02

คุณแม่ยุคก่อน แทบจะเรียกได้ว่าใช้แป้งเด็กกับลูกเป็นสรณะ ทั้งใช้เมื่ออาบน้ำเสร็จเวลาลูกมีผดผื่น เปียกชื้น ประแป้งที่หน้าให้ดูน่ารัก แต่คุณแม่ยุคใหม่ปัจจุบันดูจะลดความสำคัญกับแป้งฝุ่นลงไป เพราะแพทย์ต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “แป้งทาตัวเด็กส่วนใหญ่ไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกวัย” โดยผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เรื่องนี้ในงานเปิดตัวแป้งไรซ์แคร์

รศ.ดร.ไสยวิชญ์ วรวินิต ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีแป้ง (Starch Technology) และนักเทคโนโลยีดีเด่นของมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2549 ได้ให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับสารทัลคัมว่า แป้งฝุ่นโดยทั่วไปทำจากสารทัลคัม ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า Magnesium Silicate Hydroxide แม้ไม่อาจทำให้เกิดการตกค้างจากการใช้ผลิตภัณฑ์ในระยะเวลาสั้นก็ตาม แต่เนื่องจากหินแร่ทัลคัมไม่สามารถย่อยสลายเองได้ด้วยจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ หากสูดเข้าไปทีละเล็กละน้อยเป็นเวลานานๆ เกิดการสะสมในปอด โดยที่เซลล์บุผิวปอดจะดักจับแป้งไว้เป็นก้อน ทำให้มีปัญหากับการหายใจ ถ้าเป็นทารกก็อาจทำให้ปอดอักเสบ เกิดเป็นโรคเนื้องอกในปอด (Talcosis) และเสียชีวิตได้

“เนื่องจากความไม่ปลอดภัยในการใช้แป้ง “ทัลคัม” แพทย์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้แป้งทาตัวเด็กที่มีส่วนผสมของทัลคัม และผู้ผลิตชั้นนำได้หันมาเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ อาทิ แป้งข้าวโพด เพื่อทดแทนแร่หินทัลค์ (Talc)” และในปัจจุบันมีความนิยมใช้แป้งเด็กที่ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าบริสุทธิ์ (Rice Starch) กันมากขึ้น เนื่องจากมีความปลอดภัยมากกว่าแป้งทัลคัม เพราะเป็นสารอินทรีย์ ทำให้สามารถย่อยสลายได้โดยจุลินทรีย์ในธรรมชาติ ไม่เกิดการสะสมในปอดหรือใต้ร่มผ้า ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และลดความเสี่ยงจะก่อให้เกิดมะเร็งรังไข่ นอกจากนี้ ยังปกป้องลูกน้อยจากผื่นคัน เพราะมีคุณสมบัติป้องกันความเปียกชื้นและการดูดซับไขมันสูงกว่าทัลคัม” ผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้เป็นการปิดท้าย

 

บทความแนะนำ :

วิธีการ “ผายปอด” ให้กับลูกทารก เมื่อลูกน้อยหมดสติ!
วิธีแก้ไขปัญหา ลูกลิ้นเป็นฝ้า
วิธีการ “ผายปอด” ให้กับลูกทารก เมื่อลูกน้อยหมดสติ!
10 อาการผิดปกติของลูกแรกเกิด ที่คุณแม่ต้องเช็ค

ขอบคุณข้อมูลจาก : khanpak