22

เมื่อลูกมีไข้ คุณพ่อคุณแม่ควรใช้การเช็ดตัวเพื่อลดไข้ก่อน แล้วจึงพิจารณาใช้ยาลดไข้ เนื่องจากการใช้ยาลดไข้สำหรับเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็ก ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเพราะอาจเกิดผลข้างเคียงหากใช้ในปริมาณที่เกินขนาด หรือใช้บ่อยเกินไป ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรทราบวิธีเลือกใช้ยาลดไข้สำหรับเด็กอย่างถูกต้องค่ะ

1.ยาพาราเซตามอลเป็นยาลดไข้ที่มีความปลอดภัยสูงในเด็ก ตัวยาพาราเซตามอล เป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลาย และคุณหมอนิยมจ่ายยานี้เป็นอันดับแรก โดยยาพาราเซตามอลมีทั้งชนิดน้ำ สำหรับเด็กเล็ก และชนิดเม็ด สำหรับเด็กโต โดยขนาดยาที่ใช้คือ 10-15 มิลลิกรัมของยา ต่อน้ำหนักตัวของเด็กหนึ่งกิโลกรัม ใช้ได้ทุก 4-6 ชั่วโมงเวลามีไข้ แต่วันหนึ่งไม่ควรเกิน 5 ครั้ง และไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 3-5 วัน หากเด็กมีอาการไข้ติดต่อกันนานเกิน 3 วัน ควรไปพบคุณหมอเพื่อหาสาเหตุของไข้

2.ยาไอบูโปรเฟนเป็นยาแก้ปวดลดไข้ในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่ยาสเตียรอยด์ สามารถลดอาการไข้สูงได้ดี แต่มีผลข้างเคียงคือ ทำให้เลือดออกง่ายเนื่องจากเกร็ดเลือดทำงานผิดปกติ ต้องระมัดระวังในผู้ป่วยที่ยังไม่ทราบว่าเป็นไข้จากโรคไข้เลือดออกหรือไม่ และอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน จากกระเพาะอาหารอักเสบ

ถึงแม้ว่ายาพาราเซตามอลเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง แต่ถ้าใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานก็มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงคือ ตับถูกทำลาย และตับล้มเหลวซึ่งจะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง และอาจมีความรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรให้ยาลดไข้เมื่อลูกมีไข้ ตัวร้อน และเช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลด ที่สำคัญการให้ยาต้องให้ในขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของลูก ไม่ควรใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลบ่อยกว่าทุกๆ 4 ชั่วโมง หากให้ยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด หรือมีไข้ติดต่อกันหลายวัน ควรไปพบคุณหมอเพื่อหาสาเหตุของไข้นะคะ

 

บทความแนะนำ :

ทายาอะไรดี? ถ้าไม่อยากให้ลูกมี “รอยดำจากยุงกัด”
ระวังอันตรายจากยาเจริญอาหาร ที่พ่อแม่อย่ามองข้าม!!!
เลี้ยงลูกน้อยด้วย “นมแม่” ทำให้แม่ “หน้าอกยาน” จริงหรือ?

ขอบคุณข้อมูลจาก : mamaexpert