจตีบแคบมากเท่าไรเรายิ่งต้องสูดหายใจแรงขึ้น เสียงกรนก็จะยิ่งดังขึ้นตามไปด้วย

สาเหตุของการตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนบนในเด็ก

 

1.ต่อมอะดีนอยด์และต่อมทอนซิลโต เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ทั้งสองต่อมนี้มีหน้าที่ฆ่าเชื้อโรคเมื่อทำงานจะมีขนาดใหญ่ขึ้น หากเด็กเป็นหวัดหรือเป็นโรคติดเชื้อบ่อยๆ ก็จะมีโอกาสกรนมากขึ้น เมื่อสองต่อมนี้โตขึ้นจะเป็นเหมือนก้อนหินมาบังทางผ่านของอากาศ ทางเดินหายใจแคบลง เด็กจึงกรน

  1. ความอ้วนเป็นสาเหตุที่ปัจจุบันพบมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเด็กมีน้ำหนักตัวมาก ไขมันจะพอกที่ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์รวมถึงเนื้อเยื่อบริเวณด้านหลังทางเดินหายใจส่วนบนทั้งหมด ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง เด็กที่อ้วนจึงนอนกรนมากกว่าเด็กที่น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติส่วนสาเหตุอื่นๆ อาจเกิดจากโครงหน้าผิดรูป เช่น คางร่นไปด้านหลัง กระดูกใบหน้าค่อนข้างเล็ก ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง ในกรณีแบบนี้พบได้น้อย

การกรนแบบไหนที่ถือว่า “ผิดปกติ”

หากทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบมากจะทำให้เด็กหายใจไม่พอ เกิดภาวะหายใจลำบาก นอนหายใจสะดุด เช่น หากนอนหงายแล้วกรน เมื่อหายใจไม่ได้เขาก็ต้องเปลี่ยนท่าไปมา หากเราสังเกตได้ว่าเมื่อลูกนอนกรน เดี๋ยวนอนตะแคงซ้าย เดี๋ยวนอนตะแคงขวา นอนหลับไม่สบาย ก็แปลว่าอาจมีปัญหา ถ้ามีปัญหามากขึ้น เด็กจะหยุดหายใจ

ถ้าไม่รักษา จะส่งผลเสียในระยะยาวอย่างไร

  1. เรียนได้ไม่ดี ทำให้ลูกไม่ชอบเรียน ซึ่งจะมีผลกับเขาในอนาคตแน่นอนและเพราะได้ออกซิเจนไม่เพียงพอจึงส่งผลต่อสมอง ทั้งด้านความจำ สติปัญญา การตัดสินใจสมองไม่ค่อยแล่น คิดและตัดสินใจช้า แต่พัฒนาการอื่นอาจไม่ช้า
  2. เสี่ยงเป็นความดันสูงหรือหัวใจวายมากกว่าปกติ เมื่อเด็กนอนกรนแล้วหายใจเข้าไปไม่พอ จะทำให้ออกซิเจนในเลือดต่ำเพราะการหายใจของเราคือการสูดเอาออกซิเจนเข้าไปในเลือด เมื่อออกซิเจนในเลือดต่ำจะทำให้อวัยวะภายในได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ หัวใจและปอดจึงต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อปั๊มเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อให้อวัยวะต่างๆ ได้รับออกซิเจนในปริมาณเท่าเดิม ฉะนั้นในอนาคต เด็กจะมีโอกาสความดันสูง หรือหัวใจวายมากกว่าปกติ เพราะหัวใจและปอดทำงานหนักเป็นระยะเวลาหลายปีทั้งตอนตื่นและตอนหลับ

รักษา “ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจตอนนอน” อย่างไร

การรักษาจะต้องรักษาตามสาเหตุ โดยทั่วไปสาเหตุคือต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์โตดังนั้นถ้าเด็กมาด้วยอาการนอนกรนแพทย์มักจะลองให้ยาก่อนซึ่งประกอบด้วยยาพ่นจมูกและยากิน ยาจะช่วยลดขนาดของต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์แล้วติดตามอาการราว 2-4 สัปดาห์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าให้ยาแล้วไม่นอนกรนเลยก็จบการรักษาได้

แต่ถ้าหากให้ยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ขั้นต่อไปต้องตรวจการนอน เพื่อยืนยันว่าเสียงกรนของเขาผิดปกติจริง หากตรวจการนอนแล้วผลแสดงว่าเป็นการกรนธรรมดา ก็ไม่ต้องรักษา แต่ถ้าเป็นเพราะภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ วิธีรักษาคือต้องผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ออก แต่แม้จะเอาทั้งสองต่อมออกแล้ว หากลูกอ้วนควรลดน้ำหนักด้วย

 

Photo credit: maerakluke.com