• 118
    Shares







01

เดินและเคลื่อนไหวเร็ว
ตอนยังไม่ท้องคุณแม่อาจเป็นคนกระฉับกระเฉง เดินหรือเคลื่อนไหวเร็ว ไปโน่นมานี่ได้อย่างรวดเร็วทันใจ แต่ตอนนี้คุณแม่ต้องใจเย็น เดินและเคลื่อนไหวให้ช้าลง ยิ่งท้องใหญ่มากขึ้นยิ่งต้องลดสปีดของตัวเองลง เพราะการเดินและเคลื่อนไหวในจังหวะและความเร็วที่พอเหมาะ จะช่วยรักษาสมดุลของการเคลื่อนไหว และปลอดภัยมากขึ้น หากคุณแม่เกิดก้าวพลาด หรือสะดุดหกล้ม อาจเป็นอันตรายทั้งคุณแม่และเจ้าตัวเล็กในท้องได้

กินไม่เคี้ยว
การกินอาหารเร็ว ๆ เคี้ยวยังไม่ทันละเอียดก็รีบกลืนลงคอจนติดเป็นนิสัย จะทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนัก ส่งผลให้ท้องอืดท้องเฟ้อ และยังทำให้คุณแม่กินอาหารมากกว่าปกติ เป็นสาเหตุของความอ้วนและโรคภัยอื่น ๆ ที่จะตามมาได้อีกด้วย การเคี้ยวอาหารให้ช้าลง นอกจากจะปลอดภัยสบายท้อง ไม่มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ลดความเสี่ยงต่ออาการผิดปกติต่าง ๆ แล้ว คุณแม่ก็ยังได้สัมผัสรสชาติของอาหารที่โปรดปราน หรืออาหารที่อยากกินอย่างเต็มที่ เรียกได้ว่าอิ่มเอมทั้งกายและใจจริง ๆ ค่ะ

อาหารและเครื่องดื่มบางชนิด
เช่น อาหารมันจัด เนื้อสัตว์ที่ติดมัน หรือติดหนัง ขนมหวาน น้ำหวาน น้ำอัดลม เป็นต้น อาหารเหล่านี้จะทำให้คุณแม่ได้รับไขมันและน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้คุณแม่อ้วน เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน และยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกด้วย

สิ่งที่ควรงดอย่างเด็ดขาดคือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะมีผลต่อการสร้างอวัยวะต่าง ๆ ของลูกในท้องในช่วง 3 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ทารกสร้างเส้นประสาทและสมอง ทุกครั้งที่คุณแม่ดื่ม ลูกก็จะได้รับแอลกอฮอล์ด้วย ทำให้ลูกเกิดความผิดปกติทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สมอง ใบหน้า เช่น ร่างกายไม่เจริญเติบโต พัฒนาการทางสมองผิดปกติ ปัญญาอ่อน การทำงานประสานระหว่างมือและตาไม่ดี เรียนรู้ไม่ดี เป็นต้น

ยืนหรือนั่งท่าเดิมนาน ๆ
การนั่งพิมพ์เอกสารนาน ๆ ยืนถ่ายเอกสาร หรือการทำงานบ้านต่าง ๆ เช่น รีดผ้า ทำกับข้าว ทำความสะอาด เหล่านี้เป็นกิจกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะการนั่งหรือยืนนาน ๆ จะทำให้คุณแม่รู้สึกปวดเมื่อย เกิดเส้นเลือดขอด เป็นตะคริว และเกิดอาการเวียนศีรษะได้

มลพิษทุกชนิด
คุณแม่ควรอยู่ในที่ที่อากาศบริสุทธิ์ หรือมีมลพิษน้อยที่สุด มีผลการศึกษาวิจัยพบว่า มลพิษต่าง ๆ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระแสเลือด ซึ่งสามารถขัดขวางการทำงานของรกและส่งผลต่อ DNA ของทารกตั้งแต่ยังเป็นตัวอ่อนในครรภ์ คุณแม่ที่หายใจเอามลพิษเข้าไปมาก ๆ จะส่งผลให้ลูกมีไอคิวต่ำอีกด้วยนะคะ

แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น จำเป็นต้องใช้รถสาธารณะในการเดินทาง ควรสวมหน้ากากเพื่อป้องกันควันพิษ ฝุ่นละออง และเชื้อโรคต่าง ๆ ค่ะ  นอกจากนี้บุหรี่ก็ถือเป็นมลพิษร้ายแรงที่คุณแม่ควรเลี่ยงทุกประการค่ะ

ช่างเครียด
เป็นเรื่องที่พูดง่ายทำยากค่ะ เพราะเรื่องที่ทำให้กังวลจนกลายเป็นความเครียดสำหรับคุณแม่แล้ว ส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเรื่องลูกในท้องนี่แหล่ะค่ะ แต่เพื่อลูกแล้วเชื่อว่าคุณแม่สามารถหาทางจัดการความเครียดตัวร้ายได้แน่ ๆ เพราะถ้าปล่อยไว้ลูกในท้องจะรับรู้อารมณ์เครียดของคุณแม่ได้ มีรายงานยืนยันว่าลูกจะเป็นเด็กเครียด งอแง และเลี้ยงยาก อาจเป็นเพราะสารเครียดในร่างกายของคุณแม่ส่งผ่านมาถึงลูก และยังมีผลต่อการพัฒนาสมองของลูกอีกด้วย

นอนดึก
คุณแม่ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งแต่ละคนจะไม่เท่ากัน บางคนอาจต้องการนอนคืนละ 7 ชั่วโมง แต่บางคนอาจต้องการนอนมากกว่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล แต่ไม่ควรนอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมง เพราะมีการศึกษาพบว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ที่นอนน้อยกว่าคืนละ 5 ชั่วโมง เสี่ยงที่จะเกิดครรภ์เป็นพิษมากกว่าปกติถึง 9.5 เท่าค่ะ

 

บทความแนะนำ :

แพทย์เตือนคุณแม่ตั้งครรภ์ ห้ามดื่มชาเขียว เพราะอันตรายกว่าที่คิด
อาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ กรุ๊ปเลือดเอ!
9 สิ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องการจากคุณพ่อ
อยากได้ลูกชาย ต้องกินอะไรดี?

ขอบคุณข้อมูลจาก : healthandtrend


  • 118
    Shares