es

สำหรับความกลัวเกิดได้กับเด็กทุกคน ความกลัวของเด็กนั้นพัฒนาได้จากคุณพ่อคุณแม่และสิ่งแวดล้อมรอบตัวของลูก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจกับพัฒนาการด้านความกลัวของเด็กๆ ก่อนนะคะ..

สาเหตุของความกลัว

  1. เด็กที่อยู่แต่ในบ้าน หรือเด็กที่พ่อแม่ปกป้องมากจนเกินไป ไม่กล้าที่จะออกมาทำกิจกรรมข้างนอก เมื่อเจอในสิ่งที่ไม่คุ้นเคย จึงทำให้เกิดความกลัวได้ง่าย
  2. ให้ลูกดูทีวีที่มีเรื่องราวน่ากลัว มีความรุนแรง เด็กจะเก็บไปจินตนาการต่อกลายเป็นความกลัวอย่างจริงจัง
  3. บางครั้งเด็กยังไม่สามารถแยกระหว่างความจริงและเรื่องสมมติได้ เด็กมีจินตนาการที่กว้างไกล และเขาใช้จินตนาการเหล่านี้ในการสร้างสรรค์ เทพธิดา นางฟ้า แม่มด รวมไปถึงสัตว์ประหลาดต่างๆที่ทำให้เขากลัวด้วย แต่เมื่อพวกเขาโตขึ้น เขาจะเรียนรู้ที่จะแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนจริงและสิ่งไหนเป็นความเพ้อฝันได้
  4. ผู้ใหญ่ชอบหลอกเพราะง่ายต่อการปกครองและดูแล บางครั้งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กกลัวนั้นมาจากผู้ใหญ่ การพูดไม่จริงเพื่อให้เด็กทำในสิ่งที่เราต้องการ เป็นผลเสียมากกว่าผลดี เช่น บอกเด็กๆ ว่าอย่ามุดเล่นใต้เตียงนะ เดี๋ยวผีมาหลอก หรืออย่าเล่นซ่อนแอบในเวลากลางคืน เดี๋ยวผีมาเอาตัวไปเป็นต้น อย่าหลอกเด็กเพื่อให้เขาทำในสิ่งที่เราต้องการ เพราะความกลัวนั้นจะติดตัวไปกับเด็กๆ และเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้วบางครั้งพวกเขาไม่สามารถกำจัดความกลัวนั้นออกไปได้ และจะเป็นผลเสียตามมา
  5. เคยมีประสบการณ์กับสิ่งเหล่านั้นมาก่อน เช่น เด็กบางคนกลัวการขี่จักรยานบนท้องถนน หรือกลัวแมงกะพรุนไฟ ความกลัวนี้เป็นความกลัวที่เกิดขึ้น เพราะเด็กเคยมีประสบการณ์กับสิ่งเหล่านี้มาก่อน ทำให้เด็กมีความกลัวฝังใจกับสิ่งเหล่านี้ เป็นต้น

หลักการช่วยเหลือเด็กให้เอาชนะความกลัว

  1. สอนวิธีเผชิญหน้ากับความกังวลใจ พ่อแม่สามารถสอนลูกถึงวิธีโต้ตอบเมื่อเขากังวลใจ
  2. ค่อยๆ ขจัดปฏิกิริยาโต้ตอบ วิธีส่งเสริมลูกให้เผชิญหน้ากับความกลัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป คือ การค่อยๆ เปิดรับ ปล่อยให้ลูกกำหนดระยะ และไม่บังคับให้เขาทำสิ่งใดๆ โดยไม่สะดวกใจ
  3. สอนให้ผ่อนคลาย การผ่อนคลายช่วยให้เด็กปลดปล่อยอารมณ์ที่เกิดจากความกังวลใจ มีเทคนิคของผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวพันถึงการให้เด็กจินตนาการ หรือพัฒนาด้วยมโนภาพที่ผ่อยคลาย

 

Photo credit: meekhao.com