แผลในปากลูกน้อย
แผลในปากลูกน้อย

คงเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คน หนักใจกันไม่น้อยเมื่อเจอกับปัญหานี้ และคงกำลังมองหาหลาย ๆ วิธีทีดี ๆ ในการรับมือดูแลลูกน้อย วันนี้เรามีมาฝากค่ะ

สาเหตุการติดเชื้อไวรัส

สาเหตุหลักมาจากติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส คอกแซกกี A16 รวมทั้งมีข้อมูลว่าเกิดจากเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71) เป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับการเกิดโรคมือ เท้า ปากได้ด้วย โรคนี้ติดต่อโดยตรงจากมือที่เปื้อนน้ำมูกแล้วหยิบอาหารเข้าปากติดต่อผ่านทางน้ำลาย อุจจาระของผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อ รวมถึงการติดเชื้อโดยการหายใจเอาเชื้อที่แพร่กระจายในอากาศจากการไอและจามของผู้ป่วย

การดูแลรักษา

  1. อาการของแผลในปากในเด็กนั้น มักจะมีลักษณะไม่แตกต่างกันมากนัก คือ เป็นแผลขาวๆ ในปากเหมือนกัน แต่อาจสังเกตได้จากการดูอาการทั่วๆ ไป และดูตำแหน่งของแผล คือ ถ้าอาการทั่วๆ ไปดีมาก จำนวนแผลมีแค่ 1 แผล ไม่มีไข้ และอาจดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องไปพบคุณหมอ แต่หากมีแผลหลายแผล รวมทั้งมีไข้ร่วมด้วย หรือลูกมีอาการซึมลง รับประทานอาหารได้น้อย ควรพาไปหาคุณหมอ สำหรับเด็กอ่อน แผลในปากอาจเกิดจากเชื้อรา ควรให้แพทย์ตรวจเพื่อสั่งยาฆ่าเชื้อราให้
  2. แผลในปากมักหายได้เองภายใน 3-7 วัน ลิ้นแผนที่จะดีขึ้นเมื่อเด็กหายป่วย การป้ายยาม่วง (เจนเชียนไวโอเล็ต) อาจช่วยให้อาการทุเลาและทำให้หายเร็วขึ้น
  3. แผลในปากส่วนใหญ่มักทำให้เกิดอาการเจ็บ การใช้ยาทาเฉพาะที่ทำได้ไม่สะดวกและช่วยให้อาการทุเลาเพียงชั่วคราวเท่านั้น แนะนำให้ดื่มน้ำและนมเย็น อมน้ำแข็ง หรือกินไอศกรีม ซึ่งจะช่วยให้ช่องปากเกิดอาการชา ทำให้อาการเจ็บลดลง สามารถกินอาหารและดื่มน้ำได้มากขึ้น

วิธีป้องกัน

  1. แผลหรือเชื้อราในช่องปากสามารถป้องกันให้ลูกน้อยได้โดยการรักษาความสะอาดในช่องปากหากเป็นเด็กที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ไม่ควรดื่มน้ำเพื่อล้างคราบนมออก เนื่องจากนมแม่มีสารต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อรา ในขณะที่เด็กซึ่งดื่มนมผสม จำเป็นต้องดื่มน้ำตาม เพื่อล้างคราบนมออกเสมอ
  2. ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับโรคติดเชื้อไวรัส เช่น การไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น การเดินเล่นในสถานที่ซึ่งมีผู้คนแออัด หรือการนำเด็กไปฝากเลี้ยงในสถานรับเลี้ยงเด็ก
  3. หากแผลในปากของลูกเกิดจากการติดเชื้อในกลุ่มเอ็นเทอโรไวรัส และเชื้อในกลุ่มเริม วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือ การรักษาสุขอนามัย เช่น ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร ทั้งตัวลูก คุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยง ไม่ใช้แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำร่วมกัน เวลารับประทานอาหารควรใช้ช้อนกลาง ในกรณีเด็กเล็กควรระวังของเล่นที่ลูกมักจะเอาเข้าปาก ก็ต้องมีการล้างทำความสะอาดด้วย หากลูกเป็นโรคมือเท้าปาก หรือเริ่ม ไม่ควรให้ไปเล่นกับเด็กคนอื่น เพราะเชื้อแพร่ติดต่อได้ง่าย สถานเลี้ยงเด็กอ่อนและโรงเรียนโดยเฉพาะอนุบาลจะให้เด็กที่เป็นโรคมือเท้าปากหรือเริม หยุดเรียน เพื่อจะได้ไม่เกิดการระบาดในโรงเรียน

 

บทความแนะนำ :

การรับมือลูกน้อยชอบ “อมข้าว” ง่ายๆ ด้วยวิธีแบบนี้…
10 โรคภัยไข้เจ็บในเด็ก ที่อันตรายมาก พ่อแม่ต้องพึงระวัง!!
โรคลำไส้อักเสบในเด็ก อันตรายที่พ่อแม่ควรรู้ก่อนจะสายเกินแก้!!
ของเล่น อันตรายที่พ่อแม่ไม่ควรเลือกซื้อให้ลูกเลย…

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook.com