22

สำหรับผู้ใหญ่นั้นสามารถสั่งน้ำมูกออกจากช่องจมูกและไอเอาเสมหะออกจากปอดได้  แต่ในกรณีเด็กเล็ก ๆ หรือผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัวหรือมีความพิการทางสมองจะไม่สามารถสั่งน้ำมูก และไอได้เอง  จึงต้องทำการดูดเสมหะเพื่อดูดน้ำมูกออกจากช่องจมูกและเป็นการกระตุ้นให้ไอเพื่อขับเสมหะออกจากปอด  การที่ไม่มีน้ำมูกในช่องจมูก และไม่มีเสมหะคั่งค้างในปอดจะทำให้เด็กหายใจสะดวกสามารถดูดนมได้ดี  และนอนหลับสบาย  นอกจากนี้ยังไม่เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค  จึงไม่เกิดการติดเชื้อตามมา ลองมาดูวิธีดีๆที่เรานำมาฝากคุณแม่ๆกัน

  1. ล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังดูดเสมหะ
  2. ในกรณีเด็กที่ไม่ให้ความร่วมมือ ให้ใช้ผ้าห่อตัวเพื่อเก็บแขนทั้ง 2 ข้างป้องกันไม่ให้เด็กเอามือมาปัดและดันขณะดูด ทำให้ดูดเสมหะได้สะดวกและนุ่มนวล
  3. ก่อนดูดเสมหะให้ตรวจเครื่องดูดเสมหะว่าทำงานดีหรือไม่
  4. ใช้สายดูดเสมหะขนาดพอดีไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป และใช้แรงดูดในขนาดพอที่จะดูดเสมหะได้ดี
  5. ขณะดูดเสมหะให้จับหน้าเด็กหันเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสะบัดหน้าไปมาขณะดูด และป้องกันไม่ให้เด็กสำลักเสมหะหรือเศษอาหารลงปอดเมื่อเด็กมีอาเจียนขณะดูด ค่อย ๆ สอดสายดูดเสมหะเข้าทางปากหรือ ช่องจมูกให้ถึงบริเวณคอหอยหลังโพรงจมูก (ประมาณความลึกของสายโดยวัดระยะจากปลายจมูกถึงติ่งหูความลึกของสายเท่ากันไม่ว่าจะสอดสายดูดเสมหะเข้าทางปากหรือช่องจมูก)  ซึ่งเด็กมักจะเกิดอาการไอเมื่อใช้สายดูดเสมหะกระตุ้นบริเวณนี้  เมื่อเด็กไอเสมหะจะหลุดจากปอดขึ้นมาในคอ  ทำการดูดเสมหะในคอและปากออกให้หมดโดยขณะดูดให้ค่อย ๆ ขยับสายขึ้นลงอย่างช้า ๆ และนุ่มนวล
  6. ทำการดูดเสมหะจนกระทั่งไม่มีเสมหะในปอด
  7. สังเกตลักษณะ จำนวน และสีของเสมหะ

 

บทความแนะนำ :

ลูกนอนหลับไม่เป็นเวลา ควรทำอย่างไร?
ควรทำอย่างไร? เมื่อลูก “นอนละเมอ”
พ่อแม่ต้องอ่าน!! “อยากเทคแคร์ลูก” ควรทำยังไงดี?
พ่อแม่ควรรู้ วิธีแบบนี้ช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลายได้จริงหรือ?

ขอบคุณข้อมูลจาก : momandkidth.com